เจสซี่ ลินการ์ด ดาวเตะทีมชาติอังกฤษของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาเผยถึงเรื่องราวส่วนตัวที่เขาต้องเผชิญในฤดูกาลนี้ จนเป็นสาเหตุทำให้ฟอร์มในระยะหลังของเจ้าตัวต้องตกต่ำลงไป

               เจสซี่ ลินการ์ด เผยว่า มีเหตุการณ์ต่างๆ นอกสนามที่ทำให้ใจเขาต้องสลายเมื่อคุณแม่ของเขาอย่างเคิร์สตี้ต้องมาล้มป่วยในช่วงต้นฤดูกาลนี้ และเขาต้องช่วยดูแลน้องชายอย่างแจสเปอร์วัย 14 และเดซี่-บู น้องสาววัย 11 ขวบ ส่วนตัวเขาเองนั้นก็มีลูกสาววัย 1 ขวบอยู่แล้ว โดยตัวเขาก็พูดถึงความยากลำบากที่ครอบครัวต้องเผชิญซึ่งก็รวมถึงการที่คุณปู่ของเขาอย่าง 'เคน' เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก

               ฟอร์มของลินการ์ดตกต่ำลงไป และเขาก็โดนผู้จัดการทีมอย่างโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ตำหนิหลายครั้ง ในการให้สัมภาษณ์กับ Daily Mail เขากล่าวว่า "ผมไม่ได้ลงเล่นและเขาก็อยู่ข้างผมตลอดเวลา เขาต้องการจากผมมากกว่านี้" "ดังนั้นผมจึงรู้สึกว่าการยกทุกอย่างออกจากอกเป็นวิธีการที่ดีที่สุดและบอกเขาไปว่า ทำไมผมถึงไม่โอเค" "ผมก็เลยไปเคาะประตูห้องเขา"

              เมื่อช่วงต้นฤดูกาล เคิร์สตี้ คุณแม่ของเขาล้มป่วย ทำให้ลินการ์ดต้องรับผิดชอบดูแลทั้งน้องชายอย่างแจสเปอร์วัย 14 และเดซี่-บู น้องสาววัย 11 ตัวเขาซึ่งกดดันหนักอยู่แล้วกับการที่ต้องเล่นให้สโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดทีมนึงในอังกฤษก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับชีวิตการเป็นคุณพ่อรวมไปถึงต้องดูแลครอบครัวทั้งหมด และแจสเปอร์ที่ยังไม่อาจเข้าใจถึงอาการป่วยของคุณแม่ของเขาปัจจุบันจึงเรียนหนังสือที่บ้านหรือโฮมสคูล

              ลินการ์ดกล่าวเพิ่มเติมว่า "ปกติแล้วผมเป็นคนที่ค่อนข้างสดใสและอยากสร้างรอยยิ้มบนใบหน้าให้คนอื่นแต่ผู้คนได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของผม" "ผมกลายเป็นคนหดหู่และหม่นหมอง เอาแต่กังวล ผมรู้สึกว่าทุกคนส่งทุกอย่างมาให้ผมและมันก็หนักอยู่บนบ่าของผม ประมาณว่า 'นี่ไงเจสซี่ นายต้องรับมือกับสิ่งนี้ด้วยตัวเอง'" "คุณแม่ผมเคยทำสิ่งต่างๆ มาหลายปีไม่เคยขอความช่วยเหลือ แต่ตอนนี้ท่านเป็นแบบนี้ ผมก็เลยต้องดูแลน้องชายและน้องสาว" "พวกเขาอยู่กับผม มันรู้สึกหนักหนามากๆ ที่ได้เห็นคนที่ผมรักต้องลำบากและผมต้องพยายามที่จะทำงานของผมไปด้วย"

              แม้ว่าอะไรๆ จะดูยุ่งยากสำหรับลินการ์ดและสุ่มเสี่ยงที่จะสูญเสียตำแหน่งในทีมชาติอังกฤษ แต่การเปิดใจกับโซลชาร์คือจุดเปลี่ยน เขาได้ออกสตาร์ทในพรีเมียร์ ลีก แค่ 6 เกม แต่ 2 จาก 6 เกมนั้นก็ช่วยให้ทีมเอาชนะคือเกมกับท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

              "ผมเป็นคนที่ชอบที่จะจัดการกับสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเองแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องเสมอไป" "ผมชอบที่จะใช้ประโยคที่ว่า 'เป็นตัวของคุณเอง' แต่ผมได้ตระหนักตอนนี้ว่า มีหลายครั้งที่คุณทำอย่างนั้นไม่ได้" "พ่อของผมและพี่ชาย ลุย คือแรงสนับสนุนชั้นดีของผมแต่บางเรื่องก็ทำให้ผมใจสลาย" "ในฐานะลูกผู้ชายผมต้องรับผิดชอบและอยู่ตรงนั้นเพื่อทุกคน ผมต้องเติบโตและรู้เท่าทัน" "บางครั้งเมื่อความกังวลของเรามันลึกมากๆ คุณก็ไม่สามารถจัดการกับมันได้อย่างเหมาะสม ตอนนี้ผมคิดถึงเรื่องกลับไปสู่ฟอร์มที่ดีที่สุดของผมและผมรู็สึกว่าผมสามารถทำได้"    

                 หลังจากได้รับเกียรติให้เป็นกัปตันทีมในนัดที่โซลชาร์เลือกดาวรุ่งให้เจอกับอัสตาน่าในยูโรป้า ลีก ทำให้ลินการ์ดหวังว่า นั่นคือสัญญาณที่บ่งบอกว่าผู้จัดการทีมยังให้ความศรัทธาในตัวเขา ตอนนี้เขามั่นใจว่าบอสเข้าใจความเจ็บปวดที่เขาได้รับ และได้ยกภาระดังกล่าวออกจากบ่าในตอนที่เขาจะลงสนาม เขาบอกว่าสิ่งต่างๆ ดีขึ้นหลังจากได้คุยกับโซลชาร์