“โค้ชตึก” นายธนาวิชญ์ โถสกุล เลขาธิการสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย เผยเตรียมเลือกนักว่ายน้ำเข้าโครงการ "ฟาสต์แทร็ก" เพื่อเพิ่มโอกาสลุ้นทองซีเกมส์

เลขาธิการสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย ในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนว่ายน้ำทีมชาติไทย เปิดเผยถึงการเตรียมทีมว่ายน้ำไทย ในการสู้ศึกกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 30 พ.ย-10 ธ.ค.ว่า หลังจากที่ได้หารือกับฝ่ายว่ายน้ำแล้ว เห็นว่าโอกาสที่จะได้เหรียญทองในซีเกมส์จากว่ายน้ำเป็นเรื่องยาก เมื่อดูจากสถิติคู่แข่งถือว่าดีกว่าไทยเกือบทุกรายการ จึงคิดกันว่าจะทำอย่างไรที่จะเพิ่มโอกาสในการได้เหรียญทองอย่างน้อย 1-2 เหรียญ จึงได้ข้อสรุปว่าจะมีการเตรียมนักกีฬาออกเป็น 2 ชุด คือ ชุดทั่วไป ที่มีลุ้นเหรียญเงินหรือทองแดง หรือทำสถิติให้ดีที่สุด และชุดฟาสต์แทร็ก ที่มีโอกาสจะพัฒนาเวลาเพื่อลุ้นเหรียญทองได้ ซึ่งชุดฟาสต์แทร็กมีนักกีฬาที่มองไว้แล้ว 8-9 คน ชุดนี้จะให้เก็บตัวอย่างเข้มข้น โดยให้ตัวนักกีฬาและโค้ชเสนอแผนว่าอยากจะฝึกซ้อมอย่างไรบ้าง อาจจะในไทยหรือต่างประเทศก็ได้ สมาคมกีฬาว่ายน้ำฯ พร้อมสนับสนุนงบประมาณทั้งหมด แต่ต้องมีสถิติที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน จากการที่ได้คุยกันมี 3 ประเทศที่นักว่ายน้ำในกลุ่มนี้อยากจะไปฝึกซ้อม คือ ออสเตรเลีย, จีน และญี่ปุ่น

โค้ชตึกกล่าวต่อว่า สมาคมฯ จะมีการเทสต์ความสามารถของนักกีฬาทุกสัปดาห์ในระยะ 7 เดือนกว่าที่เหลืออยู่นี้ โดยจะแบ่งการเทสต์ไปแต่ละด้าน เช่น เวลา, ความแข็งแรง, เทคนิค เพื่อจะได้รู้ศักยภาพว่าแต่ละคนควรจะเพิ่มเติมหรือปรับปรุงจุดไหนบ้าง เนื่องจากเวลาเหลือน้อยมากถ้าจะลุ้นเหรียญทอง โดยจะใช้สระว่ายน้ำที่มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิตเป็นสถานที่ในการเทสต์นักกีฬาตลอดเวลาที่เหลือ

“เท่าที่คุยกันก็เห็นว่าโอกาสจะได้เหรียญทองยากมาก ซึ่งคงไม่ดีนักที่จะปล่อยให้เป็นแบบนั้น กีฬาว่ายน้ำได้รับการอนุมัติจำนวนนักกีฬาทั้งหมด 24 คน จะตัดตัวหลังจบศึกว่ายนำ้ชิงแชมป์ประเทศไทย ในเดือนเมษายน ดูสถิติและผลงานจากรายการนี้ ก่อนจะประกาศตัวและแบ่งนักกีฬาออกเป็น 2 ชุด หวังว่าแผนนี้จะทำให้ว่ายน้ำไทยมีโอกาสได้เหรียญทองกลับบ้าน” หัวหน้าผู้ฝึกสอนว่ายน้ำทีมชาติไทยกล่าว

ทั้งนี้ ว่ายน้ำซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ชิงชัยรวม 35 เหรียญทอง ผลงานในซีเกมส์ครั้งที่แล้ว ฉลามและเงือกทีมชาติไทยคว้ามาได้ 2 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน 7 เหรียญทองแดง