เอ.พี.ฮอนด้า สานต่อการเฟ้นนักบิดรุ่นเยาว์ของไทย ภายใต้โครงการ“เรซ ทู เดอะ ดรีม” ปั้นสู่โมโตจีพี ภายในปี 2025 ด้วยการเปิดฉากโครงการ “เอ.พี.ฮอนด้า อะคาเดมี 2019” โดยแชมป์สนามแรกเป็นของ “น้องข้าวก้อง” ด.ช.จักรีภัทร พฤฒิสาร คว้าแชมป์สนามแรกไปครอง

การแข่งขัน เอ.พี.ฮอนด้า อะคาเดมี 2019 ดวลความเร็วสนามแรก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่สนามสุวรรณภูมิ มอเตอร์สปอร์ต พาร์ค โดย บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ได้ปรับโครงของโครงการนี้ให้มีมาตรฐานสูงขึ้นโดยยึดตามแนวทาง ฮอนด้า เรซซิ่ง คอร์เปอเรชั่น (HRC) ซึ่งมีเป้าหมายสูงสุดคือผลักดันนักบิดในสังกัดเข้าสู่การแข่งขันชิงแชมป์โลกอย่างเป็นระบบที่ยั่งยืน
 
นายประชา จันทร์คง ผู้ช่วยผู้จัดการ ฝ่ายกีฬายานยนต์ ส่วนงานกีฬายานยนต์ บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า “ในปีนี้เรามีการปรับปรุงหลักสูตรในการฝึกฝนของ เอ.พี.ฮอนด้า อะคาเดมี ภายใต้การดูแลโดยตรงจากฮอนด้า เรซซิ่ง คอร์เปอเรชั่น (HRC) ซึ่งมีความเข้มข้นกว่าเดิมมาก โดยจะเฟ้นหานักบิดรุ่นเยาว์ที่มีความตั้งใจจริง ฝึกเต็มอัตราศึก เริ่มตั้งแต่การวอร์มอัพ การบริหารร่างกาย ซึ่งจะเน้นเรื่องการใช้สรีระ การฝึกสมาธิ และการใช้ประสาทสัมผัสเต็มรูปแบบ ความพิเศษคือในสนามที่ 1 จะมี “ชินอิจิ อิโตะ”โค้ชผู้ฝึกสอน บินตรงมาจากแดนอาทิตย์อุทัย จากฮอนด้า เรซซิ่ง คอร์เปอเรชั่น( HRC ) และ “ ทาคาชิ คามาตะ” โค้ชผู้ชำนาญการด้านบริหารร่างกายสำหรับนักแข่ง เพื่อเตรียมพร้อมสู่การเป็นนักบิดโมโตจีพีโดยตรงมาฝึกสอนให้เยาชวนชาวไทย เพื่อให้น้องๆ ทุกคนมีความพร้อมทางร่างกายและจิตใจ”

โครงการ เอ.พี.ฮอนด้า อะคาเดมี 2019 กำหนดให้ใช้รถแข่งระดับโลกที่ใช้ในการฝึกซ้อมอย่าง ฮอนด้า NSF100 สำหรับโครงการ เอ.พี.ฮอนด้า อะคาเดมี เช่นเดียวกับโรงเรียนเรซซิ่งระดับชั้นนำอื่นๆ ของโลก รวมถึงรถแข่งฮอนด้า NSF250 มาตรฐานเดียวกับ โมโตทรี มาใช้แข่งขันในรายการ ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ เพื่อสร้างความคุ้นเคยก่อนขยับขึ้นสู่การแข่งขัน เอเชีย ทาเลนต์ คัพ และ โมโตทรี ต่อไป โดยในปี 2019 โครงการ เอ.พี.ฮอนด้า อะคาเดมี ได้ยกระดับการฝึกฝนให้เข้มข้นข้น ด้วยการดึงตัว “ชินอิจิ อิโตะ” อดีตนักบิดเวิลด์จีพีของ ฮอนด้า และ “ ทาคาชิ คามาตะ” โค้ชผู้ชำนาญการด้านบริหารร่างกายสำหรับนักแข่ง เพื่อเตรียมพร้อมสู่การเป็นนักบิดโมโตจีพีโดยตรงมาฝึกสอนให้เยาชวนชาวไทยในโครงการ เอ.พี.ฮอนด้า อะคาเดมี เพื่อฝึกสอนเด็กๆ อย่างเป็นระบบและคอยชี้แนะผู้ฝึกสอนชาวไทยไปในตัว โดยมีนักบิดเยาวชนจำนวนทั้งสิ้น 15 คน และมอบหมายให้ “ฟิล์ม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดโมโตทูคนแรกของประเทศไทยมาเป็นทูตด้านมอเตอร์สปอร์ต (Race Ambassador) ในโครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” เพื่อสื่อสารกับสาธาณชน และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยยุคใหม่
 
โดยการแข่งขันดวลความเร็วกันทั้งหมด 15 รอบสนาม ผลปรากฏว่า “น้องข้าวก้อง” ด.ช.จักรีภัทร พฤฒิสาร อายุ 12 ปี หมายเลข 7 คว้าแชมป์สนามแรกไปครองได้สำเร็จ   ส่วนอันดับ 2 ได้แก่ “น้องโฟกัส” ด.ช.ธีรนัย ทับทิม หมายเลข 4 อายุ 13 ปี และอันดับ 3 ได้แก่ “น้องโป๊ป” ด.ช.วาติกันต์ สุขคุ้ม อายุ 13 ปี  สำหรับโครงการ “เอ.พี.ฮอนด้า อะคาเดมี 2019” จะดวลความเร็วทั้งสิ้น 10 สนาม เริ่มต้นสนามแรกในวันที่ 6-7 เม.ย.นี้ ที่ สุวรรรภูมิ มอเตอร์สปอร์ต พาร์ค ก่อนจะแข่งขันสนามที่ 2 ที่แทร็กเดียวกันในวันที่ 25-26 พ.ค.นี้ จากนั้นจะโยกไปแข่งขันสนามที่ 3 ระหว่างวันที่ 15-16 มิ.ย.นี้ ที่ ไทยแลนด์ เซอร์กิต โดยสนามที่ 4 จะแข่งขันที่ พีระ คาร์ท เซอร์กิต (พัทยา) ในวันที่ 6-7 ก.ค.นี้ และกลับมาแข่งขันสนามที่ 5 ที่ สุวรรณภูมิ มอเตอร์สปอร์ต พาร์ต ระหว่างวันที่ 30 ส.ค.-1 ก.ย.นี้


 
ส่วนสนามที่ 6 จะแข่งขันที่ ไทยแลนด์ เซอร์กิต ในวันที่ 14-15 กันยายนนี้ และโยกไปดวลความเร็วในโซนภาคเหนือที่ อาร์เคเค สปีด คาร์ท จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 2-3 พฤศจิกายนนี้ โดย 2 สนามสุดท้ายจะแข่งขันที่ พีระ คาร์ท เซอร์กิต (พัทยา) ในวันที่ 14 และ 15 ธ.ค.นี้ สำหรับโครงการ “เรซ ทูเดอะ ดรีม” ของ เอ.พี.ฮอนด้า ได้ขยับตัวครั้งใหญ่เพื่อเข้าใกล้เป้าหมายการพานักบิดไทยเข้าสู่การแข่งขัน โมโตจีพี ด้วยการส่ง “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดดาวรุ่งอายุน้อยสุดของไทยในเวทีระดับโลกด้วยวัยเพียง 20 ปี ลงแข่งขันในศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก รุ่น “โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ” แบบเต็มฤดูกาลร่วมกับสังกัด “ฮอนด้า ทีม เอเชีย” โดยนับเป็นนักบิดไทยเพียงคนเดียวที่โลดแล่นในการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกในฤดูกาล 2019
 
สำหรับแฟนๆ ความเร็วชาวไทยสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของนักบิดไทยในโครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” ได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า (Honda Motorcycle Thailand) 
www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/