เตรียมความพร้อมนักศึกษาด้านการเงิน-การลงทุน

     การวางแผนการเงิน เป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก้าวไปสู่ผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว มหาวิทยาลัยมหิดล จึงได้ร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ SCB Academy และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) พัฒนาหลักสูตรร่วมกันในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Short Course, Simulation หรือ Action Learning ภายใต้โครงการที่มีชื่อว่า Financial Literacy โดยมี Investment Lab หรือห้องแล็บเกี่ยวกับการลงทุนไว้ให้นักศึกษาสามารถเข้ามาใช้บริการได้ด้วย โดยมหาวิทยาลัยมหิดลนับเป็นสถาบันอันดับต้นๆ ที่ให้ความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่นักศึกษาอย่างจริงจัง

     ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เรืออากาศโท ทันตแพทย์ชัชชัย คุณาวิศรุต รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ Financial Literacy ได้กล่าวถึงผลตอบรับของโครงการนี้ว่า “ได้รับความสนใจเป็นอย่างดี มีนักศึกษาให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 3 เดือนแรกได้รับความช่วยเหลือจากธนาคารไทยพาณิชย์ และเจ้าหน้าที่จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) มาให้คำแนะนำแบบ Exclusive เรื่องการใช้โปรแกรมในการลงทุน ในขณะเดียวกัน ก็มี Train the trainer คือ การฝึกนักศึกษาหรือบุคลากร เพื่อให้เป็นครูสอนคนอื่นต่อไป”

     นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสร้างประสบการณ์ด้านการเงิน การลงทุนให้แก่นักศึกษา กองกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดลจึงจัดให้มีการแข่งขัน MU Stock challenge การแข่งขันเทรดหุ้นระดับนักศึกษาผ่านโปรแกรม click2win สร้างความเป็น “นักเทรด” โดยได้รับความสนใจจากนักศึกษามีผู้สมัครเต็มจำนวนรับตั้งแต่ 2-3 วันแรก จนต้องเพิ่มจำนวนรับอีกเกือบเท่าตัว นักศึกษาที่เข้าแข่งขันโครงการนี้จะได้รับการอบรมการดูพื้นฐานหุ้นโดยเจ้าหน้าที่จาก SCB จากการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ เป็นที่น่าสนใจว่ามีนักศึกษาจำนวนไม่น้อยที่มีความสนใจในการลงทุน แต่ไม่มีเวทีให้นักศึกษาได้แสดงออกถึงความสามารถด้านนี้อย่างจริงจัง

     นายรณชัย อร่ามรักษ์ หรือ "ต้นสัก" นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หนึ่งในนักศึกษาที่ได้เข้าร่วมสมัครการแข่งขัน MU Stock challenge ได้เล่าว่า “เหตุผลที่ร่วมการแข่งขัน เพราะมองเป็นโอกาสดีที่ได้เข้ามาฝึกเทรดหุ้น แถมมีเงินรางวัลด้วย ซึ่งโครงการนี้นอกจากจะได้จำลองการเทรดหุ้นตามตลาดหุ้นจริงแล้ว ยังได้รับความรู้จากพี่ๆ เจ้าหน้าที่ SCB ทำให้เข้าใจระบบการลงทุนมากกว่าการอ่านหนังสือด้วยตนเอง ได้มองเห็นทางเลือกในการหารายได้ เช่น หุ้น กองทุน ตราสารหนี้ และยังได้นำความรู้นี้ไปอธิบายให้ครอบครัวฟัง เพื่อเปลี่ยนความคิดด้านการลงทุน ว่าเป็นช่องทางที่ทำให้เรามีรายได้เพิ่มมากขึ้นอย่างที่เรียกกันว่า “ให้เงินทำงานให้เรา” 

     ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เรืออากาศโท ทันตแพทย์ชัชชัย คุณาวิศรุต รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเสริมว่า ในอนาคตจะมีอีกหลายโครงการไม่ว่าจะเป็นการอบรม START UP ที่ได้รับความร่วมมือจากศูนย์นวัตกรรมของมหาวิทยาลัย การพานักศึกษาไปดูงานบริษัทใหญ่ระดับโลก อาทิ GOOGLE, LINE, SCB เพื่อเรียนรู้การทำงานในองค์กรใหญ่ รวมทั้งการสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ให้เป็น Life Long Learning ที่ศิษย์เก่าสามารถลงทะเบียน และเข้ามาศึกษาความรู้ด้านการเงินแบบออนไลน์ได้เทียบเท่ากับศิษย์ปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงศิษย์เก่าจะได้รับสิทธิพิเศษเช่นเดียวกัน

     และเป้าหมายสำคัญที่สุด คือ การบรรจุเพิ่มเป็นวิชาเลือก ในเบื้องต้นมี 2 วิชาคือ Personal Finance ฝึกการวางแผนรายบุคคล มีอาจารย์ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด และอีกหนึ่งวิชา จะสอนในเรื่อง การวางแผนชีวิตของตนเอง เพื่อให้เห็นภาพว่าในอนาคตตนเองจะเป็นอย่างไร และจะทำให้ประสบความสำเร็จต้องทำอย่างไร

     นายศุภวิชญ์ อำนาจเจริญพร หรือ "ฟิค" นักศึกษาชั้นปี 2 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อีกหนึ่งนักศึกษาที่เข้าร่วมอบรมในโครงการ Financial Literacy เล่าว่า “ได้เข้าร่วมโครงการนี้จากข่าวประชาสัมพันธ์ของกองกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งตนเองนอกจากจะสนใจเกี่ยวกับเรื่อง Social Entrepreneurship หรือกิจการเพื่อสังคมอยู่แล้ว ยังสนใจเกี่ยวกับเรื่องการออมเงินอีกด้วย รูปแบบของการอบรมนั้นมีทั้งการบรรยาย จากวิทยากร การทำแบบทดสอบออนไลน์ และหนังสั้นที่สอดแทรก ข้อมูลด้านการเงินการลงทุน ที่สามารถดูย้อนหลังออนไลน์ได้

     เมื่อได้เข้าอบรมจนจบคอร์ส ทำให้รู้เลยว่ามุมมองด้านการเงินการลงทุนของตนเปลี่ยนไป และมีการเปลี่ยนแปลงด้านการเงินชัดเจน ทำให้เป็นคนคิดมากขึ้นก่อนการใช้จ่าย  โดยจะตัดรายการที่ไม่จำเป็น และไม่คุ้มออก รวมถึงประเมินแนวโน้มราคาสิ่งของปัจจุบันกับในอนาคต จะทำให้เราใช้จ่ายอย่างรอบคอบมากขึ้น”

     มหาวิทยาลัยมหิดล มุ่งหวังให้นักศึกษาสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่นต่อไป โดยการนำองค์ความรู้ทางด้านการวางแผนการเงินที่ได้จากโครงการ Financial Literacy ไปใช้ ซึ่งสามารถวัดผลได้จากมุมมองเกี่ยวกับการเงิน การลงทุนที่เปลี่ยนไปของนักศึกษา และยังเป็นรูปธรรมมากขึ้น เมื่อได้นำไปใช้จริงและต่อยอดต่อไป