งานนี้ก็ทำเอาแฟนบอลที่ได้ดูการแข่งขันต่างก็ออกอาการข้องใจกับท่าทีของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไปตามๆ กัน หลังเจ้าตัวยกมือขึ้นทำท่าคล้ายกับจะฟ้องว่า ลูกยิงของเพื่อนร่วมทีมอย่างเปาโล ดีบาล่า นั้นเป็นลูกล้ำหน้า

             ในช่วงเหลือเวลาการแข่งขันอีก 13 นาที ยูเวนตุสตกเป็นฝ่ายตามหลังโลโคโมทีฟ มอสโก 1-0 ที่สนามอัลลิอันซ์ สเตเดี้ยม ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม D เมื่อคืนที่ผ่านมา (อังคารที่ 22 ตุลาคม 2562) แน่นอนว่าความพ่ายแพ้จะถือเป็นเรื่องราวที่ช็อคอย่างใหญ่หลวงสำหรับเจ้าถิ่น และในเวลานั้นยูเว่ต้องการ 'ฮีโร่' ซึ่งปกติแล้วในค่ำคืนของเวทีแชมเปี้ยนส์ ลีก นั้นมักจะเป็นคริสเตียโน่ โรนัลโด้ 

            อย่างไรก็ตาม เมื่อคืนที่ผ่านมาไม่เป็นเช่นนั้นแต่กลับกลายเป็นเพื่อนร่วมทีมอย่าง 'เปาโล ดีบาล่า' ที่เป็นพระเอกขี่ม้าขาวก้าวมาเซฟทีมแทน โดยดาวเตะเลือดฟ้าขาวสามารถตีเสมอได้ในนาทีที่ 77 ด้วยลูกยิงอันสวยงามจากนอกกรอบ ต่อจากนั้นอีก 2 นาทีให้หลัง เจ้าตัวก็ทำประตูที่ 2 จากจังหวะที่ อเล็กซ์ ซานโดร ยิงไปตรงกรอบและนายด่านโลโคโมทีฟทุบออกมา แต่บอลยังไปเข้าทางดีบาล่า ที่วิ่งมากดด้วยซ้ายส่งบอลเข้าประตูไป และนั่นก็ทำเอากองเชียร์เจ้าถิ่นตะโกนร้องก้องสนามด้วยความดีใจ แต่ดูเหมือนว่าโรนัลโด้จะไม่ค่อยดีใจนักกับประตูดังกล่าว


          จะเห็นว่าตอนที่ดีบาล่าทำประตูชัย โรนัลโด้มองไปที่ผู้ช่วยผู้ตัดสินและฟ้องว่ามีการล้ำหน้า ซึ่งความเป็นจริงอาจไม่ใช่ก็ได้ แต่แฟนบอลก็ตัดสินไปแล้วว่า แข้งบัลลงดอร์ 5 สมัยทำแบบนั้น โดยมีความคิดเห็นอย่างเช่น

 

           "ทุกคนดูโรนัลโด้สิ เพราะเขาไม่ใช่คนทำประตู เขาก็เลยฟ้องว่าทีมของตัวเองล้ำหน้า และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำแบบนี้ ผู้ชายคนนี้มันงี่เง่า"

           "โรนัลโด้ยกมือขึ้นและบอกล้ำหน้าเพราะเขาไม่ใช่คนที่ทำประตูชัย เห็นแก่ตัวเหมือนเคยเลยนะ"

           "โรนัลโด้ยกมือขึ้นเพื่อบอกว่าประตูที่ 2 ของดีบาล่านั้นล้ำหน้า การโวยวายแบบนี้มันคืออะไรกันอ่ะ?"

           "โรนัลโด้ร้องขอธงล้ำหน้าเหรอ?"

           "ฉันว่านะ โรนัลโด้ยกมือฟ้องว่าล้ำหน้าเพียงแค่เพราะดีบาล่าทำประตู"

            ปฏิกริยาของโรนัลโด้ยิ่งดูแย่เข้าไปใหญ่เมื่อมองว่า แม้จะยืนข้างกันตอนที่ดีบาล่าทำประตูได้ แต่เขากลับเป็นเพื่อนร่วมทีมคนที่7 ที่ค่อยๆ วิ่งไปแสดงความยินดีกับเขา และดูเหมือนจะไม่ยินดียินร้ายมากนักกับการพลิกชะตากรรมของทีมด้วยตัวดีบาล่าเองเองคนเดียว 


           การคว้า 3 แต้มเต็มของยูเวนตุส ทำให้พวกเขานำเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม มี 7 คะแนนเท่ากับแอตเลติโก้ มาดริด แต่ประตูได้เสียดีกว่า ขณะเดียวกันโลโคโมทีฟ รั้งอันดับ 3 ของกลุ่ม ส่วนเลเวอร์คูเซ่น ยังไม่มีแต้มหลังจากพ่ายให้กับแอตฯ มาดริด 1-0