ทัพนักกีฬา 'ชินลง' ประเดิมทองแรกให้ทัพปัญญาชนไทย ในศึกม.อาเซี่ยน ครั้งที่19 ที่พม่า หลังชนะมาเลเซีย 305-209 คะแนน ขณะที่แบดมินตันทีมชายไล่ทุบ 'สิงคโปร์' ไป 3-0 คู่ ทะลุเข้ารอบชิงฯพบ 'เสือเหลือง' โอกาสสดใสเพราะเคยชนะมารอบคัดเลือก ส่วนพิธีเปิดการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว 'เอมมิกา หิมะทองคำ' เงือกสาวเป็นผู้ถือธงชาติไทยเข้าสู่สนาม

การแข่งขันมหกรรมกีฬามหาวิทยาลัยอาเซียน ครั้งที่ 19 เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมา ณ กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมาร์ ได้ฤกษ์เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ที่สนามวันนา เต็กธี อินดอร์ สเตเดี้ยม โดยมี นายอู เมี๊ยนต์ ส่วย รองประธานาธิบดีประเทศเมียนมาร์ เป็นประธานเปิดการแข่งขัน ท่ามกลางนักกีฬาจาก 11 ประเทศ ในส่วนของทัพปัญญาชนไทยนั้นได้เลือกให้ น.ส.เอมมิกา หิมะทองคำ นักกีฬาว่ายน้ำสาว เป็นผู้ถือธงชาติไทยเดินนำคณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าสู่สนาม ทั้งนี้ภายในงานเจ้าภาพได้มีการแสดงศิลปะพื้นบ้าน พร้อมศิลปินท้องถิ่นชื่อดังร่วมขับกล่อมเสียงเพลงและสร้างความบันเทิงมากมาย

สำหรับการชิงชัยในวันนี้ปรากฏว่า ทัพนักปัญญาชนไทยสามารถประเดิมเหรียญทองเหรียญแรกได้สำเร็จแล้ว หลังจากตั้งตารอมานานอยู่หลายวันนั่นก็คือ ชินลงชาย ประเภทอีเว้นส์ 1 หรือ เตะได้คนละหนึ่งท่า ซึ่งทีมชุดนี้มีนักกีฬาตัวชูโรงสำคัญ คือ ธงชัย สมบัติเกิด กัปตันทีม, กิตติชัย คำแสนราช, นพเดช จุไรย์, กิตติวินท์ วาทะวัฒนะ และ เกษมศักดิ์ ไหลหาโคตร ทั้งนี้ในรอบตัดเชือก ไทย เอาชนะ ลาว มาได้ 301-162 คะแนน ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศพบ 'เสือเหลือง' มาเลเซีย ที่พลิกล็อกเอาชนะเจ้าภาพ พม่า มาได้อย่างดุเดือด ตลอดเกมการแข่งขันนักกีฬาชินลงของไทยอาศัยทีมเวิร์คและความสัมพันธ์ภายในเกมที่ดีกว่าเป็นฝ่ายเอาชนะ มาเลเซีย ไปขาดลอย 305-209 คว้าเหรียญทองแรกไปได้สมใจ 

หลังเกม ผศ.ศักยภาพ บุญบาล เฮดโค้ชชินลงไทย เปิดเผยว่า นัดนี้นักกีฬาทุกคนเล่นได้ดีมาก จากที่เครียดกันมาหลายวัน เพราะอีเว้นส์นี้เราหวังมากว่า จะเอาเหรียญทองกลับบ้าน หลังเคยประสบความสำเร็จคว้าเหรียญทองซีเกมส์มาแล้ว แม้ว่า ที่ผ่านมาปัญหาอุปสรรคในเรื่องของลูกซ้อมชินลงจะไม่มีในบ้านเราก็ตาม แต่ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจทำงานของทีมงานทั้งหมด แถมด้วยประสบการณ์ที่ดีของนักกีฬาจึงประสบความสำเร็จเช่นนี้ ส่วนตัวต้องขอกราบขอบคุณผู้ใหญ่ทุกท่าน โดยเฉพาะคณะกรรมการกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (กกมท.), สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.), บริษัท ทรูฯ และ ผลิตภัณฑ์กีฬา กีลา ที่คอยให้การสนับสนุนและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ จากนี้ไปนักกีฬาชุดนี้ยังมีแข่งขันอีเว้นส์ 4 อีกรายการก็จะพยายามติด 1 ใน 3 ให้ได้

ขณะที่แบดมินตันทีมชาย รอบ 4 ทีมสุดท้าย ทีมไทย สามารถเอาชนะ 'ลอดช่อง' สิงคโปร์ ไปได้ 3-0 คู่ ประกอบด้วย เดี่ยวมือ 1 อดุลรัชต์ นามกูล เอาชนะ ซี ซวน โดมินิค โซ๊ะ ไปได้ 21-12, 21-8 ต่อด้วยเดี่ยวมือ 2 สิทธิคมน์ ธรรมศิลป์ ชนะ ซุ่น หยาง เบอร์นาร์ด อ่อง ไปได้อีก 21-15, 21-12 และเดี่ยวมือ 3 กิตติพงศ์ อิ่มนาค เฉือนชนะ ชิน อาน เอิง ไปสูสี 17-21, 21-14, 21-8 ทยานเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปพบกับ มาเลเซีย ซึ่งก่อนหน้านี้ในรอบแบ่งกลุ่ม ไทย ที่อยู่กลุ่มบี ชนะ ลาว มาขาด 5-0 คู่ และชนะ 'เสือเหลือง' ชุดนี้มา 4-1 คู่ โอกาสที่จะคว้าเหรียญทองค่อนข้างสูง
 
ปิดท้ายกันที่ วูซูยุทธลีลา (เตาซู่) 'เจ้าตี๋' สุจินดา หยางรุ่งรวี สามารถโชว์ลีลาทั้งดาบ และ ไม้พลอง ได้อย่างยอดเยี่ยมทำคะแนนมาได้ 9.25 ซิวเหรียญเงินไปครอง ส่วนเหรียญทองตกเป็นของ คอน จุน ลิม จากมาเลเซีย ทำได้ 9.62 คะแนน ส่วนวูซูประเภทต่อสู้ นักกีฬาไทยโชว์ฟอร์มได้ดีสามารถผ่านเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศในวันที่ 11 ธ.ค.นี้ ได้หมดถึง 4 รุ่น ได้แก่ รุ่น 48 กก.หญิง ศิริลักษณ์ แก้วชา, รุ่น 60 กก.ชาย ทักษดนัย สุขมล, รุ่น 65 กก.ชาย จารุวัฒน์ ขุนเพชร และ รุ่น 70 กก.ชาย กิตติศักดิ์ สุขสงวน