สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ ร่วมลงนามความร่วมมือ 3 องค์กรกับมหาวิทยาลัยอาคิตะ ประเทศญี่ปุ่น, มหาวิทยาลัยมหิดล และวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา ตั้งเป้าเพิ่มศักยภาพนักตบขนไก่ทีมชาติไทย เพื่อเป้าหมายคว้าเหรียญประวัติศาสตร์ในโอลิมปิก 2020

สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดพิธีลงนามความร่วมมือ หรือ MOU ระหว่างสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ กับมหาวิทยาลัยอาคิตะ ประเทศญี่ปุ่น  และมหาวิทยาลัยมหิดล โดยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีและวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา ณ ห้องอโนมา 1 ชั้น 3 โรงแรมอโนมาแกรนด์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 28 พ.ค. โดยมี คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ, ดร.โยอิฉิ ชิมาดะ ศาสตราจารย์ประจำ บัณฑิตวิทยาลัยสาขาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยอาคิตะ, นายโทโมมิ มัสตะ นายกเทศมนตรีเมืองมิซาโตะ, นายเออิจิ ไซโตะ ประธานโฮกุโตะ แบงก์, รศ.ดร.พญ.ภัทรวัณย์ วรธนารัตน์ หัวหน้าภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, รศ.นพ.ชูศักดิ์ กิจคุณาเสถียร หัวหน้าหน่วยเวชศาสตร์การกีฬา ภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และอาจารย์นายแพทย์ชนินทร์ ล่ำซำ คณบดี วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล เข้าร่วมพิธีลงนาม

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ เผยว่า “ในยุคสมัยใหม่ของกีฬาอาชีพ วิทยาศาสตร์การกีฬามีความสำคัญมากกว่าที่เคยเป็นมา บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU ครั้งนี้ เป็นความร่วมมือของ 3 องค์กร ประกอบด้วย สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มหาวิทยาลัยอาคิตะ ประเทศญี่ปุ่น , คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเตรียมนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทยในทุกด้านสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกโตเกียว 2020 และพัฒนาหลักสูตรการศึกษาและการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา”

นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ ระบุว่า “ด้วยความร่วมมือกันเช่นนี้ จะเกิดคุณประโยชน์มากมาย ทั้งในส่วนของการเตรียมความพร้อมให้นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทยมีความพร้อมเต็มที่ในทุกด้าน ก่อนเข้าสู่การแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิคเกมส์ โดยเฉพาะในด้านการป้องกันและการลดการบาดเจ็บของนักกีฬา และการเพิ่มศักยภาพนักกีฬาของเราให้ได้เปรียบเหนือคู่แข่งขัน เชื่อมั่นว่าคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยอาคิตะ จะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่จะเป็นประโยชน์อย่างมาก กับวงการการศึกษาไทย ด้วยข้อมูลที่ร่วมกันปรึกษาวางแผนการพัฒนา ทั้งด้านความแข็งแกร่งของร่างกาย และทางด้านโภชนาการ ไปพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา โดยผ่านการศึกษาจากความร่วมมือในครั้งนี้”