ทิตาวีร์ อักษรศรี กองหลังทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี คาดหวังเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งในแผงแนวรับช้างศึก ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี 2020

อากิระ นิชิโนะ กุนซือช้างศึก เรียกเซนเตอร์ฮาล์ฟจาก โปลิศ เทโร เอฟซี ติดโผเป็น 1 ใน 23 แข้งชุดลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี 2020 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในแผงเกมรับ ซึ่งล่าสุดได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็น 11 คนแรกในเกมอุ่นเครื่องกับ ซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมา

"ดีใจครับที่ได้กลับมาร่วมทีมอีกครั้ง ที่ดีใจมากที่สุดคือได้กลับมาเล่นพร้อมกับน้อง ("โชแปง" ทิตาธร อักษรศรี) เพราะบางทีเรียกมาก็ยังไม่ได้มีโอกาสลงเล่นร่วมกัน"

"ตอนซีเกมส์ ผมเองมีโอกาสได้ดูน้องเล่นที่บ้านทำให้ได้เห็นข้อผิดพลาดของน้อง พอกลับมาก็ได้บอกกันเพื่อจะได้ช่วยแก้ไข บางจังหวะที่เห็นข้อผิดพลาดเราก็บอกกัน ผมคิดว่าถ้าได้เล่นด้วยกันก็อาจจะช่วยสื่อสารกันง่ายกว่า อย่างในเกมอุ่นเครื่องกับซาอุดีอาระเบีย ก็มีพูดคุยกันก่อนว่าจะเล่นอย่างไรเพื่อรับมือเกมรุกของคู่แข่ง"

"เกมอุ่นเครื่องที่ผ่านมาเป็นเรื่องดีแน่นอนครับ” ทิตาวีร์ กล่าวต่อ “เราได้เจอทีมระดับเอเชีย ซึ่งคู่แข่งในกลุ่มของเราก็ล้วนแต่เป็นทีมระดับเอเชียเหมือนกัน เราได้เห็นฝีมือของทีมที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอบ่อย จากที่เห็นชัดเจนคือ เขาพัฒนาเรื่องร่างกาย และความสามารถไปมาก”

“ต้องยอมรับว่าเรื่องร่างกาย ความฟิต เรายังสู้เขาไม่ได้ก็ต้องกลับมาเพิ่มเรื่องนี้กันก่อนถึงทัวร์นาเมนต์ อีกส่วนหนึ่งผมมองว่าเรายังตองปรับปรุงเรื่องความสัมพันธ์ที่บางทียังไม่เข้าใจกันสักเท่าไหร่ก็คงต้องปรับตรงนั้นด้วย”

“เราอาจจะมีโอกาสได้ยิงซาอุดีอาระเบีย แต่จังหวะสุดท้ายยังดีไม่พอ เวลาเล่นเกมรุกยังไม่เข้าใจกันว่า ต้องขยับไปรับบอลตรงไหน ทำให้เกมรุกยังไม่ดีมากเท่าที่ควร"

“ส่วนตัวผมเอง อย่างที่บอกผมดีใจที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมอีกครั้ง ผมหวังจะช่วยทีมได้ไม่มากก็น้อย อย่างน้อยๆผมเองได้ติดตามศึกษาจากซีเกมส์มาทำให้พอรู้ว่า แนวรับของเรามีอะไรที่ต้องแก้ไข ซึ่งผมอยากจะเข้าไปช่วยแก้ไขในจุดนั้นหวังจะทำให้ดีที่สุดครับ"

"คู่แข่งเหนือกว่าเราทุกทีมแน่นอน แต่ถ้าเราทำให้เต็มที่ผมว่า เรายังมีโอกาสสู้เขาได้หากรวมใจกันครับ" ทิตาวีร์ ปิดท้าย

สำหรับ ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี จะประเดิมศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี 2020 นัดแรกพบ ทีมชาติบาห์เรน ในวันที่ 8 มกราคม 2563 เวลา 20.15 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน