มาร์ค คลัทเทนเบิร์ก อดีตผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีกชื่อดัง ออกมาฟันธงถึง 2 ลูกอื้อฉาวจากเกมพรีเมียร์ ลีก เมื่อคืนที่ผ่านมา ทั้งลูกที่ได้ใบเหลืองของซน ฮึงมิน และ ลูกจุดโทษของเจมส์ แมดดิสัน

             ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ เอาชนะ เลสเตอร์ ไป 3-1 ที่สนามเวมบลีย์ ในศึกพรีเมียร์ ลีก เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา แต่ผู้ตัดสินอย่าง ไมเคิล โอลิเวอร์ กลับโดนเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ตำหนิหลังเกม เมื่อกองหน้าของ 'ไก่เดือยทอง' อย่างซน ฮึงมิน ได้รับใบเหลืองจากข้อหาพุ่งล้มในเขตโทษในช่วงที่สกอร์ยังเสมอกัน 0-0 ในขณะที่เจมส์ แมดดิสัน โดนยาน แฟร์ตองเก้น สกัดจนล้มลงในเขตโทษแต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันทีซึ่งหลายคนมองว่าสถานการณ์ของแมดดิสัน กับของซน ฮึงมิน นั้นไม่ได้แตกต่างกันเลย แต่การตัดสินกลับออกมาคนละขั้ว

            สตาร์จากแดนกิมจิรู้สึกว่าเขาควรได้จุดโทษเช่นกันและแทบไม่เชื่อสายตาว่าตัวเองจะโดนใบเหลือง แต่ในสายตาของมาร์ค คลัทเทนเบิร์ก อดีตผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีกชื่อดัง เชื่อว่ากรรมการทำถูกต้องแล้วที่ให้ใบเหลืองซน ฮึงมิน แต่ขณะเดียวกันแมดดิสัน ก็ควรได้ใบเหลืองเช่นกัน "ทั้งท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ และ เลสเตอร์ ซิตี้ มีความผิดฐานพุ่งล้มเพื่อเอาจุดโทษที่สนามเวมบลีย์ ไมเคิล โอลิเวอร์ ทำถูกแล้วที่ให้ใบเหลืองซน ฮึงมิน จากการพุ่งล้มในครึ่งแรกหลังจากที่กองหน้าท็อตแน่มวิ่งไปชนขาที่ไม่ได้ยกขึ้นมาของแม็คไกวร์ จนล้มคว่ำไปเอง" คลัทเทนเบิร์ก กล่าวกับ Sportsmail "จะถือว่า เจมส์ แมดดิสัน โชคดีก็ได้นะที่ไม่โดนลงโทษแบบเดียวกันในครึ่งหลัง หลังจากที่กองกลางเลสเตอร์ ล้มลงไปบนพื้นจากการสัมผัสเพียงเล็กน้อยจากยาน แฟร์ตองเก้น ถ้ามี VAR โอลิเวอร์ก็จะสามารถเห็นภาพรีเพลย์ และจะเห็นว่าแมดดิสัน ขาพับลงไปก่อนที่จะโดนสกัดจากกองหลังของสเปอร์ส" "เมื่อมาพิจารณาว่าแมดดิสัน ถูกไล่ออกจากเหตุพุ่งล้มกับนัดไบรท์ตัน เมื่อเดือนพฤศจิกายน ผมก็เลยประหลาดใจที่เขายังเสี่ยงต่อการโดนจับได้แบบนั้นอีก"

            แต่สำหรับจุดโทษลูกดังกล่าวนั้น ปรากฏว่าเจมี่ วาร์ดี้ ที่รับหน้าที่สังหารซัดไปติดอูโก้ โยริส และพลาดโอกาสในการตีเสมอในช่วงที่ทีมของเขาตามอยู่แค่ 1-0 จากนั้นสเปอร์มาทำเพิ่มจากคริสเตียน เอริคเซ่น และเลสเตอร์ ก็ตามตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-2  จากเจมี่ วาร์ดี้ ที่แก้ตัวได้สำเร็จ แต่สเปอร์สก็มาตอกฝาโลงในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจากซน ฮึงมิน จบเกมสเปอร์สเอาชนะไป 3-1

            ความพ่ายแพ้ในเกมนี้ทำให้ลูกทีมของโคล้ด ปูแอล เพิ่งเก็บได้ 1 คะแนนจาก 5 นัดหลังสุด รั้งอันดับที่ 12 ของตารางคะแนน ขณะที่ สเปอร์ส ยังรั้งอันดับที่ 3 โดยมี 60  แต้มตามหลังจ่าฝูง แมนซิตี้ และ ลิเวอร์พูล อยู่แค่ 5  แต้ม