พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการหากุนซือ ช้างศึก คนใหม่ เผยตอนนี้ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ จนกว่าจะบรรลุข้อตกลง แต่มีตัวเลือกมากมายทั้งคนไทยและต่างชาติ

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นเรื่องการแต่งตั้งหัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมชาติไทยคนใหม่ ทั้งชุดใหญ่ และชุดอายุไม่เกิน 23 ปี หลังจากมีข่าวกุนซือหลายรายยื่นโปรไฟล์เข้ามายังสมาคมฯ  โดยเฉาะยุน จอง ฮวาน อดีตเทรนเนอร์เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และ อากิระ นิชิโนะ อดีตกุนซือทีมชาติญี่ปุ่น ชุดฟุตบอลโลก 2018 ที่เพิ่งตกเป็นข่าวล่าสุด

บิ๊กอ๊อด กล่าวว่า “ เขาอาจนำเรามาเป็นข้อต่อรอง หรือ เราอาจนำเขามาเป็นข้อต่อรอง มันเป็นไปได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นเพื่อมารยาทที่ดี ทำให้ตอนนี้ เรายังเปิดเผยชื่อไม่ได้ จนกว่าจะบรรลุข้อตกลง”

“ส่วนเรื่องสเปค ส่วนตัวผมได้หมด อาจเป็นโค้ชไทยก็ได้ ซึ่งผมก็บอกโค้ชไทยหลายคนไปว่า ถ้าสนใจก็ยื่นโปรไฟล์เข้ามา จากนั้นก็มาคุยในเรื่องของรายละเอียด ข้อกำหนดกฎเกณฑ์ ว่าต้องการอะไรบ้าง”

“ขณะที่ต่างชาติ เบื้องต้นก็มีทั้งแบบส่งตัวแทนเข้ามาและเข้ามาเอง บางครั้งเราอยากได้เขาแต่เขาไม่อยากมา หรือ เขาอยากมาแต่เงื่อนไข มันเกินที่จะรับได้มันก็ตกลงกันไม่ได้”

 “ก็อยากถามแฟนบอลชาวไทย ชอบแบบนั้นมั้ย ชอบโปรไฟล์ดีๆมีประสบการณ์ เคยพาทีมไปฟุตบอลโลก หรือเปล่า แต่ทุกอย่างมันก็เหมือนการซื้อหวย ถ้าซื้อดีก็ดี แต่ถ้าซื้อไม่ดีมันก็ไม่โอเค เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าถามผม หรือ ผมกำหนดได้ผมก็อยากจะเอาโค้ช ที่พาทีมชาติไทย เป็นแชมป์อาเซียน, แชมป์เอเชีย และ ไปฟุตบอลโลกได้ แต่ใครจะรู้ครับ ว่าถ้าเราเลือกแล้ว ผลจะออกมาเป็นอย่างไร บางครั้งคนที่เราคิดว่าดี ก็ออกมาไม่ดี บางครั้งคนที่เราไม่อยากได้แต่ภายหลังกลับมาดี ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ เป็นวิถีที่เกิดขึ้นได้หมดในฟุตบอล มันไม่มีอะไรแน่นอน”

ส่วนเรื่องที่ว่าจะใช้โค้ชคนเดียวทำหน้าที่ทั้งชุดใหญ่ และ U23 หรือไม่นั้น ตอนนี้เรามีประธานเทคนิคแล้ว ก็ต้องถามว่าถ้าเป็นแบบนั้น มันดีมั้ย ถ้าเราใช้โค้ชคนเดียวกันทำชุดใหญ่ กับ U23 หรือ เราให้มีสองคนแต่ให้ทำงานร่วมกัน เพื่อที่จะให้ U23 ไป ต่อยอดที่ชุดใหญ่ได้และให้อีกคนหนึ่งเข้าใจเด็กที่จะขึ้นมาได้ ซึ่งเรื่องนี้ผมว่ามันไม่มีสูตรสำเร็จ ขึ้นอยู่ที่ว่า เรามีวิธีปรุงแต่งอย่างไร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกอย่างที่เราจะทำเราก็มุ่งหวังที่จะสร้างความสำเร็จให้ทีมชาติ และ ไม่มีใครอยากให้ทีมชาติผลงานออกมาไม่ดี”

“ผมเชื่อว่าทุกคนปรารถนาดี แต่อย่างที่บอก สูตรใครสูตรมัน อย่างการปรุงอาหารก็สูตรใครสูตรมัน มันไม่มีอะไรตายตัว ”นายกบอลไทย กล่าว ปิดท้าย

สำหรับ ทีมชาติไทยชุดใหญ่ มีโปรแกรมลุยศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 จำนวน 5 นัดในปีนี้ เริ่มจากช่วงเดือน กันยายน , ตุลาคม และ พฤศจิกายน

ขณะที่ ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี มีทัวร์นาเมนต์สำคัญรออยู่เช่นกัน ทั้ง ซีเกมส์ 2019 ช่วงปลายปี ที่ประเทศฟิลิปปินส์ และ ชิงแชมป์เอเชีย 2020 รอบสุดท้าย ที่เป็นเจ้าภาพ