ลิเวอร์พูล จ่าฝูงแห่งเวทีพรีเมียร์ ลีก นำในสิ่งที่ไม่มีสโมสรไหนเคยทำได้กับเร้ดบุลล์ ซัลซ์บวร์ก ในฤดูกาลนี้ หลังจากที่พวกเขาสามารถผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนที่ผ่านมา

              ลิเวอร์พูล แชมป์เก่ายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในการแข่งขันรายการนี้ในฤดูกาลนี้เรียบร้อยแล้ว หลังจากเอาชนะเร้ดบุลล์ ซัลซ์บวร์ก ในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มเมื่อคืนที่ผ่านมา (อังคารที่ 10 ธันวาคม 2562) 

              หงส์แดงต้องไม่แพ้ในเกมเมื่อคืนที่ผ่านมาในการลงสนามปะทะกับยอดทีมจากออสเตรียที่สามารถยิงประตูพวกเขาได้ถึง 3 เม็ดในตอนที่ทั้งสองฝ่ายเจอกันที่แอนฟิลด์ และเมื่อคืนที่ผ่านมาก็มีช่วงเวลาที่น่าตื่นตระหนกสำหรับลูกทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ อยู่บ้างเล็กน้อย แต่พวกเขาก็ยอดเยี่ยมกว่าและสามารถเอาชนะไปได้ 2-0

              ลูกโหม่งของนาบี เกอิต้า และการจบสกอร์ที่น่าเหลือเชื่อจากมุมแคบของโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ส่งผลให้ลิเวอร์พูลกลายเป็นแชมป์กลุ่ม E และนาโปลีจบที่อันดับ 2 และผ่านเข้ารอบไปอีกทีม

              ถือเป็นบทพิสูจน์สำหรับกองหลังของลิเวอร์พูลในการรับมือกับดาวยิงอย่างเออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ ที่แน่นอนว่าจะต้องย้ายไปยังยอดทีมแห่งยุโรปในไม่ช้านี้ ซึ่งจะว่าไปแล้ว แนวรับของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้ยังไม่อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดของพวกเขาซึ่งนั่นทำให้การเก็บคลีนชีทในเกมที่เล่นกับทีมที่ยิงประตูได้เยอะๆ ก็ยิ่งน่าประหลาดใจเข้าไปใหญ่

             แต่การเก็บคลีนชีทได้ดังกล่าวนั้นทำให้ทีมของคล็อปป์สร้างสถิติเป็นทีมที่สามารถเก็บคลีนชีทได้ในการเล่นกับซัลซ์บวร์กที่ไม่มีทีมไหนสามารถทำได้เลยในฤดูกาลนี้ โดยนี่เป็นครั้งแรกที่ยอดทีมจากออสเตรียไม่สามารถทำประตูได้นับตั้งแต่แข่งขันในฤดูกาล 2019/20 เป็นต้นมา ซึ่งนี่คือการแข่งขันนัดที่ 26 ของพวกเขาในซีซั่นนี้

             แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทีมที่ซัลซ์บวร์กแข่งด้วยนั้นไม่มีทีมไหนที่อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับลิเวอร์พูลเลย โดยทีมที่พวกเขาเล่นด้วยในลีกสูงสุดของออสเตรียก็มีทีมชื่อแปลกๆ อย่างเช่น แคชพอยท์ และ ไฟลเออร์อลาร์ม