หลังจากที่ "เมย์" รัชนก อินทนนท์ มือ 8 ของโลก คว้าแชมป์แบดมินตันสะสมคะแนนโลก "โยเน็กซ์-ซันไรส์ อินเดีย โอเพ่น" ระดับเวิลด์ทัวร์ซูเปอร์ 500

โดยเป็นฝ่ายชนะ เหอ ปิงเจียว มือ 7 ของโลก และมือ 3 ของรายการจากจีน ในรอบชิงชนะเลิศ ประเภทหญิงเดี่ยว 2-0 เกม 21-15, 21-14 ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นชัยชนะครั้งแรกของนักหวดสาวไทยเหนือคู่แข่งรายนี้ หลังจากที่เคยพบกัน 4 ครั้งก่อนหน้าไม่เคยเอาชนะได้เลย  

ล่าสุด คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า การแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศครั้งนี้ เมย์ และทีมงาน เตรียมแผนการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม จนสามารถสร้างประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของวงการแบดมินตันไทย ด้วยการสร้างสถิติ เป็นนักกีฬาแบดมินตันหญิงเดี่ยวคนแรกที่คว้าแชมป์ในรายการ อินเดีย โอเพ่น ได้ถึง 3 สมัยมากที่สุด นับจากการที่เริ่มจัดการแข่งขันมาในปี 2008  ทั้งยังเป็นการปลดล็อกเอาชนะ เหอ ปิงเจียว ได้เป็นครั้งแรกอีกด้วย รวมทั้งเป็นการครองแชมป์รายการเก็บคะแนนสะสม ระดับเวิลด์ทัวร์ซุปเปอร์ 500 รายการที่ 2 ของปีนี้ ต่อจากที่ได้แชมป์รายการมาเลเซีย มาสเตอร์ ในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา จึงต้องขอแสดงความยินดีกับเมย์ที่รักษามาตรฐานการเล่นสมเป็นนักกีฬาแบดมินตันระดับโลกได้อย่างคงเส้นคงวา และถือเป็นกุญแจสำคัญของวงการกีฬาแบดมินตันไทยที่จะมีลุ้นเหรียญรางวัลในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะเริ่มเก็บคะแนนสะสมเพื่อคัดเลือกไปแข่งขันรอบสุดท้ายวันที่ 29 เม.ย.นี้ถึง วันที่ 26 เม.ย.ปีหน้า และเหลือเวลาอีกประมาณ 1 เดือนก่อนที่การเก็บคะแนนสะสมคัดเลือกไปแข่งขันรอบสุดท้ายกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จะเริ่มขึ้น การที่มีนักกีฬาแบดมินตันไทยเข้ารอบลึกๆ ในรายการสะสมคะแนนโลก นับเป็นเรื่องดี เพราะแสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะลุ้นโควต้า จึงขอให้แฟนกีฬาชาวไทยร่วมส่งใจเชียร์นักแบดมินตันไทยต่อไป

สำหรับนักกีฬาแบดมินตันไทยมีโปรแกรมลงแข่งขันรายการต่อไปคือศึก "มาเลเซีย โอเพ่น" ระดับซูเปอร์ 750 ชิงเงินรางวัลรวม 700,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 22,400,000 บาท ระหว่างวันที่ 2-7 เม.ย.นี้ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ต่อด้วย "สิงคโปร์ โอเพ่น" ซูเปอร์ 500 ชิงเงินรางวัลรวม 355,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 11,360,000 บาท ระหว่างวันที่ 9-14 เม.ย.นี้ ที่ประเทศสิงคโปร์