ซลาตัน อิบราฮิโมวิช อดีตดาวยิงของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมชั้นนำในยุโรปอีกมายมาย ได้ออกมาเผยเป็นนัยๆ ทางอินสตาแกรมว่า เจ้าตัวเลือกที่จะอยู่กับทีมไหนต่อไปหลังหมดสัญญากับแอลเอ กาแล็คซี่

               ดูเหมือนว่า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช จะพยายามเปิดเผยออกมาว่า สโมสรต่อไปของเขาก็คือ ฮัมมาร์บี้ แต่ยอดทีมจากสวีเดนยังปฏิเสธว่ายังไม่มีการตกลงกันแต่อย่างใด ทั้งนี้ตำนานดาวยิงวัย 38 หมดสัญญากับทางแอลเอ กาแล็คซี่ หลังสิ้นสุดฤดูกาลของเมเจอร์ ลีก ซ็อคเกอร์ และมีข้อสงสัยมากมายว่าสโมสรใดคือปลายทางที่เจ้าตัวเลือกจะค้าแข้งต่อไป

              เมื่อไม่กี่วันก่อน เขาพยายามที่จะจบข่าวลือด้วยโพสต์ทางอินสตาแกรม โดยวิดิโอที่เจ้าตัวโพสต์นั้นได้แท็ก @hammarbyfotboll และมีภาพเสื้อสีเขียวขาวของทีมฮัมมาร์บี้  ยอดทีมแห่งลีกสูงสุดของสวีเดนจากนั้นก็มีชื่อ ‘Ibrahimovic’ เขียนไว้ด้านหลังของเสื้อ

              อิบราเป็นตำนานของทีมมัลโม่ที่เป็นสโมสรในบ้านเกิดของเขา ดังนั้นก็เลยไม่ชัดเจนว่าเป็นการทำเพื่อดึงดูดความสนใจจากสาธารณะหรือเป็นทีมต่อไปของเขาจริงๆ ทางด้านโซเชียล มีเดีย ของฮัมมาร์บี้ ก็ยังไม่มีการอัพเดตใดๆ เกี่ยวกับการย้ายทีมครั้งนี้ แต่ทางผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กรของสโมสรก็ได้ออกมายืนยันว่า ยังไม่มีการสรุปใดๆ ทั้งสิ้น

              “ซลาตันยังไม่ได้มาร่วมทีมกับพวกเรา ถ้าเขาเซ็นสัญญามันก็คงอยู่บนเว็บไซต์ของเรา" 

              ตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีรายงานข่าวที่เชื่อมโยงอิบราฮิโมวิชกับการย้ายกลับมาค้าแข้งในเวทียุโรปโดยเฉพาะกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เอซี มิลาน และยังมีข่าวที่เชื่อมโยงเขากับท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ แต่ล่าสุดโชเซ่ มูรินโญ่ ได้ปฏิเสธข่าวดังกล่าวแล้ว โดยทั้งสองเคยร่วมงานกันที่อินเตอร์ มิลาน และล่าสุดก็คือที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด โดยเคยคว้าแชมป์คาราบาว คัพ และ ยูโรป้า ลีก ด้วยกันเมื่อฤดูกาล 2016/17

              ในการให้สัมภาษณ์ก่อนเกมยูโรป้า ลีก กับโอลิมเปียกอส มูรินโญ่ กล่าวว่า "ซลาตันคือนักเตะที่น่าทึ่ง, เป็นผู้ชายที่น่าทึ่ง แต่คงต้องบอกว่าไม่มีโอกาส" และยังบอกต่อว่าเขามีดาวยิงระดับเวิลด์คลาสอยู๋ในทีมแล้ว "เรามีกองหน้าที่ดีที่สุดในอังกฤษ มันไม่มีเหตุผลที่จะเซ็นสัญญาเขาในเมื่อเรามีแฮร์รี่ เคน"

             ซึ่งต่อมาได้มีการเฉลยจากทางสโมสรฮัมมาร์บี้ว่า อิบราได้เข้าถือหุ้นของสโมสร 50% พร้อมกับนั่งแท่นเจ้าของร่วมอย่างเป็นทางการ ทำให้แฟนบอลมัลโม่ เมืองและสโมสรบ้านเกิดที่ปลุกปั้นดาวยิงรายนี้ขึ้นมาก่อนจะก้าวเป็นนักฟุตบอลระดับโลก รู้สึกเหมือนถูกหักหลังจนพากันบุกไปทำลายรูปปั้นขนาด 2.7 เมตรของดาวยิงขวัญใจที่อยู่บริเวณด้านนอกสนามมัลโม่ สเตเดียม  ทั้งที่เพิ่งสร้างเสร็จและนำมาตั้งโชว์ไปเมื่อเดือนที่แล้ว