ปรีวิวการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ2 กลุ่มจี ระหว่าง ทีมชาติเวียดนาม เปิดบ้านรับการมาเยือน ทีมชาติไทย ในวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายนนี้

ทีมชาติเวียดนาม(97) พบ ทีมชาติไทย(109)
สนามมีดิงห์ สเตเดียม เวลา 20.00 น.(ตรงกับประเทศไทย)
ถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐ ทีวี

สถิติที่เคยเจอกันของทั้งสองทีม
ทั้งหมด 26 ครั้ง ทีมชาติไทย ทำได้เหนือกว่าอย่างชัดเจนด้วยผลงาน ชนะ 17 เสมอ 5 แพ้ 4 (ส่วนรายการฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก เจอกันมา 4 ครั้ง ไทย ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 1)

ผลงานที่เจอกันนัดล่าสุด
ทีมชาติไทย เปิดบ้านเสมอ ทีมชาติเวียดนาม 0-0 ส่วนการมาเยือนสนาม มีดิงห์ สเตเดียม ครั้งล่าสุดของทีมชาติไทย บุกมาชนะ 3-0 ในศึกฟุตบอลโลก2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย เมื่อปี 2015

ผลงานในบ้านของ ทีมชาติเวียดนาม
ทัพ "ดาวทอง" ไม่แพ้ใครยามลงเล่นในบ้านมา 16 นัดติดต่อกัน โดยเกมล่าสุดที่พ่ายคาบ้านก็คือนัดที่โดน ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทัพของ "โค้ชซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง บุกมาอัด 3-0 ในปี 2015

ทางฝั่งเจ้าถิ่นทัพ "ดาวทอง" ทีมชาติเวียดนาม ภายใต้การคุมทัพของ ปาร์ค ฮัง ซอ ผ่านการแข่งขันในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ2 ทำผลงานยังไม่แพ้ใคร โดยเป็นการเก็บชัยชนะไปได้ถึง 3 นัด เสมอ 1 นัด ล่าสุดเปิดบ้านเฉือนเอาชนะ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1-0 มีอยู่ 10 คะแนน ทะยานขึ้นไปรั้งจ่าฝูงของกลุ่มจี มาถึงเกมนี้พวกเขาจะได้ปักหลักเล่นในบ้านตัวเองอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าเป้าหมายคือต้องการเก็บชัยชนะเหนือทีมชาติไทย ให้ได้

ในส่วนของสภาพทีมเกมนี้ เวียดนาม ไม่มีปัญหาในการจัดทัพ บรรดาตัวหลักๆของทีมยังอยู่กันพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็น เหงียน กวง ไฮ, ดัง วานลัม รวมถึง โดน วาน เฮา

รายชื่อ 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนามของ ทีมชาติเวียดนาม
ผู้รักษาประตูใช้ ดัง วาน ลัม 3กองหลังส่ง โด ดุย มันห์, เก งอค ไฮ, บุย เทียนดุง โดยมี เหงียน ตรง ฮวง กับ โดน วาน เฮา เป็นวิงแบ็คทั้งสองฝั่ง แดนกลางวาง โด ฮุง ดุง, เหงียน กวง ไฮ, เหงียน ตวน อันห์ แดนหน้าจัด เหงียน วาน ต๊วน กับ เหงียน เตียน ลินห์ ล่าตาข่าย

ทางฝั่งทีมเยือนทัพ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทัพของ อากิระ นิชิโนะ เพิ่งจะสะดุดพลาดท่าด้วยการบุกโดน ทีมชาติมาเลเซีย
ยิงแซงเอาชนะไป 2-1 ทำให้หยุดอยู่ที่ 7 คะแนน จากการลงสนาม 4 นัด(ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 1) หล่นมาอยู่ที่2ของกลุ่มและต้องเสียตำแหน่งจ่าฝูงไปให้กับทีมชาติเวียดนาม มาถึงเกมนี้จะเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะกลับสู่เส้นทางลุ้นเข้ารอบต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าเป้าหมายคือการเดินหน้าบุกไปเก็บชัยชนะให้ได้สถานเดียว เพื่อโอกาสทวงจ่าฝูงคืนมา

ในส่วนของสภาพทีมได้รับข่าวดีเมื่อ ธีราทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายตัวเก่งจะพ้นโทษแบนกลับมาประจำการณ์อีกครั้ง ส่วนขุมกำลังหลักรายอื่นๆอยู่กันครบ ซึ่งเชื่อว่า อากิระ นิชิโนะ อาจจะต้องปรับแผงกองหลังจากเกมล่าสุดที่โดนเล่นงานบ่อยครั้ง แต่ในรายของ มานูเอล ทอม เบียร์ จะยืนเป็นแกนหลังต่อไป และมีโอกาสที่จะกลับมาใช้ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ มาจับเป็นคู่เป็นเซ็นตอร์อีกครั้ง

รายชื่อ 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนามของ ทีมชาติไทย
ผู้รักษาประตูส่ง ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน กองหลังวาง นิติพงษ์ เสลานนท์, มานูเอล ทอม เบียร์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ธีราทร บุญมาทัน คู่กลางวาง พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล กับ สารัช อยู่เย็น โดยมี ชนาธิป สรงกระสินธ์ คอยปั้นเกม ขณะที่ เอกนิษฐ์ ปัญญา กับ สุภโชค สารชาติ จะเป็นตัวริมเส้น และส่ง ธีรศิลป์ แดงดา ยืนเป็นหน้าเป้า

สถานการณ์ในปัจจุบันของกลุ่มจี

กรณีที่ ทีมชาติไทย สามารถบุกไปเก็บชัยชนะ เหนือ ทีมชาติเวียดนาม ได้ในเกมนี้ ก็จะกลับขึ้นไปรั้งจ่าฝูงของกลุ่มด้วยการมี 10 คะแนนเท่ากับ เวียดนาม เพราะมีประตูได้เสียดีกว่า

กรณีที่ ทีมชาติไทยบุกไปเสมอ ก็จะมีเพิ่มเป็น 8 คะแนน ส่วนเวียดนาม ก็จะมีเพิ่มเป็น 11 คะแนน นำจ่าฝูงของกลุ่มต่อไป ขณะที่อีกหนึ่งสนามในเกมระหว่าง มาเลเซีย เปิดบ้านเจอกับ อินโดนีเซีย หาก มาเลเซีย สามารถเก็บชัยชนะได้ ก็จะมีเพิ่มเป็น 9 คะแนน แซงหน้าทีมชาติไทยขึ้นไปรั้งรองจ่าฝูงทันที

กรณีที่ ทีมชาติไทย บุกไปแพ้ เวียดนาม ก็จะหยุดอยู่ที่ 7 คะแนน ส่วนเวียดนามจะนำจ่าฝูงโด่งอยู่ที่ 13 คะแนน ส่วนผลการแข่งขันอีกสนามระหว่าง มาเลเซีย เปิดบ้านเจอกับ อินโดนีเซีย หากเจ้าถิ่นเก็บชัยชนะได้ก็จะมีเพิ่มเป็น 9 คะแนน แซงหน้าทีมชาติไทยขึ้นไปรั้งรองจ่าฝูงทันที แต่หากผลคู่นี้ออกมาเสมอกัน มาเลเซีย จะแซง ยูเออี ที่มีอยู่ 6 คะแนน และไม่มีโปรแกรมแข่งขันขึ้นไปอยู่ที่3 ของกลุ่ม