ไอโอซี วางกรอบคัดเลือกมวยสากลสมัครเล่นโอลิมปิก 2020 แล้ว จัดแข่งขันทั้งหมด 13 รุ่นชิงชัย 13 เหรียญทอง แบ่งเป็นชาย 8 รุ่น และหญิง 5 รุ่น โดยรอบคัดเลือกจะมีใน 4 ทวีป เริ่มเดือน ม.ค.-พ.ค. 2020 ด้านทัพนักชกไทยเตรียมส่งขึ้นสังเวียน 10 รุ่น

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซีเมมเบอร์) เปิดเผยว่า หลังจากไอโอซี ได้ตัดสิน ไม่ให้ สหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ (ไอบา) ดำเนินการจัดมวยสากลสมัครเล่น ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ “โตเกียว 2020” ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และไอโอซี ดำเนินการจัดการแข่งขันเอง เพื่อความโปร่งใส ยุติธรรม

ล่าสุดในการประชุมบอร์ดผู้บริหารไอโอซี ที่นครโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โธมัส บาค ประธานไอโอซี ได้ร่วมประชุมกับคณะทำงานพิเศษ ที่มี โมรินาริ วาตานาเบ ประธานสหพันธ์ยิมนาสติกนานาชาติ และไอโอซีเมมเบอร์ เป็นประธาน โดยได้ข้อสรุปกรอบการจัดการแข่งขัน ดังนี้

มวยสากลสมัครเล่นโอลิมปิก 2020 จะจัดการแข่งขันทั้งหมด 13 รุ่น แบ่งเป็น ชาย 8 รุ่น ฟลายเวต 48-52 ก.ก., เฟเธอร์เวต 52-57 ก.ก., ไลต์เวต 57-63 กก., เวลเตอร์เวต 63-69 กก., มิดเดิ้ลเวต 69-75 กก., ไลต์เฮฟวี่เวต 75-81 กก., เฮฟวี่เวต 81-91 กก. และซูเปอร์เฮฟวี่เวต 91 ก.ก.ขึ้นไป ส่วนหญิง 5 รุ่น แบ่งเป็นฟลายเวต 48-51 กก., เฟเธอร์เวต 54-57 กก., ไลต์เวต 57-60 กก., เวลเตอร์เวต 64-69 กก. และ มิดเดิ้ลเวท 69-75 ก.ก. ซึ่งเมื่อย้อนหลังไปที่โอลิมปิก 2016 ที่นครริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล จัดแข่งขันชาย 10 รุ่น และหญิง 3 รุ่น

สำหรับโควตานักกีฬาจากทั่วโลก ที่จะเข้าแข่งขันในรอบสุดท้ายโตเกียวเกมส์ มีรวมทั้งหมด 286 คน เป็นชาย 186 คน และหญิง 100 คน (ริโอเกมส์ 2016 รวม 286 คน เป็นชาย 250 คน และหญิง 36 คน) ส่วนรอบคัดเลือก จะมีใน 4 ทวีป เริ่มเดือน ม.ค.-พ.ค. 2020 โดยทวีปเอเชีย จะคัดร่วมกับโอเชียเนีย ส่วนประเทศเจ้าภาพจะมีการประกาศต่อไป

นายโมรินาริ กล่าวว่า คำแนะนำและกรอบการคัดเลือกนักกีฬาเหล่านี้มีเป้าหมายที่จะคำนึงถึงหัวใจของนักกีฬาที่จะเข้าร่วมในการแข่งขัน เพื่อให้พวกเขาได้ดำรงสิทธิ์ของตนเอง พวกเรายังเคารพหลักการความเป็นสากล และเพิ่มความเสมอภาคทางเพศ และสร้างเกณฑ์การมีส่วนร่วมสำหรับนักกีฬาทั่วโลก เพื่อให้ได้ตัวแทนที่จะเข้าแข่งขันที่หลากหลาย และเป็นธรรมที่สุด

ทั้งนี้ คณะทำงานชุดพิเศษของไอโอซี ชุดนี้ มีผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านมวยสากลสมัครเล่นคอยช่วยเหลือ และสนับสนุนอย่างเต็มที่ ซึ่งทีมงานดังกล่าว จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมวยอาชีพ หรือ เป็นอดีตคณะกรรมการของไอบา แม้แต่คนเดียว

ด้าน นายสมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคสมาคมกีฬามวยสากลเผยว่าหลังจากทราบรุ่นการชกที่ชัดเจนจากไอโอซี ได้วางนโยบายให้ ฮวน ฟอนตาเนียล หัวหน้าสต๊าฟโค้ชชาวไทย กำชับดูแลนักมวยแต่ละคนว่าใครเหมาะสมกับการชกในรุ่นใด ซึ่งจะให้นักมวยแต่ละคนบวกลบน้ำหนักไม่เกิน 1-2 กก. ตอนนี้ยังไม่ระบุแน่ชัดว่าใครจะชกรุ่นใดบ้าง คาดว่าช่วงก่อนชกในรอบคัดเลือกโอลิมปิคเกมส์ต้นปีหน้าจะทราบรุ่นนักมวยแต่ละคนอย่างชัดเจน และไม่มีใครเป็นตัวหลักในแต่ละรุ่นตอนนี้ ต้องรออีกสักระยะ โดยเชื่อว่าโอกาสของมวยหญิงที่เพิ่มรุ่นมากกว่าเดิมจะทำให้นักชกสาวไทยมีโอกาสมากขึ้นในโอลิมปิกเกมส์ปีหน้า

นอกจากนี้ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคเผยอีกว่า ในการแข่งขันโอลิมปิก 2020 ตามที่ ไอโอซี ระบุมีแข่งขันประเภทชาย 8 รุ่น สมาคมกีฬามวยจะส่งแข่งขันเพียง 5 รุ่นคือ 52 กก., 57กก., 63 กก., 69กก. และ75 กก. ส่วนรุ่น 81 กก., 91 กก. และมากกว่า 91 กก. สมาคมฯ ไม่ส่งเพราะไม่มีนักมวย ขณะที่มวยหญิง มี 5 รุ่น ไทยส่งแข่ง 4 รุ่น คือ 51กก., 57กก., 60กก. และ 69 กก. ไม่ส่งรุ่น 75 กก.