ธเนศ เครือรัตน์ ประธานสโมสร ศรีสะเกษ เอฟซี โพสต์แฉ สมาคมฟุตบอลฯ อีกรอบ ตอบโต้คำชี้แจงของ สมาคมฟุตบอลฯ เมื่อคืนนี้ กรณีถูก ฟีฟ่า ตัด 6 แต้ม

หลังจากที่ ศรีสะเกษ เอฟซี ทีมดังในไทยลีก 2 ถูก ฟีฟ่า ตัดสินหัก 6 คะแนน จากกรณีปัญหาของทีม อีสาน ยูไนเต็ด ที่ค้างจ่ายเงินเดือน คาเลด คารูบี้ ตั้งแต่ปี 2555

จากกรณีนี้ ธเนศ เครือรัตน์ ประธานสโมสร ศรีสะเกษ เอฟซี ได้ออกมาแฉตั้งแต่เมื่อวาน(11 ก.ค.) ว่าเป็นเพราะ สมาคมฟุตบอลฯ แจ้งคำสั่งจากฟีฟ่าล่าช้า ทำให้เลยกำหนดที่จะยื่นอุทธรณ์ จน ศรีสะเกษ เอฟซี ต้องโดนลงโทษตัด 6 แต้ม พร้อมกับขู่จะยุบทีม หากไม่ได้รับความยุติธรรม

จน สมาคมฟุตบอลฯ ต้องโพสต์ชี้แจงในเมื่อคืนที่ผ่านมา(11 ก.ค.) ว่าได้ส่งอีเมลแจ้งคำสั่งของฟีฟ่าให้กับทีม ศรีสะเกษ แล้ว ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย. 2562

แต่ล่าสุดเมื่อช่วงเที่ยงวันนี้(12 ก.ค.) ธเนศ เครือรัตน์ ประธานสโมสร ศรีสะเกษ เอฟซี ได้โพสต์เฟซบุ๊กแฉ สมาคมฟุตบอลฯ อีกรอบ พร้อมชี้แจงไทม์ไลน์ 11 ข้อ ว่าเหตุการณ์ที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร โดยมีข้อความดังนี้

"ผมขอยืนยันว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่ใช่ความผิดของผู้บริหารและสโมสร ถ้าสิ่งที่ผมได้ชี้แจงไปเป็นเท็จ ผมจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของผมเอง หรือให้สมาคมไปฟ้องร้องผมได้

ผมได้อ่านคำชี้แจงของสมาคมแล้ว สมาคมก็ยอมรับว่าได้ส่งรายละเอียดคำตัดสินล่าช้า (วรรคสุดท้ายของคำชี้แจง) แต่สมาคมไม่ได้ให้เหตุผลว่าทำไม

ผมยืนยันว่าพวกเรา “ผู้บริหารและแฟนบอลศรีสะเกษ เอฟซี” ตั้งใจทำฟุตบอลเพื่อจังหวัดของเรา และเพื่อพัฒนากีฬาฟุตบอลประเทศเรา เราเคยได้รับรางวัล “ทีมมารยาทยอดเยี่ยม” เราเป็นทีมเล็กๆ แต่อยู่ในวงการฟุตบอลมานานและไม่เคยสร้างปัญหาใดๆให้กับวงการฟุตบอลไทยเลย

เพื่อให้เกิดความชัดเจน ผมขอส่งคำสั่งของฟีฟ่า ลงวันที่ 9 พค. 2562 ที่สั่งให้สมาคมส่งต่อให้อิสาน ยูไนเตด (ศรีสะเกษ เอฟซี) ด่วน แต่สมาคมกลับส่งให้วันที่ 10 กค. 2562 ล่าช้าไปถึง 60 กว่าวันซึ่งพ้นกำหนดอุทธรณ์แล้ว


ผมขอลำดับเหตุการณ์ที่สำคัญต่อกรณีนักฟุตบอลสัญชาติฝรั่งเศส ขอให้ทุกท่านได้ค่อยๆอ่านและทำความเข้าใจในรายละเอียด

1. สโมสรศรีสะเกษเอฟซีไม่ใช่คู่สัญญาและไม่ได้เกี่ยวข้องในกรณีนี้ และเป็นสัญญาจ้างระหว่างสโมสรอีสานยูไนเต็ด กับนักฟุตบอล

2. สโมสรศรีสะเกษเอฟซีได้ใช้สิทธิชี้แจงข้อเท็จจริงและโต้แย้งทางกฎหมายต่อฟีฟ่ามาตลอดตั้งแต่เกิดข้อร้องเรียก ซึ่งทางสมาคมฟุตบอลฯ ก็ทราบข้อเท็จจริงนี้ดีมาโดยตลอดเช่นกัน

3. เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2562 สมาคมฟุตบอลฯ ได้รับแจ้งคำตัดสิน(TERMS OF THE DECISION) กรณีร้องเรียนของนักฟุตบอลฝรั่งเศส กับสโมสรอีสานยูไนเต็ดจากฟีฟ่า และฟีฟ่ามีคำสั่งให้สมาคมฟุตบอลฯ แจ้งให้สโมสรอีสานยูไนเต็ดนับแต่วันที่สมาคมฟุตบอลฯรับทราบ)

4. เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2562 สโมสรศรีสะเกษเอฟซี ได้รับเมลแจ้งคำตัดสิน(TERMS OF THE DECISION) จากสมาคมฟุตบอลฯ

5. เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2562 สโมสรศรีสะเกษเอฟซี มีหนังสือขอเนื้อหาคำตัดสิน(THE GROUNDS OF THE DECISION) ถึงฟีฟ่าภายในระยะเวลาที่กำหนดเพื่อใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อศาลกีฬาโลก (CAS)

6. เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2562 ฟีฟ่ามีหนังสือแจ้งว่าได้รับหนังสือขอเนื้อหาคำตัดสิน(THE GROUNDS OF THE DECISION) ของสโมสรศรีสะเกษเอฟซี และฟีฟ่ามีคำสั่งให้ระงับการบังคับตามคำตัดสิน (TERMS OF THE DECISION) ไว้จนกว่าสโมสร ศรีสะเกษเอฟซี ได้รับแจ้งเนื้อหาคำตัดสิน(THE GROUNDS OF THE DECISION) และไม่ปฎิบัติตามภายในกำหนดระยะเวลา 30 วัน

7. เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 สมาคมฟุตบอลฯ ได้รับแจ้งเนื้อหาคำตัดสิน (THE GROUNDS OF THE DECISION) ตามที่สโมสรศรีสะเกษเอฟซีร้องขอจากฟีฟ่า  และฟีฟ่ามีคำสั่งให้สมาคมฟุตบอลฯ แจ้งให้สโมสรอีสานยูไนเต็ด หรือ สโมสรศรีสะเกษเอฟซี ทราบนับแต่วันที่สมาคมฟุตบอลฯทราบ

แต่สมาคมฟุตบอลฯ กลับไม่แจ้งเนื้อหาคำตัดสินให้สโมสรศรีสะเกษเอฟซีทราบตามคำสั่งของฟีฟ่า เพื่อให้มีระยะเวลาในการปฎิบัติตามคำสั่งของฟีฟ่า หรือใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อศาลกีฬาโลก(CAS)

8. เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2562 สมาคมฟุตบอลฯ ติดต่อสอบถามสโมสรศรีสะเกษเอฟซี ว่าได้รับเนื้อหาคำตัดสินของฟีฟ่าหรือไม่ ซึ่งพ้นกำหนดระยะเวลาให้ปฎิบัติตามคำตัดสินของฟีฟ่าหรือใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อศาลกีฬาโลก(CAS) ไปแล้ว

9. เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 สโมสรศรีสะเกษเอฟซี มีหนังสือขอเนื้อหาคำตัดสินถึงฟีฟ่าอีกเป็นครั้งที่ 2 และมีหนังสือแจ้งยืนยันให้สมาคมฟุตบอลฯ ทราบว่าสโมสรศรีสะเกษเอฟซี ยังไม่ได้รับทราบเนื้อหาคำตัดสินทั้งโดยตรงจากฟีฟ่าและจากสมาคมฟุตบอลฯ

10. เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 เวลา 15.54 นาฬิกา สมาคมฟุตบอลฯ มีหนังสือแจ้งคำสั่งลงโทษตัดคะแนนการแข่งขันของสโมสรศรีสะเกษเอฟซีจำนวน 6 คะแนน โดยอ้างเหตุผลว่าสโมสรศรีสะเกษเอฟซี ไม่ปฎิบัติตามคำตัดสินของฟีฟ่าฉบับลงวันที่ 9 พฤษภาคม 2562

11. เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 เวลา 21.18 นาฬิกา สมาคมฟุตบอลฯ กลับพึ่งส่งหนังสือแจ้งคำตัดสินของฟีฟ่าฉบับลงวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ให้สโมสรศรีสะเกษเอฟซีทราบตามคำสั่งของฟีฟ่า

เรื่องนี้จะจบอย่างไร ต้องรอติดตามกันต่อไป...