คุยกับ เจสซี่ ไอเซนเบิร์ก กับบทบาทนักค้าหุ้นจอมเจ้าเล่ห์ใน The Hummingbird Project

          “วินเซนต์เป็นนักธุรกิจ จอมปลิ้นปล้อนและเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่นักแสดงอยากเล่น เขากำลังรับมือกับวิกฤตที่ร้ายแรงแบบนี้ ตัวละครนี้เป็นคนโลภมากและไร้ศีลธรรม แต่เขากำลังไขว่คว้าความสำเร็จ เขาเป็นผู้อพยพชาวรัสเซีย และเขารู้สึกเหมือนว่าเขาต้องทำตามระบบเพื่อประสบความสำเร็จครับ” เจสซี่ ไอเซนเบิร์ก พูดถึงตัวละครของเขาในภาพยนตร์ The Hummingbird Project ซึ่งอาจจะไม่แตกต่างจากบทบาทของเขาที่ผ่านมา นั่นคือการทำให้ตัวละครที่ไม่น่าชื่นชอบให้ดูน่าเห็นใจ ครั้งนี้เขาสวมบทเป็นวินเซนต์ ผู้ที่ร่วมมือกับแอนทอน (อเล็กซานเดอร์ สการ์สการ์ด) ในการวางสายไฟเบอร์ออพติคจากแคนซัสมายังนิวเจอร์ซี่ย์เพื่อเทรดข้อมูลด้วยความเร็วสูง หากทำได้สำเร็จพวกเขาก็จะมีโอกาสโกยรายได้ 500 ล้านดอลลาร์ต่อปี

คุณได้เอาประสบการณ์ส่วนตัวมาช่วยถ่ายทอดตัววินเซนต์และความยากลำบากของเขาให้มีชีวิตหรือเปล่า
     เจสซี่ ไอเซนเบิร์ก:  ผมเขียนบทและเล่นละครในนิวยอร์ก และเมื่อใกล้ชิดกับการแสดงแบบนี้ ผมก็ทำเอาเพ้อคลั่งไปเลย และคุณรู้มั้ย คุณลงเอยด้วยการทำร้ายคนที่คุณรักหรือบางทีก็หัวไวกับครอบครัวของคุณหรือบางอย่าง ก็แค่เอามาจากความหลงใหลกับสิ่งนี้เป็นพิเศษ ผมเข้าใจความหลงใหลของเขา ผมเข้าใจว่าทำไมบางคนถึงใจแคบและปิดหูปิดตาต่อโลกภายนอกเพื่อไขว่คว้าเป้าหมายโดยเฉพาะเช่นนี้ ผมเข้าใจได้และผมก็รู้สึกแย่กับเขาเพราะเขาไม่รู้ว่าเขากำลังทำร้ายผู้คนและสิ่งที่เขากำลังทำก็ช่างไร้ความหมาย เขาไม่ทำอะไรเพื่อโลกใบนี้นอกจากทำให้คนอื่นร่ำรวยครับ

วินเซนต์ได้รับข่าวที่ใจสลายในระหว่างทำโปรเจกต์ของเขากับแอนทอน แต่เขาก็อยากที่จะเก็บไว้เป็นความลับ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
     เจสซี่ ไอเซนเบิร์ก:  ผมเติบโตมาพร้อมกับความวิตกกังวล แล้วผมก็ไม่เคยพูดถึงมัน ผมจำได้ว่ารู้สึกละอายต่อสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องปกติที่จะละอาย ผมเข้าใจความต้องการที่จะเก็บเป็นความลับ เขาไขว่คว้าที่จะประสบความสำเร็จจนเขาไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญจริงๆในชีวิตของเขาและสิ่งที่มีผลกระทบต่อเขาและคนที่แคร์เขาจริงๆครับ
 


ผู้ชมควรรู้สึกเห็นใจตัววินเซนต์หรือเปล่า
     เจสซี่ ไอเซนเบิร์ก:  ผมคิดว่าพวกเขาจะทำ ตัวละครตัวนี้เป็นคนละโมบและชอบโกหก แต่เขามักพูดถึงความกดดันที่พ่อวางไว้ที่เขา เขามักพูดว่าเขาไม่รู้สึกสบายใจในวอลล์สตรีทได้อย่างไร คุณจะเริ่มเห็นว่าเขาเป็นคนนอก และเขากำลังดิ้นรนในวัฒนธรรมวอลล์สตรีทแบบนั้นครับ

นี่เป็นครั้งแรกหรือเปล่าที่ทำงานร่วมกับอเล็กซานเดอร์ สการ์สการ์ด
     เจสซี่ ไอเซนเบิร์ก:  ใช่ครับ ผมเจอเขาวันหนึ่งก่อนถ่ายทำซึ่งฟังดูเหมือนว่าต้องยากแน่ๆ แต่จริงๆแล้วมันสมบูรณ์แบบเพราะผมพึ่งรู้จักเขาในรูปลักษณ์ชายหัวล้านร่างใหญ่ตามตัวละครของเขา แน่นอนว่าหลายคนรู้จักเขาในรูปแบบชายที่มีเสน่ห์ ดูเท่ การเห็นเขาในรูปแบบนั้นมันยอดเยี่ยมเพราะมันเปิดให้ตัวละครของผมได้บงการตัวเขา จองหองใส่เขาและทำลายเขา เพราะแอนทอนไม่ได้มีภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำเลย เขาตลกมากในหนังเรื่องนี้และในบทบาทนั้น ผมรู้ว่าผู้คนจะประหลาดใจกับการแสดงของเขาเพราะเขาแตกต่างมากและดูแตกต่างกว่าที่สิ่งที่เขาทำกันปกติครับ

ประสบการณ์การทำงานกับผู้กำกับ คิม เหงียน เป็นอย่างไร
     เจสซี่ ไอเซนเบิร์ก:  เขายอดเยี่ยมมากครับ เขามาจากคิวเบก ภาษาอังกฤษคือภาษาที่สองของเขาแต่เขาเขียนสคริปท์ที่น่าทึ่งด้วยตัวละครที่พูดเร็วและพูดเกี่ยวกับสิ่งที่ซับซ้อนจริงๆ เขาเป็นผู้ชายที่มีความสามารถ มีความรู้สึกมั่นใจเกี่ยวกับสิ่งที่เขาเขียนถึง เขาเขียนเกี่ยวกับคนที่พยายามเอาชนะตลาดหุ้น เขามีความรู้สึกซับซ้อนเกี่ยวกับสิ่งนั้นและเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขากำลังทำ มันเป็นเรื่องของความละโมบและขณะที่พวกเขาพยายามสร้างอุโมงค์ พวกเขาก็กำลังทำลายสภาพแวดล้อม ผมคิดว่าคิม เหงียนพยายามป้องกันสิ่งเหล่านี้ด้วยเรื่องราวแบบนี้ แนวทางที่เขานำเสนอสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดผ่านเรื่องราวนั้นมันแสดงให้เห็นว่าความละโมบมีอานุภาพทำลายล้างอย่างไรครับ

มันทำให้คุณตั้งคำถามว่าเราไปไกลแค่ไหนในรูปแบบสังคมเพื่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
     เจสซี่ ไอเซนเบิร์ก: แน่นอนครับ และเหมือนกับว่าเราปล่อยให้ผู้คนลงมือทำในนามของคำว่าความละโมบได้อะไรบ้าง ตัวละครเหล่านี้ได้เจาะผ่านภูเขา ขุดดินผ่านบ้านคนอื่นและทำเพื่อรับใช้สิ่งที่ไม่ได้ให้อะไรแก่สังคมเลย มันก็แค่ทำให้คนไม่กี่คนร่ำรวยขึ้นมาครับ
 
สิ่งที่ได้โดยรวมจากหนังเรื่องนี้คืออะไร
     เจสซี่ ไอเซนเบิร์ก:  ผมชอบไอเดียที่ว่ามันมีผลกระทบยิ่งใหญ่ที่คุณทำกับคนอื่นและโลกใบนี้ เพราะตัวละครเหล่านี้ไม่ได้หยุดคิดจริงๆเกี่ยวกับผลกระทบที่พวกเขาทำกับสิ่งแวดล้อม ทำกับคนอื่นหรือตัวพวกเขาเอง ผมชอบที่ว่าสุดท้ายแล้วตัวละครเหล่านี้ก็เริ่มตระหนักถึงผลกระทบยิ่งใหญ่กว่าของความละโมบครับ
 
          สำหรับนักลงทุนตลาดหุ้นที่ใช้วิธีการเทรดด้วยความเร็วสูง ความเร็ว คือดัชนีที่ใช้สามารถสร้างความมั่งคั่งได้ในชั่วข้ามคืน The Hummingbird Project เรื่องราวของ วินเซนต์ เซเลสกี้ (เจสซี่ ไอเซนเบิร์ก) และ แอนทอน เซเลสกี้ (อเล็กซานเดอร์ สการ์สการ์ด) กับการบรรลุความฝันด้วยความเร็วดุจการขยับปีกของนกที่กระพือปีกได้ไวที่สุดในโลก นกฮัมมิ่งเบิร์ด เพื่อคว้าราคาของหุ้นให้ไวกว่าทุกคน ซึ่งรวมถึงเจ้านายเก่าของพวกเขา เอวา ตอร์เรส (ซัลม่า ฮาเย็ค) ผู้ที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ความเร็วนั้นมาครอบครองเป็นของตัวเอง 

           “The Hummingbird Project” มีกำหนดเข้าฉาย 20 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์