แม่ทัพ ช้างศึก คนใหม่ เปิดตัวต่อหน้าสื่อมวลชนไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา (21 ก.ค.62) โดยจะเริ่มงานใหม่ทันทีด้วยการเดินทางไปชมเกมไทยลีก 2019 ระหว่าง เอสซีจี เมืองทองฯ พบ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ เอสซีจี สเตเดี้ยม ช่วงเย็นวันนี้

อาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 24 การกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้ทำการเปิดตัว อากิระ นิชิโนะ กุนซือวัย 64 ปี เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชุดใหญ่ และรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี อย่างเป็นทางการ โดยไม่มีการเปิดเผยในเรื่องของสัญญาแต่อย่างใด

แม้ไม่มีการเปิดเผยเรื่องของค่าตอบแทนที่เขาได้รับ แต่ผู้สื่อข่าวฟุตบอลได้รับการยืนยันจาก "บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ว่า อากิระ นิชิโนะ ได้รับเงินต่อปีถึง 30 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับสมัยที่เขาทำทีม "ซามูไรบลู" ลุยเวิลด์ คัพ 2018


ก่อนหน้านี้ นิชิโนะ ได้ทำการเซ็นสัญญาพร้อมเปิดตัวกับสื่อญี่ปุ่น ณ กรุงโตเกียว มาแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (19 ก.ค. 62)

โดย อากิระ นิชิโนะ เฮดโค้ชทีมชาติไทย กล่าวในงานแถลงเปิดตัวว่า "ขอบคุณสำหรับโอกาสที่ได้เข้ามาคุมทีมชาติไทยชุดใหญ่ รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ผมเองก็ต้องขอฝากเนื้อฝากตัวกับทุกคนด้วย จากปีที่แล้วอย่างที่ทราบกันว่า ผมได้พาทีมชาติญี่ปุ่นเข้าแข่งขันฟุตบอลโลก หลังจากนั้น 1 ปี ผมก็ได้ทำงานเป็นเบื้องหลังที่ญี่ปุ่น และได้พบกับ นายกสมาคมฯ ผมได้เห็นความตั้งใจของนายกสมาคมฯ และสมาคมฯ ผมจึงยินดีที่จะเข้ามาร่วมงานในครั้งนี้"


"ผมเองได้เห็นความตั้งใจของนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่อยากจะพัฒนาฟุตบอลไทย จากการได้พูดคุยในเบื้องต้น ทำให้ผมตัดสินใจที่จะรับงานในการคุมทีมชาติไทย หลังได้มาดูการทำงานของทีมชาติไทย เรามีโอกาสที่จะพัฒนาไปได้แน่นอน ทั้ง เวิลด์ คัพ ของชุดใหญ่ และ ยู-23 ที่กำลังมีโปรแกรมชิงแชมป์เอเชีย ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการร่วมมือของทุกคนด้วย"

"ในเดือน ก.ย.นี้ ฟุตบอลโลก จะเริ่มขึ้นแล้ว แม้เวลาไม่เยอะ แต่ตอนผมทำงานกับทีมชาติญี่ปุ่น มีเวลาเตรียมทีม 2 เดือน ในการลุยฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งผมเชื่อว่าจะเตรียมทีมได้ทันอย่างแน่นอน อย่างที่บอกเราเองต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการยกระดับตัวเองสู่ระดับเอเชีย โอลิมปิก และเวิลด์ คัพ ขอบคุณครับ (พูดเป็นภาษาไทย)"

นักข่าวถามว่า เป้าหมายในการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ครั้งนี้?

นิชิโนะ -  "ตอนนี้ก็อาจจะเร็วเกินไปในการตั้งเป้าหมายในระยะยาว เบื้องต้นผมก็ต้องพยายามดูนักเตะ ทำงานทุกวันให้ดีที่สุด ส่วนในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก รอบนี้ ก็หวังจะผ่านรอบนี้ไปให้ได้ เกมแรก ที่จะพบกับเวียดนาม ผมเองก็จะพยายามเอาชนะให้ได้"

นักข่าว - ระยะเวลาการเตรียมทีมที่สั้นจะเป็นปัญหาหรือไม่ และความแตกต่างระหว่างนักเตะญี่ปุ่นกับนักเตะไทย?

นิชิโนะ -  "ก่อนหน้าที่ผมจะพาไปฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย กับญี่ปุ่น สื่อญี่ปุ่นก็ถามเขาว่ามีเวลาแค่สองเดือนเพียงพอไหม เพราะฉะนั้น การมีเวลาสิบวันกับทีมชาติไทยในครั้งนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล สำหรับ นักเตะญี่ปุ่นการจะไปฟุตบอลโลก ก็ต้องพัฒนาตัวเอง นักเตะไทยเองก็ต้องยกระดับตัวเองเช่นกัน แม้จะมีเวลาไม่มาก แต่ผมคิดว่านักเตะไทยก็สามารถยกระดับตัวเองขึ้นไปได้"

"จากประสบการณ์ และจากที่ได้เห็นนักฟุตบอลไทยมาแล้ว ผมคิดว่าผมสามารถยกระดับนักฟุตบอลไทยขึ้นไปได้ โดยจะใช้ประสบการณ์จากที่เคยพัฒนานักฟุตบอลญี่ปุ่นมาแล้ว"

นักข่าว - วางแผนเรื่องทีมงานสตาฟฟ์โค้ชอย่างไร? 

นิชิโนะ - "ตอนนี้ผมมาแค่คนเดียว จากที่ได้มาดูการทำงานที่นี่ ก็ได้พบกับทีมงานโค้ชของไทยหลายคน ผมเองก็มองเห็นถึงความมุ่งมั่น ผมเองก็พร้อมจะร่วมงานกับโค้ชไทย เพื่อสร้างทีมชาติไทยทั้งระบบขึ้นมา"

"ความตั้งใจของผมคือการทำงานร่วมกับโค้ชไทย อยากพัฒนาทีมชาติไทยไปพร้อมกับโค้ชไทย การจะดึงสตาฟฟ์ชาวญี่ปุ่นมาในอนาคต แปลว่าพลังของผมไม่พอ แต่ตอนนี้ผมก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดก่อน"

นักข่าว - ทีมชาติไทยอยู่ในระดับไหนในสายตาของนิชิโนะ?

นิชิโนะ - ระหว่างที่เป็นโค้ชทีมชาติญี่ปุ่น ก็เคยมาแข่งขันกับทีมชาติไทย แม้ผมจะเอาชนะไทยไปได้ แต่ผมไม่เคยมองว่ามันเป็นงานที่ง่ายเลย เพราะกว่าจะเอาชนะได้ก็ต้องออกแรงเหนื่อยพอสมควร หลังจากนั้น ผมก็คิดว่าทีมชาติไทยสามารถพัฒนาไปไกลได้มากกว่านี้อีก"

 "ในกลุ่มของเรา อาจจะมีข้อได้เปรียบจากกลุ่มอื่น คือไม่ต้องเดินทางมาก ไม่เหนื่อยล้า แต่ก็ไม่ใช่แค่เรา แต่รวมถึงทีมอื่นๆก็เช่นกัน ที่ไม่ต้องเดินทางไกล"

 

ทั้งนี้ภารกิจหลักของ นิชิโนะ คือการพา ช้างศึก แข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย และฟุตบอล ยู 23 ชิงแชมป์เอเชีย 2020 รอบสุดท้าย ที่ประเทศไทย จะได้เป็นเจ้าภาพ 

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง ของทีมชาติไทย มีดังนี้

นัดแรก วันที่ 5 กันยายน 2562 ไทย - เวียดนาม
นัดที่สอง วันที่ 10 กันยายน 2562 อินโดนีเซีย - ไทย
นัดที่สาม วันที่ 15 ตุลาคม 2562 ไทย - ยูเออี
นัดที่สี่ วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 มาเลเซีย - ไทย
นัดที่ห้า วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 เวียดนาม - ไทย
นัดที่หก วันที่ 26 มีนาคม 2563 ไทย - อินโดนีเซีย
นัดที่เจ็ด วันที่ 4 มิถุนายน 2563 ยูเออี- ไทย
นัดที่แปด วันที่ 9 มิถุนายน 2563 ไทย - มาเลเซีย