ทัพเทนนิสไทยศึกกีฬาม.อาเซี่ยน 19 ที่พม่า ประกาศศักดาคว้าเจ้าเหรียญทองได้เป็นประวัติศาสตร์แรก หลังโกยมาครบทุกรายการ 7 เหรียญทอง กับ 2 เหรียญเงิน ขณะที่เรือพายวันแรก คว้ามาได้ 2 ทองจากเรือยางประเพณีประเภท 10 ฝีพาย ชาย และ ผสม ด้าน รศ.รังสรรค์ วงศ์สรรค์ ผจก.ทีมเชื่อมั่นยังเหลือให้ลุ้นอีกหลายรายการเพื่อให้ครบ 5 ทองตามเป้า

การแข่งขันมหกรรมกีฬามหาวิทยาลัยอาเซียน ครั้งที่ 19 เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา ณ กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมาร์ โดยมีทัพ นักกีฬาปัญญา จาก 11 ชาติเข้าร่วม ไฮไลท์สำคัญที่น่าสนใจวันนี้เริ่มจาก เทนนิส มีชิง 4 เหรียญทอง คือชายเดี่ยว, หญิงเดี่ยว, ชายคู่ และหญิงคู่ ซึ่งนักหวดลูกสักหลาดไทยสามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ครบทั้งหมด 4 รุ่น ภายใต้การนำทัพของ นายสุรศักดิ์ เพิ่มทรัพย์ ผู้จัดการทีมชาติจากม.ศรีปทุม พร้อมด้วย 2 ผู้ฝึกสอน คือ "โค้ชเบึ้ม" ธนากร ศรีชาพันธ์ ของม.ขอนแก่น และ วิชิต อิ่มอารมย์ จากม.ศิลปากร ที่ก่อนหน้าทีมไทยคว้ามาได้แล้ว 3 เหรียญทองจาก ทีมชาย, ทีมหญิง และคู่ผสม 

ผลปรากฏว่า นักเทนนิสไทยโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมคว้าเพิ่มมาได้ทั้งหมด 4 เหรียญทอง เริ่มจากประเภทหญิงคู่ สองพี่น้อง ฉัตรมณี จันทร์เขียว กับ นภาวี จันทร์เขียว เอาชนะคู่ของ เจีย ฉวน คลาริสส์ แกน / เจิ้ง หลิง โซ ฟี หว่อง ของสิงคโปร์มาได้ 2-0 เซต (6-0, 6-0) เช่นเดียวกับประเภทชายคู่ พัชรพล กาวิน ที่จับคู่กับ พัฒนพงศ์ บริสุทธิ์พงศ์ ไล่หวดเอาชนะคู่ของ ตัลฮาห์ โมฮาหมัด ราฮิแซม / วัน อาห์หมัด นาสราน วัน อุบดุล ฮาคิม ฟาดซิล ของมาเลเซีย ขาดลอย 2-0 เซต (6-1, 6-1)  

มาต่อกันที่ประเภทชายเดี่ยว ชญานนท์ แก้วสุทอ ต้องโคจรมาพบกับเพื่อนร่วมชาติ ธนเพชร ฉันทะ ดีกรีเหรียญทองกีฬาแห่งชาติ "เจียงฮายเกมส์" โดยเกมนี้เล่นไปเพียงแค่เกมแรก ก่อนที่ธนเพชร จะมีอาการบาดเจ็บหัวไหล่เป็นฝ่ายยอมแพ้ให้ ชญานนท์ คว้าเหรียญทองไปครอง ปิดท้ายที่ประเภทหญิงเดี่ยว เป็นการเข้าชิงฯกับเองของสองสาวไทย คือ ยิ่งลักษณ์ จิตตะโคตร์ กับ ธนัชพร ยังโหมด เกมแรก ธนัชพร ขึ้นนำไปก่อน 6-4 มาต่อที่เซตสอง ธรัชพร ยังอาศัยการเสิร์ฟได้ดีนำไปอีก 4-3 ก่อนที่ยิ่งลักษณ์ จะมีอาการบาดเจ็บที่ขาจึงต้องขอยอมแพ้ไป ส่งผลให้ธนัชพร ได้เหรียญทอง สรุปผลงานทัพนักหวดลูกสักหลาดปัญญาชนไทยครองตำแหน่งเจ้าเหรียญทอง ในกีฬาประเภทนี้ ด้วยการคว้ามาได้ทั้งสิ้น 7 เหรียญทอง และ 2 เหรียญเงิน จากทั้งหมด 7 อีเว้นส์ที่ส่งนักกีฬาลงแข่งขัน


หลังเกม นายสุรศักดิ์ ผจก.ทีมเทนนิสไทย เปิดเผยว่า "ขอชื่นชมเจ้าภาพจัดการแข่งขันได้ดีทุกอย่างมีความพร้อม และนี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เราครองเหรียญทองครบทุกรายการ จากอดีตเคยทำได้สูงสุด 6 เหรียญทองเท่านั้น แต่ครั้งนี้นักกีฬาทุกคนเตรียมตัวและฝึกซ้อมมาดีอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ทั้งที่จริงก่อนเดินทางมาแข่งขันส่วนตัวหวังเอาไว้แค่ 5 เหรียญทองก็พอใจแล้ว สาเหตุคงเป็นเพราะคู่ปรับสำคัญอย่างอินโดนีเซียไม่มาแข่ง จึงทำให้เป้าหมายของเราเพิ่มมากขึ้น ตัวเองต้องขอขอบคุณทีมงานสตาฟฟ์โค้ชทุกคน รวมไปถึงนักกีฬาที่ตั้งใจทุ่มเทเต็มที่ นอกจากนี้ต้องขอขอบคุณไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ใน คณะกรรมการกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (กกมท.) และ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ที่คอยให้การสนับสนุนเต็มที่ จากนี้ไปนักกีฬาชุดนี้น่าจะมีเป้าหมายต่อในการสร้างความสำเร็จกีฬามหาวิทยาลัยโลก ปี 2019 ที่เมืองนาโปลี ประเทศอิตาลี เพราะแต่ละคนอายุยังน้อยและใช้งานได้อีกไกล"


ขณะที่เรือพาย ชิง 3 เหรียญทอง ปรากฏว่าไทยคว้ามาได้ 2 เหรียญทอง จากเรือยาวประเพณีประเภท 10 ฝีพาย ระยะทาง 500 เมตร ชาย ทำเวลาเข้าเส้นชัยได้ 2.14.55 นาที, เหรียญเงิน พม่า เวลา 2.16.38 นาที และเหรียญทองแดง สิงคโปร์ เวลา 2.20.67 นาที ส่วนเรือยาวประเพณีประเภท 10 ฝีพาย ระยะทาง 500 เมตร ผสม ไทยคว้าเหรียญทองโดยทำเวลาไป 2.21.37 นาที, เหรียญเงิน พม่า เวลา 2.23.32 นาที และเหรียญทองแดง สิงคโปร์ 2.25.03 นาที ส่วนเรือยาวประเพณีประเภท 10 ฝีพาย 500 เมตรหญิง ไทย ทำได้เหรียญเงิน เวลา 2.25.00 นาที, เหรียญทอง ตกเป็นของ พม่า เวลา 2.23.95 นาที และเหรียญทองแดง สิงคโปร์ 2.29.19 นาที

ส่วนกรีฑา นักกีฬาไทยคว้ามาได้ 4 เหรียญทอง จากทุ่มน้ำหนักหญิง อารีรัตน์ อินทดิษฐ, ทุ่มน้ำหนักชาย ธวัฒ คชินทร์, กระโดดไกลหญิง ปริญญา เฉื่อยมะเริง และวิ่ง 400 เมตรชาย ณัฐพงษ์ คงกระพัน, 2 เหรียญเงินจากวิ่งข้ามรั้วหญิง สุชาดา มีศรี กับวิ่ง 400 เมตรหญิง รัชดา ตาหลี่ และ 2 ทองแดงจากกระโดดไกลชาย ชัยยา สุขขา กับ วิ่ง 400 เมตรชาย ณัฐดนัย พลเยี่ยม

สรุปผลการแข่งขันกีฬาประเภทอื่นดังนี้ เซปักตะกร้อชาย ประเภทตะกร้อคู่ ทีมชุด ไทย.ชนะ อินโดนีเซีย 3-0 ทีม, บาสเกตบอลหญิง ไทย ชนะ มาเลเซีย 78-34, วอลเลย์บอล ทีมชาย รอบรองชนะเลิศ ไทย ชนะ พม่า 3-0 เซต (25-19, 25-20, 25-17) 

สรุปตารางเหรียญทอง อันดับ 1 ไทย 17 ทอง 12 เงิน 10 ทองแดง, อันดับ 2 อินโดนีเซีย 13 ทอง 8 เงิน 8 ทองแดง และ อันดับ 3 มาเลเซีย 8 ทอง 11 เงิน 11 ทองแดง