พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล อุปนายกด้านบริหารสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 2/2562 ที่บ้านกระชับมิตร ซอยรามอินทรา 97 โดยมี นายธนาวิชญ์ โถสกุล กรรมการ เลขาธิการสมาคมฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ เข้าร่วมประชุม

สาระสำคัญที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการ แผนงานและงบประมาณการพัฒนานักกีฬา สมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย ประจำปี 2562 จำนวนเงินทั้งสิ้น 82,667,360 บาท แบ่งเป็นงบประมาณของฝ่ายกีฬาว่ายน้ำ จำนวน 24,795,080 บาท  ฝ่ายกีฬาโปโลน้ำ จำนวน 17,049,500 บาท ฝ่ายกีฬากระโดดน้ำ จำนวน 6,118,070 บาท ฝ่ายกีฬาระบำใต้น้ำ 8.097,960 บาท ฝ่ายกีฬาว่ายน้ำมาราธอน จำนวน 5,304,050 บาท งานวิทยาศาสตร์การกีฬา 10,160,100 บาท และสำนักเลขาธิการ จำนวน 11,142,600 บาท

ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ สมาคมกีฬาว่ายน้ำฯ เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันว่ายน้ำผู้สูงอายุ ชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 2 ในปี 2563 และให้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันว่ายน้ำผู้สูงอายุชิงแชมป์อาเซียน ครั้งที่ 2 ในปี 2563 โดยมอบหมาย นายธนาวิชญ์ แจ้งต่อที่ประชุมว่า ขณะนี้สมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทยกำลังถูกสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ (ฟีน่า) กับ องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก(วาด้า) จับตามองในเรื่องการใช้สารต้องห้าม หลังจากที่ในซีเกมส์ มีนักกีฬาว่ายน้ำไทย ถูกตรวจพบสารต้องห้ามใน 2 ครั้งหลังสุด และหากมีการตรวจพบอีก อาจจะถูกทั้ง 2 องค์กร สั่งห้ามเข้าร่วมกิจกรรมในทุกระดับอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งจะทำให้การเตรียมทีมและแผนการพัฒนานักกีฬาของสมาคมฯ นั้นสูญเปล่า


 
พล.อ.ศิริชัยกล่าวว่า ในเรื่องของสารต้องห้าม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุววรณ นายกสมาคมกีฬาว่ายน้ำฯ และประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้มากมาก และได้กำชับมาโดยตลอดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับนักกีฬาไทย โดยเฉพาะนักกีฬาว่ายน้ำที่ท่านเป็นนายกสมาคมฯอยู่ ซึ่งที่ประชุมได้มีการพูดคุย และเห็นชอบที่จะเพิ่มมาตรการบทลงโทษให้รุนแรงขึ้น โดยจะลงโทษทั้ง นักกีฬา โค้ช และสโมสรที่นักกีฬาสังกัดอยู่ โดยอาจจะมีการแบนโค้ช และถอนสิทธิ์สโมสรออกจากสมาชิกของสมาคมฯ ซึ่งขณะนี้บทลงโทษกำลังอยู่ในขั้นตอนของการร่างพิจารณาอยู่ คาดว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนเมษายน ก่อนการแข่งขันว่ายน้ำชิงแชมป์ประเทศไทยจะเปิดฉากขึ้น

“สหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ และ องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก กำลังจับตามองสมาคมว่ายน้ำฯ ว่าจะมีแอคชั่นหรือมีบทลงโทษอย่างไร กับเรื่องของการใช้ต้องห้ามในนักกีฬา ที่ผ่านมามีแค่นักกีฬาที่โดนโทษแบนห้ามแข่งขัน แต่ผู้ฝึกสอนกับต้นสังกัดยังไม่มีบทลงโทษ ซึ่งการที่เราเพิ่มมาตรการในเรื่องนี้จะช่วยเพิ่มภาพลักษณ์ที่ดีต่อฟีน่าและวาด้า”