ทิตาวีร์ อักษรศรี กองหลังทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เล่าเบื้องหลังถึงโผกอดกับ น้องชายฝาแฝดทั้งน้ำตา หลังจบเกมเสมอ ทีมชาติอิรัก 1-1 ในศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี 2020 เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา

แนวรับวัย 22 ปี กลับมาติดทีมชาติหนแรกในรอบ 1 ปี หลัง อากิระ นิชิโนะ เรียกติดทัพช้างศึกU23 ในรายการชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี 2020 ซึ่งล่าสุดได้รับการออกสตาร์ทตัวจริงนัดเสมอ อิรัก 1-1 และมีส่วนสำคัญพาไทยผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นหนแรกในประวัติศาสตร์ พร้อมกันนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ได้ลงสนามในเกมทีมชาติพร้อมน้องชายฝาแฝดอย่าง ทิตาธร อักษรศรี อีกด้วย

"ผมคิดไว้ตั้งแต่ก่อนลงเล่นแล้วว่า มันต้องเป็นเกมที่กดดันมากๆ พอรู้ว่าตัวเองกำลังจะได้ลงเล่นในเกมสำคัญ”

แนวรับเจ้าของส่วนสูง 184 เซนติเมตร เริ่มกล่าว

“ถ้าเราพลาดครั้งหนึ่งจะเสียหายทั้งทีมของเรา แต่ก็พยายามกระตุ้นตัวเองว่าไม่ต้องคิดมาก ลงไปทำหน้าที่ของเราตั้งใจเล่นก็พอ และทำให้เต็มที่ที่สุดส่วนผลจะเป็นอย่างไรก็ว่ากันอีกเรื่อง"


"ผมรอโอกาสนี้มานาน เพราะหายไปจากทีมชาติเป็นปี” ทิตาวีร์ กล่าวต่อ “ตอนซีเกมส์ก็หวังว่าจะมีชื่อ แต่ก็ไม่มีจนคิดว่า เราคงจะหมดหวังแล้วกับการเล่นให้ทีมชาติ แต่ก็คิดว่าไม่มีก็ไม่เป็นไร เราก็กลับไปซ้อมใหม่ ตลอดเวลาผมทำงานหนักเสมอ พยายามพัฒนาตัวเองเท่าที่จะทำได้ ไม่มีขี้เกียจหรือท้อแท้อะไรคิดว่าวันหนึ่งคงถึงโอกาสของเรา จนสุดท้ายมีชื่อในรายการชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี แล้วติดพร้อมกับน้อง (ทิตาธร อักษรศรี) ด้วยมันก็ยิ่งดีใจกว่าเดิม"

"ผมภูมิใจมาก ผมเหนื่อยมาตลอดในช่วงชีวิตที่ผ่านมา มาถึงตอนนี้รู้สึกคุ้มค่าที่เราเหนื่อยไม่ท้อในวันที่ผิดหวัง ที่ดีใจสุดๆ คือได้ลงเล่นด้วยกันกับน้องสักที ยิ่งทำผลงานโอเคก็ภูมิใจในตัวเองมาก”

ขณะเดียวกันได้เผยถึงช็อตสวมกอดน้องชายฝาแฝดทั้งน้ำตาหลังเกมกับอิรักว่า

“ความรู้สึกมันตื้นตันใจไปหมด ผมภูมิใจกับโอกาสนี้มาก เพราะเรารอโอกาสนี้มาทั้งชีวิตที่จะเล่นด้วยกันในทีมชาติมันเป็นความฝันของเราทั้งคู่ตั้งแต่เด็กๆ จนวันนี้ความฝันเป็นจริงสักที และทำงานผลงานได้ดีทั้งคู่พาทีมเข้ารอบครั้งประวัติศาสตร์ด้วย”

“จริงๆ แค่ได้ลงด้วยกันก็ดีใจมากแล้ว เหมือนพวกเราได้ทำความฝันเป็นจริงสักที พอจบเกมผมเดินไปกอดน้องน้ำตามันเลยไหลเอง เหมือนเราเหนื่อยมาด้วยกันจนมันถึงที่สุดแล้วเลยร้องไห้ออกมา"

นอกจากนี้ได้กล่าวถึงการเล่นในสนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต ซึ่งเจ้าตัวมีความคุ้นเคยสมัยค้าแข้งกับ โดม เอฟซี ว่า

"ก็อาจจะช่วยได้มาก ผมเล่นสนามนี้บ่อยเคยชินบรรยากาศในสนามแห่งนี้ ไม่ว่าจะมุมมองในสนามหรืออะไรก็แล้วแต่ มันชินตา และถนัดอยู่แล้ว แต่เรื่องเวลาแข่งก็อาจต้องปรับนิดหน่อย เพราะปกติเราแข่งดึก แต่มาครั้งนี้ต้องแข่งเร็วขึ้นก็ต้องปรับเปลี่ยน แต่จะพยายามดูแลตัวเองให้ดีเพื่อให้พร้อมที่สุด"

"ในเกมต่อไปไม่มีอะไรต้องกังวลครับ ความมั่นใจของทุกคนในทีมมีเกินร้อยต้องทำให้เต็มที่ที่สุดใส่ให้เต็มที่ เราเข้ามาขนาดนี้แล้วต้องชนะอย่างเดียว ไม่มีเวลาให้มากังวลอะไร แต่ก็อย่าประมาทพอ ทุกคนมีฝีเท้าดีอยู่แล้ว ผมเชื่อว่าทุกคนทำได้"

ทิตาวีร์ กล่าวปิดท้าย

สำหรับโปรแกรมต่อไป ทีมชาติไทย จะพบกับ ทีมชาติซาอุดีอาระเบีย ในวันที่ 18 มกราคม 2563 เวลา 17.15 น. ณ สนามธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD ช่อง 35

เช็กผลการแข่งขันที่นี่ 
https://www.smmsport.com/livescore/

เช็กตารางคะแนนที่นี่ https://www.smmsport.com/livescore/competition/806/score_table