นักตบทีมชาติไทย รับเงินรางวัลรวมกว่า 10 ล้านบาท จากการซิว 4 เหรียญรางวัล กีฬาซีเกมส์ 2019

วันที่ 23 มกราคม 2563 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบเงินรางวัลและแสดงความยินดีให้กับนักกีฬาทีมชาติไทยที่ได้เหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ โดยมี พลเอกประวิตรวงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. และนักกีฬาที่ได้รับเหรียญรางวัล ร่วมงาน

นักกีฬาทีมชาติไทย เข้าร่วมแข่งขันการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ปี 2019 ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน - 11 ธันวาคม 2562 โดยที่ประทศไทย จบการแข่งขันในอันดับที่ 3 จากประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน 11 ประเทศ ได้รับ 92 เหรียญทอง 103 เหรียญเงิน และ 123 เหรียญทองแดง

รัฐบาล โดย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะองค์กีฬาที่ให้การสนับสนุน พัฒนากีฬาของชาติ ได้มอบเงินรางวัลสำหรับนักกีฬา, ผู้ฝึกสอน และ สมาคมกีฬา ที่ได้รับเหรียญรางวัลจากการแข่งขัน โดยมอบให้กับนักกีฬาที่ได้รับเหรียญรางวัล เหรียญทอง 300,000 บาท , เหรียญเงิน 150,000 บาท และเหรียญทองแดง 75,000 บาท รวมทั้ง ผู้ฝึกสอน ได้รับเงินรางวัล 20% ของเงินรางวัลที่นักกีฬาได้รับ สำหรับประเภทที่มีนักกีฬาไม่เกิน 6 คน และ 10% ของเงินรางวัลที่นักกีฬาได้รับ สำหรับประเภทที่มีนักกีฬา ตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป ส่วน สมาคมกีฬา ได้รับ 3% ของเงินรางวัลที่นักกีฬาได้รับ โดยเงินรางวัลที่กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติมอบให้กับนักกีฬา, ผู้ฝึกสอนและสมาคมกีฬา ที่ได้เหรียญรางวัลครั้งนี้ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 224,362,500 บาท (นักกีฬา 154,575,000 บาท , ผู้ฝึกสอน 23,797,500 บาท และสมาคมกีฬา 45,990,000 บาท)

ทั้งนี้ สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ที่ทำได้ 2 เหรียญทอง จากวอลเลย์บอลทีมหญิง และวอลเลย์บอลชายหาดทีมหญิง 1 เหรียญเงิน จากวอลเลย์บอลชายหาดชาย และ 1 เหรียญทองแดง จากวอลเลย์บอลทีมชาย รับเงินรางวัลรวม 10,050,00 บาท แบ่งเป็นนักกีฬา 7,050,00 บาท, ผู้ฝึกสอน 885,000 บาท และสมาคมฯ 2,115,000 บาท

พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า "ในนามของรัฐบาลและพี่น้องชาวไทย ขอแสดงความชื่นชมต่อผู้เกี่ยวข้องทุกคนที่ร่วมในการแข่งขันกีฬาชีเกมส์ ครั้งที่ 30 ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ที่ผ่านมาถือเป็นความสำเร็จและเป็นเกียรติประวัติที่นักกีฬาทีมชาติไทยได้สร้างชื่อเสียง และนำความภาคภูมิใจมาสู่พี่น้องชาวไทยอีกครั้งหนึ่ง จากความสำเร็จของนักกีฬา เป็นผลมาจากความเสียสละกำลังกาย กำลังใจของนักกีฬาและผู้เกี่ยวข้องทุกคน แสดงให้เห็นศักยภาพและความสามารถของนักกีฬาได้เป็นที่ประจักษ์แก่นานาประเทศได้เป็นอย่างดีขอชื่นชมในการปฏิบัติงานของผู้จัดการทีม ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคน ที่ทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนประเทศไทยได้อย่างดียิ่ง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความสำเร็จ และรางวัลเกียรติยศที่ได้รับในครั้งนี้จะเป็นขวัญและกำลังใจให้นักกีฬาและผู้เกี่ยวข้อง ได้พัฒนาความสามารถของตนเองให้ประสบความสำเร็จ ในการแข่งขันครั้งต่อๆไป"

"รัฐบาล จะให้การสนับสนุนทางด้านกีฬาของประเทศอย่างเต็มที่ โดยจะพยายามผลักดันให้เกิดศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา เพื่อใช้ในการพัฒนานักกีฬา อย่างเป็นระบบ อันจะทำให้การกีฬาของชาติสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้อย่างทัดเทียม และจะให้เผยแพร่ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาไปสู่เยาวชน, ประชาชนที่สนใจเล่นกีฬาแข่งขันกีฬาให้มากที่สุด ขอขอบคุณ บุคคล และหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ที่ให้การสนับสนุนการกีฬาของชาติให้ทัดเทียมกับนานาประทศ สามารถสร้างชื่อเสียงเกียรติภูมิมาสูประทศชาติ จนเป็นที่ยอมรับทั่วโลก สำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า ผลงานที่ท่านได้สร้างไว้นั้น ถือเป็นเกียรติประวัติของประเทศชาติ และวงศ์ตระกูล และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนของชาติในการที่จะพัฒนากีฬาไปสู่ความเป็นเลิศและความเป็นอาชีพ ในระดับต่างๆ ต่อไป รวมทั้งเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน ขอให้รักษาความดี และเกียรติยศที่ได้รับนี้ไว้ ให้มั่นคง สืบไป สำหรับนักกีฬาที่ไม่ได้รับเหรียญรางวัลจากการแข่งขัน ขอให้ทุกคนตั้งใจฝึกซ้อมและทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ เพื่อพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพ และประสบความสำเร็จในการแข่งขันในโอกาสต่อไป"