อดีตนักมวยดังวัย74ปีของจังหวัดพะเยาที่ไปสร้างชื่อเสียงให้กับบ้านเกิดในเมืองกรุงโดยใช้ชื่อมวยไทยว่า อำนวยเดช ฮ.มหาชัย (ขุนเข่าไส้ติ่งแตก) แชมป์มวยรอบพยัคฆ์น้อยของเวทีราชดำเนินบั้นปลายชีวิตทำงานรับจ้างเลี้ยงตัวเองวอนหน่วยงานด้านกีฬาช่วยเหลือ

         ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบ้านเลขที่100/1ถ.ประชาอุทิศ ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยาซึ่งเป็นบ้านไม้ที่ นายวีระ สุขยิ่ง หรือ "ลุงเต้" อำนวยเดช ฮ.มหาชัย ดำเนินชีวิตเพียงลำพังมีอาชีพรับจ้างเลี้ยงตัวเองโดยมีเพื่อนบ้านแวะเวียนมาเยี่ยมเยือน

         นายวีระ หรือ อำนวยเดช ฮ.มหาชัย เล่าว่าอดีตเป็นนักมวยไทยเดินสาย ที่วนเวียนตะเวนชกมวยในเมืองเหนือและต้อนรับนักชกเดินสาย ที่มาชกในงานฤดูหนาวและงานแปดเป็งของจังหวัดพะเยาในนาม กาเหว่า ศ.มีชัย ด้วยลีลาการชกและอาวุธเข่าที่รุนแรง จนกลายเป็นขวัญใจของวงการหมัดมวยคนพะเยาในยุคนั้น จนโกฮง แซ่อาว มารับตัวลงไปในเมืองกรุงและได้ใช้ชื่อ อำนวยเดช ฮ.มหาชัย กลายเป็นนักมวยที่ดีที่สุดในยุคนั้นจนสามารถคว้าแชมป์มวยรอบพยัคฆ์น้อยของเวทีราชดำเนิน

         ลุงเต้ ด้วยวัย 74 ปี ต้องอยู่คนเดียว เพราะภรรยาและลูกทั้ง 3 คนเสียชีวิต เหลือแค่ตัวคนเดียวทำงานรับจ้างเลี้ยงตัวเองไปวันๆ อยู่บ้านเช่าในเทศบาลเมืองพะเยา โดยที่ไม่ทราบว่าจะมีหน่วยงานใดบ้างที่จะพอช่วยเหลืออดีตยอดมวยเมืองน้ำกว๊าน ที่เคยไปสร้างชื่อในเมืองกรุงและทั่วประเทศให้รู้จัก และเป็นตำนานนักมวยไทยของยอดนักมวยเมืองกว๊านพะเยาในนาม มงคลเดช ฮ.มหาชัย

         ในอดีตที่ผ่านมาชีวิตบนผืนผ้าใบในเมืองกรุง อำนวยเดช ฮ.มหาชัย กลายเป็นนักมวยที่ดีที่สุดในยุคนั้น ซึ่งทั้ง แชมป์ฟลายเวทราชดำเนิน สนิท ศ.สุบินและโคตรยอดมวยเมืองไทยอย่าง วิชาญน้อย พรทวี แชมป์ฟลายเวทลุมพินีในขณะนั้น ยังต้องพ่ายแพ้กับอำนวยเดชมาแล้ว ซึงแฟนมวยเมืองกรุงในยุคนั้นต่างยกย่องให้กับอำนวยเดชว่าเป็นแชมป์เปี้ยนส์ฟลายเวทตัวจริงและเป็นนักมวยรุ่นเล็กที่ยอดมวยไทยอย่างฟ้าใส ทวีชัยยอมรับว่ากลัวและไม่ยอมชกด้วย อำนวยเดช ฮ.มหาชัยโลดแล่นบนผืนผ้าใบในเมืองกรุงร่วมๆ 100 กว่าครั้งและได้เป็นแชมป์มวยรอบ พยัคฆ์น้อยของเวทีราชดำเนินจนร่างกายเรี่ยวแรงเริ่มถดถอยจึงได้กลับมาเมืองพะเยาบ้านเกิดและเลิกชกมวยและมีครอบครัวอยู่เมืองพะเยา