“คิงคองก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดดาวรุ่งหนึ่งเดียวของไทยในสนามระดับโลกของ เอ.พี.ฮอนด้า เข้าป้ายอันดับ 14 เก็บได้ 2 แต้มจากศึกโมโตทู สนาม 13 รายการ “ซาน มาริโน กรังด์ปรีซ์”

การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือ เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่น โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2019 สนาม 13 ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่สนาม มิซาโน เวิลด์ เซอร์กิต มาร์โก ซิมอนเซลลี สาธารณรัฐ ซาน มาริโน ระยะทางต่อรอบ 4.2 กิโลเมตร ชิงชัย 25 รอบสนาม

โดยนักบิดหนึ่งเดียวของไทย ในศึก เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ อย่าง “คิงคองก้อง” สมเกียรติ จันทรา หมายเลข 35 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย เข้าร่วมแข่งขันใน โมโตทู แบบเต็มฤดูกาลเป็นปีแรก และสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น ซึ่งในสนามนี้กดเวลามาเป็นอันดับที่ 19 ได้ออกสตาร์ทจากแถวที่ 7 ส่วนตำแหน่งโพลในเรซนี้เป็นของ ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ นักบิดอิตาเลียนจาก สปีดอัพ สมเกียรติ ออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยมในกลุ่มกลาง ก่อนจะสามารถขยับขึ้นมารั้งอันดับ 18 ในรอบที่ 2 แต่ในรอบที่ 4 นักบิดไทยเสียจังหวะไปนิดเดียว ร่วงลงไปถึงอันดับ 21 ก่อนจะไต่ขึ้นมาเป็นอันดับ 20 ในรอบถัดมา และกลับมารั้งอันดับ 19 ได้ในรอบเดียวกัน ผ่านไป 10 รอบสนาม

สมเกียรติ ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 17 และไต่ขึ้นมารั้งอันดับ 16 ในรอบถัดมา ส่งผลให้มีลุ้นคว้าแต้มในสนามนี้อย่างเต็มตัว จากนั้นในรอบที่ 13 ผ่านครึ่งทางของการแข่งขัน “คิงคองก้อง” ก็ขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 15 สมเกียรติ ยังไม่หยุดความร้อนแรงไว้เท่านั้น ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 14 ได้ในช่วง 9 รอบสุดท้าย ครบ 25 รอบสนาม สมเกียรติ เข้าป้ายเป็นอันดับ 14 ด้วยเวลาตามหลังแชมป์เพียง 28.673 วินาที เก็บเพิ่ม 2 แต้มจากการลงแข่งขันที่ มิซาโน เป็นครั้งแรกในชีวิต

ส่วนแชมป์ในเรซนี้ตกเป็นของ ออกุสโต้ เฟอร์นันเดซ นักบิดสแปนิชจาก เฟล็กซ์บ็อกซ์ เอชพี 40 ด้วยเวลา 41 นาที 12.535 วินาที หลังบดเอาชนะ “ดิ จิอันนันโตนิโอ” ในช่วง 2 โค้งสุดท้าย ไปเพียง 0.186 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 ตกเป็นของ อเล็กซ์ มาร์เกซ ตามหลังแชมป์ 1.283 วินาที

ภายหลังจบการแข่งขัน 13 สนาม สมเกียรติ เก็บเพิ่มอีก 2 คะแนน รวมเป็น 13 คะแนน ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 20 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ ส่วนจ่าฝูงยังคงเป็น อเล็กซ์ มาร์เกซ มีทั้งสิ้น 197 คะแนน สำหรับการแข่งขัน โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2019 สนามถัดไปจะมีขึ้นที่ มอเตอร์แลนด์ อรากอน ประเทศสเปน ในวันที่ 20-22 ก.ย.นี้