โยชัว คิมมิช แบ็คขวาและกองกลางทีมชาติเยอรมนีและ ฟร้านซ์ เบคเคนบาวเออร์หนึ่งในตำนานผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลของชาวอินทรีเหล็ก ได้ออกโรงวิจารณ์โยอาคิม เลิฟ หลังเกมที่บาเยิร์น มิวนิก เปิดรังถล่มโวล์ฟสบวร์ก 6-0 ในศึกบุนเดสลีก้า เยอรมนี เมื่อคืนที่ผ่านมา (เสาร์ที่ 9 มีนาคม 2562)

            หลังจาก บาเยิร์น มิวนิค ถล่มโวล์ฟสบวร์ก 6-0 โดยได้ประตูจากแซร์จ นาบรี้ (น.34), โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (น.37 และ 85), ฮาเมส โรดริเกซ (น.52), โธมัส มุลเลอร์ (น.76) และโยชัว คิมมิช (น.82) แล้ว ทางด้าน คิมมิช แบ็คขวาและกองกลางทีมชาติเยอรมนี ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องที่โธมัส มุลเลอร์, มัทส์ ฮุมเมิลส์ และเจอโรม บัวเต็ง โดนเฮดโค้ชโยอาคิม เลิฟ หั่นพ้นทีมชาติเยอรมนี 

"ถ้าผมต้องประเมินจากมุมมองของนักเตะสักคน ท่าที่แบบนั้นมันไม่โอเคนะ ผมเข้าใจโดยถ่องแท้เลยว่าพวกเพื่อนๆ จะต้องผิดหวังเรื่องนั้น โดยเฉพาะเมื่อคุณเห็นว่าพวกเขาอายุเท่าไหร่"

 คิมมิชมองว่าทั้งสามควรจะได้การสั่งลาที่ดีกว่านี้

“โธมัสเล่นให้ทีมชาติ 100 ครั้ง พวกเขาควรจะได้รับการสั่งลาที่แตกต่างจากนี้"

คิมมิชไม่เห็นด้วยกับเหตุผลของเลิฟที่เผยว่าทั้งสามต้องหลีกทางให้กับนักเตะดาวรุ่ง โดยคิมมิชยังยกความเห็นของนิโก้ โควัช ที่มีต่ออาร์เยน ร็อบเบน และฟร้องค์ ริเบรี่ ตอนที่ทั้งสองเข้ามาร่วมทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยที่ตอนนั้นโควัชเผยว่า

"มีแค่นักเตะที่ดีและก็ที่ดีน้อยกว่าเท่านั้น ทั้งสองเป็นนักเตะที่เก่งมากๆ ไม่ว่าพวกเขาจะอายุเท่าไหร่"

"มันไม่เกี่ยวกับเรื่องเด็กหรือแก่ แต่มันเกี่ยวกับว่าดีหรือไม่ดี ทั้งสามคนนี้ไม่มีใครที่แก่เกินไปที่จะเล่นให้ทีมชาติ"
คิมมิชกล่าวและเขายังรู้สึกดีใจที่ทั้งสามตอบโต้ด้วยเกมที่แข็งแกร่งกับโวล์ฟสบวร์ก

"ตัวผมเองรู้สึกประหลาดใจนะ ผมรู้จักทีมชาติตั้งแต่ยังเด็ก ที่สุดแล้ว ก็มีเพียงแค่ทั้งสามเท่านั้นที่ก่อร่างสร้างทีมในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาและทำให้เราได้เป็นแชมป์โลก ตอนนี้พวกเขาได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขามีอะไรอยู่ในตัว ผมมีความสุขอยู่เสมอตอนที่พวกเขาทั้งสามโชว์ฟอร์มเฉิดฉาย มันคือปฏิกริยาตอบโต้ที่ดี"

          ฟร้านซ์ 'แดร์ ไกเซอร์' เบคเค่นบาวเออร์ ตำนานของบาเยิร์น มิวนิค และทีมชาติเยอรมนี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ชมในสนามเกมเมื่อคืนที่ผ่านมาก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีการที่เลิฟตัดทั้งสามพ้นทีมชาติ โดย เบคเค่นบาวเออร์ นั้นเคยพาทีมชาติเยอรมันตะวันตก คว้าแชมป์โลกมาแล้วเมื่อปี 1990 ซึ่งเขาให้สัมภาษณ์กับ Bild ว่า

          "พวกเขาเป็นสามนักเตะที่มีความโดดเด่นสุดๆ บางทีเราน่าจะหาหนทางอื่นที่ดีกว่านี้ ถ้าเป็นผมก็จะทำอีกแบบที่คำนึงถึงมนุษยธรรมมากกว่านี้ การบอกลาที่เหมาะสมน่าจะเป็นกรอบที่คู่ควรหรืออะไรทำนองนั้น แต่การบอกเขาง่ายๆ ว่าพวกเขาจะไม่ถูกเลือกอีกต่อไปนั้นมันไม่ค่อยจะถูกต้องนัก วาระสุดท้ายแบบนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขารู้สึกผิดหวัง"

           เบคเคนบาวเออร์ ย้อนไปถึงสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันที่ตัวเขาต้องเผชิญตอนที่เขาคุมทีมชาติเยอรมันตะวันตก "เมื่อปี 1986 ผมเองก็เคยมีสถานการณ์แบบนี้ก่อนฟุตบอลโลก หลังจากเตรียมทีมมา ผมจำเป็นต้องตัดนักเตะ 4 คนออกจากรายชื่อ ในนั้นก็มีกุยโด บุชวาลด์ และผมก็จัดการด้วยการสนทนาเป็นการส่วนตัวแบบสุดๆ บรรดานักเตะเข้าใจและต่างก็เห็นด้วย คุณต้องทำอย่างมีมนุษยธรรมในฐานะกุนซือทีมชาติ นักเตะที่เก่งๆ แบบนั้นพวกเขาประสบความสำเร็จมาเยอะเกินกว่าที่จะรับเรื่องแบบนั้นได้"

             เบคเค่นบาวเออร์ ได้เรียกกุยโด บุชวาลด์ กลับมาติดทีมชาติอีกครั้งหลังจากฟุตบอลโลก 1986 และเขาคือผู้ที่หยุดดิเอโก้ มาราโดน่า ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 1990 และทำให้เยอรมันตะวันตกคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ