ไม่ใช่ข่าวดีสำหรับแฟน "สิงห์บลูส์" เชลซีสักเท่าไหร่ เมื่อล่าสุดดาวเตะสตาร์ดังรายนี้ได้ออกมายอมรับว่าเขาอาจพิจารณาย้ายทีม ถ้าหากเขายังต้องเป็นตัวสำรองในยุคของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ต่อไป

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นปี 2018 เชลซี ได้ตัดสินใจดึงตัว "โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์" กองหน้าเครางามมาจากทีมคู่แข่งร่วมเมืองอย่าง "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล เนื่องจากในตอนนั้นพวกเขามีเพียงแค่ อัลบาโร่ โมราต้า เพียงคนเดียวที่สามารถเล่นในตำแหน่งนี้ได้ อีกทั้งกองหน้าชาวสเปนก็กลับทำผลงานได้ต่ำกว่าที่คาดหมายเอาไว้ ซึ่งนั่นทำให้กองหน้าชาวฝรั่งเศสรายนี้กลายเป็นตัวเลือกแรกของทีมไปโดยปริยาย แต่เมื่อช่วงครึ่งซีซั่นหลังของปีที่แล้ว ชิรูด์ เองก็แทบจะทำประตูไม่ได้เลยจนทำให้กุนซือของทีมในตอนนั้นอย่าง เมาริซิโอ ซาร์รี่ ตัดสินใจยืมตัว กอนซาโล่ อิกวาอิน มาเสริมทัพ และนั่นทำให้กองหน้าวัย 33 ปีรายนี้ต้องกลายเป็นตัวสำรอง 

อีกทั้งในฤดูกาลนี้ในยุคของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ที่มักเน้นใช้นักเตะดาวรุ่งของทีมเป็นหลักก็ยิ่งทำให้โอกาสลงสนามของเขาน้อยลงไปอีก มิหนำซ้ำนักเตะดาวรุ่งอย่าง แทมมี่ อับราฮัม กลับทำผลงานได้น่าประทับใจจนหลายฝ่ายมองว่าเขาคือกองหน้าเบอร์ 1 ของทีมในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม ชิรูด์ ก็ยังยืนยันว่าพร้อมสู้เพื่อตำแหน่งตัวจริงของทัพสิงห์บลูส์ต่อไป แต่ถ้าสถานการณ์มันบีบให้เขาต้องพิจารณาอนาคตของตัวเอง เจ้าตัวก็พร้อมโบกมือลาถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ เช่นกัน

"ผมจะต่อสู้แย่งตำแหน่งในทีมเชลซี โค้ชรู้เรื่องนั้นและเราจะตัดสินใจในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ ผมต้องการย้ายออกจากเชลซีมั้ย? มันไม่จำเป็นแต่หากผมต้องเลือก ผมก็ยังมีช่วงเวลาอีกหลายปีที่ดีรอผมอยู่ ตอนนี้ผมอายุ 33 ปี ผมยังเล่นได้และใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพที่ดี ผมรู้สึกว่าร่างกายของผมยังดีอยู่นะ ผมอยากสนุกและต้องการลงเล่นมากขึ้น ผมให้ความสนำคัญกับเชลซี ก่อนแต่หากท้ายที่สุดผมถูกบีบให้ต้องเลือก ผมก็จะทำเหมือนตอนที่ย้ายออกจากอาร์เซน่อล แน่นอนว่าแลมพาร์ด จะดูเกมเกือบทั้งหมด อย่างไรก็ตามผมจะกลับไปที่เชลซี" ชิรูด์ กล่าว