คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซุป'ตาร์ 5 บัลลงดอร์ของยูเวนตุส สร้างสถิติใหม่ให้ตัวเองได้อีกครั้งหลังทำคนเดียว 4 ประตูให้ทีมชาติโปรตุเกสเอาชนะลิธัวเนีย 4-1 ในศึกยูโร 2020 รอบคัดเลือก เมื่อคืนที่ผ่านมา (อังคารที่ 10 กันยายน 2562)

         การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ยูโร 2020 รอบคัดเลือก กลุ่ม B ลิธัวเนีย เปิดสนาม เอลเอฟเอ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของโปรตุเกส และผลการแข่งขันปรากฏว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ระเบิดฟอร์มสุดยอดเหมาคนเดียว 4 ประตูพาทีมชาติโปรตุเกสเก็บชัยชนะได้สวยงามด้วยการบุกอัดเจ้าบ้าน 5-1 เมื่อคืนวันอังคารที่ 10 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา

         ทัพ 'ฝอยทอง' ได้ประตูนำก่อน 1-0 ตั้งแต่ 7 นาทีแรก เมื่อชูเอา เฟลิกซ์ เปิดลูกไปโดนมือ มาร์คุส ปาลิโอนิส ผู้ตัดสิน เป่าให้เป็นจุดโทษ และเป็นโรนัลโด้ ที่รับหน้าที่สังหารไม่พลาด แต่ลิธัวเนีย ก็ตามตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 28 จากลูกโหม่งของ วีโตตัส อันดริอุชเควิชิอุส จบครึ่งแรกเสมอกันไป 1-1 แต่ครึ่งหลังโปรตุเกสมาได้อีก 4 ลูกรวด เริ่มจากนาทีที่ 61 เมื่อเออร์เนสตาส เช็คคุส นายทวารเจ้าถิ่นรับบอลซัดหน้าเขตโทษของโรนัลโด้ กระดอนเข้าประตูตัวเองไปแบบไม่น่าเชื่อ, นาทีที่ 65 แบร์นาร์โด้ ซิลวา ตักบอลจากฝั่งขวาให้โรนัลโด้ วิ่งสอดมาแประยะ 3 หลาเข้าไปง่ายๆ และเป็นแฮทริคของซุป'ตาร์ 5 บัลลงดอร์รายนี้, นาทีที่ 76 โรนัลโด้ กดประตูที่ 4 ของตัวเอง เมื่อซิลวาคนเดิมจ่ายบอลมาให้ในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายและเจ้าตัวก็ยิงทันทีแบบไม่ต้องจับเข้าไปเป็น 4-1 และช่วงทดเจ็บ โปรตุเกส มาได้อีกประตูจากวิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่ จบเกม โปรตุเกส บุกชนะ ลิธัวเนีย ขาดลอย 5-1  เก็บ 3 แต้มสำคัญมีเพิ่มเป็น 8 คะแนนจี้จ่าฝูงยูเครนเหลือ 5 แต้มแต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด

            และจากผลงานดังกล่าวล่าสุดทำให้โรนัลโด้สามารถทำลายสถิติได้อีกครั้งนั่นก็คือกลายเป็น ผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลในการแข่งขันฟุตบอลยุโรป รอบคัดเลือก แซงหน้าร็อบบี้ คีน ที่ทำไป 23 ประตูในการแข่งขันฟุตบอลยูโร รอบคัดเลือก ที่ทำไว้กับสาธารณรัฐไอร์แลนด์ นอกจากนี้ 93 ประตูที่ทำไว้กับทีมชาติโปรตุเกสยังทำให้เขากลายเป็น นักเตะที่ทำประตูในทีมชาติสูงสุดตลอดกาลของยุโรป แซง เฟเรนซ์ ปุสกัส ไป 9 ประตู นอกจากนี้ยังเป็นการทำแฮทริคครั้งที่ 8 ของโรนัลโด้ที่ทำให้กับทีมชาติอีกด้วย ซึ่งแม้จะประสบความสำเร็จในแง่ส่วนบุคคล แต่เจ้าตัวก็ยืนยันว่าเขามีความสุขที่สามารถช่วยทีมให้คว้ามาได้ 8 แต้มและอยู่ที่ 2 ของตารางมากกว่า

           "ผมมีช่วงเวลาที่ดีครับ แต่ทีมก็ทำได้ดีมากๆ เช่นกัน" ดาวเตะวัย 34 กล่าว "ผมมีความสุขและสนุกกับช่วงเวลานี้ไม่ใช่เพราะว่าผมทำประตูหรอกครับ แต่เป็นเพราะระดับของการเล่นของเราในช่วงปีหลังๆ ที่ผ่านมา" "สิ่งที่ยากที่สุดก็คือการเอาชนะเซอร์เบีย และมันสำคัญที่เราต้องรักษาโมเมนตั้มแห่งชัยชนะที่นี่ไว้ต่อไป" "เรามีอีก 2 เกม หนึ่งเกมในบ้านและอีกหนึ่งเกมไปเยือน และผมคิดว่าถ้าเราเอาชนะในเกมเหล่านั้นได้มันก็คงจะเพียงพอ"

            ลูกทีมของแฟร์นันโด ซานโตส มีคิวเปิดบ้านรับการมาเยือนของลักเซมเบอร์ก ที่กรุงลิสบอน ในวันที่ 11 ตุลาคม 2562 ก่อนที่จะบุกไปกรุงเคียฟเจอกับจ่าฝูงอย่างยูเครน ในอีก 3 วันถัดมา