เรียกว่าเป็นฟอร์มอันยอดเยี่ยมของลิเวอร์พูล หลังจะต้องพบกับโปรแกรมหนักเป็นนัดสุดท้ายก่อนจะไปเจอกับทีมท้ายตาราง

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2018-19 นัดที่ 34 ประจำวันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2562 ลิเวอร์พูล เจอศึกหนักเปิดบ้านรับการมาเยือนของ 'สิงโตน้ำเงินคราม' เชลซี ทีมฟอร์มแรงจากลอนดอน โดยเจ้าบ้านจำเป็นเหลือเกินสำหรับการเก็บสามแต้ม เพื่อแซง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้ได้อีกครั้ง หลังจากทัพเรือใบ เพิ่งบุกไปเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ได้ 3-1 เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา

น.5 เกอิต้า จ่ายบอลไปที่ริมเส้นฝั่งซ้ายให้มาเน่ครอสไปที่เสาไกลให้ โม ซาล่าห์ ยิงด้วยซ้ายบอลไปตรงตัวเกป้า

น.20 วิลเลี่ยน จ่ายทะลุช่องให้อาซาร์ ดึงหลบมาติปเข้าซ้ายยิงเลียดเข้ามืออลิสซอน

น.30 ดาวิด ลุยซ์ จ่ายยาวให้วิลเลี่ยนกระชากหลุดเข้าเขตโทษ ก่อนจะหักยิงด้วยขวาบอลไซด์หลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

น.37 ฟีร์มีโน่ ลากจี้ดาวิด ลุยซ์ ก่อนจ่ายไปที่แถวสองให้มาเน่วิ่งเข้ามาปั่นด้วยขวาแต่บอลโค้งไม่พอ หลุดออกหลังไป

GOAL !!! ซาล่าห์ ชิ่งหนึ่งสองกับฟีร์มีโน่ก่อนจะแตะให้เฮนเดอร์สัน ลากไปสุดเส้นยกบอลไปที่หน้าประตูให้ ซาดิโอ มาเน่ โขกโล่งๆเข้าไป ลิเวอร์พูล นำ เชลซี 1-0 น.51

GOAL !!! โม ซาล่าห์ รับบอลจากฟาน ไดจค์ ก่อนจะตัดเข้าในเล็กน้อยแล้วอัดด้วยซ้ายบอลพุ่งเสียบหน้าต่างเสาไกลเข้าไป ลิเวอร์พูล นำห่าง เชลซี 2-0 น.53

น.56 ฟีร์มีโน่ ยิงด้วยขวานอกเขตโทษบอลโค้งออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

น.58 เอแมร์ซอน วางบอลจากกลางสนามให้อาซาร์หลุดไปยิงสวนตัวอลิสซอนแต่บอลไม่เป็นใจพุ่งชนเสาอย่างน่าเสียดาย

น.60 อัซปิลิกวยต้าครอสไปให้ อาซาร์ จับในเขตโทษซัดจ่อๆติดเซฟอลิสซอนก่อนแนวรับหงส์แดงจะเคลียร์ทิ้งออกไป

น.79 ฟีร์มีโน่ รับบอลในเขตโทษก่อนหมุนยิงด้วยเท้าซ้ายบอลไปตรงตัวเกป้า

น.88 มาเน่ กระชากบอลหนีคริสเตนเซ่น ก่อนยิงด้วยซ้ายไปตรงตัวเกป้าทุบออกหลังไป

จบเกมการแข่งขัน ลิเวอร์พูล เปิดบ้านชนะ เชลซี ไปได้ด้วยฟอร์มที่เฉียบคม 2-0 กลับไปนำเป็นจ่าฝูง แซง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชั่วคราวแต่มีโปรแกรมเตะมากกว่าทัพเรือใบ 1 นัด ตารางคะแนนล่าสุด

ลิเวอร์พูล | 4-3-3 | GK อลิสซอน เบ็คเกอร์ - เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจเอล มาติป, เฟอร์จิล ฟาน ไดจค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน - จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (เจมส์ มิลเนอร์น.77), ฟาบินโญ่, นาบี้ เกอิต้า (จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม น.65) - โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ (เซอร์ดาน ชากิรี่ น.90), โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่

สำรองไม่ได้ใช้ : ซิมง มิโญเล่ต์ (GK), เดยัน ลอฟเรน, ดิว็อค โอริกี้, ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

- กุนซือ : เจอร์เก้น คล็อปป์

เชลซี | 4-3-3 | GK เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า - เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์ (อันเดรียส คริสเตนเซ่น), ดาวิด ลุยซ์, เอแมร์ซอน ปัลมีรี่ - เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, รูเบน ลอฟตัส-ชีค (รอสส์ บาร์คลี่ย์ น.76) - วิลเลี่ยน, เอแด็น อาซาร์, คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย (กอนซาโล่ อิกวาอิน น.55)

สำรองไม่ได้ใช้ : วิลลี่ กาบาเยโร่ (GK), มาเตโอ โควาซิซ, เปโดร, โอลิวิเย่ร์ ชิรูลด์

- กุนซือ : เมาริซิโอ ซาร์รี่

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2018-19 นัดที่ 33-34

- ศุกร์ที่ 12 เมษายน 2562
เลสเตอร์ ซิตี้ 0-1 นิวคาสเซิ่ล

- เสาร์ที่ 13 เมษายน 2562
ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 4-0 ฮัดเดอร์สฟิลด์
ฟูแล่ม 2-0 เอฟเวอร์ตัน
เซาธ์แฮมป์ตัน 3-1 วูล์ฟส์
เบิร์นลี่ย์ 2-0 คาร์ดิฟฟ์
ไบรท์ตัน 0-5 บอร์นมัธ
แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 เวสต์แฮม

- อาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2562

คริสตัล พาเลซ 1-3 แมนเชสเตอร์ซิตี้

0-1 : ราฮีม สเตอร์ลิ่ง น.15
0-2 : ราฮีม สเตอร์ลิ่ง น.63
1-2 : ลูก้า มิลิโวเยวิช น.81
1-3 : กาเบรียล เชซุส น.90

โปรแกรมการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คลิก >>> https://bit.ly/2G3hXdl

ตารางคะแนนล่าสุด คลิก

ติดตามผลการแข่งขันฟุตบอลสดทันใจได้เพียงคลิก >>> SMMSCORE