ทัพ "ตะกร้อชินลง" ชาย ประเดิมคว้าทองแดงแรก ศึกกีฬาปัญญาชน ม.อาเซี่ยน ครั้งที่ 19 ที่เนปิดอว์ หลังพลาดท่ารอบคัดเชือกให้ ลาว ก่อนจะมาแก้ตัวคืนเอาชนะ "เสือเหลือง" มาเลเซีย ขาด 300-147 คะแนน ผศ.ศักยภาพ บุญบาล เฮดโค้ชพอใจในระดับหนึ่ง แต่ยังแอบหวังถึงเหรียญทองอีเว้นส์ 1 ในวันที่ 10 ธ.ค.นี้

ความเคลื่อนไหวทัพนักกีฬาปัญญาชน ในมหกรรมการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยอาเซียน ครั้งที่ 19 ระหว่างวันที่ 10-19 ธ.ค.นี้ ณ กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมาร์ ซึ่งเวลานี้ทัพนักกีฬาชุดใหญ่กว่า 200 ชีวิต ภายใต้การนำของ "ดร.โต" รศ.ดร.วิชิต คนึงสุขเกษม หัวหน้าคณะนักกีฬาปัญญาชนทีมชาติไทย ได้เดินทางมาถึงสังเวียนชิงชัยเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ด้วยเที่ยวบิน พีจี 721 ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา แม้ว่า พิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการยังไม่เริ่มต้นขึ้นก็ตาม แต่ได้มีการประเดิมชิงเหรียญทองเหรียญแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นก็คือ ตะกร้อประเภท "ชินลงชาย" หรือ กีฬาพื้นบ้านของชาวเมียนมาร์ โดยในรอบรองชนะเลิศ ทีมไทย ประกอบด้วย กิตติวินท์ วาทะวัฒนะ, ธนาพร แคนชัยภูมิ, เกษมศักดิ์ ไหลหาโคตร, กิตติชัย คำแสนราช, จักรกฤษณ์ สิงขรอาจ และ ดุสิต ปิยะวงษ์ พลาดท่าแพ้ให้กับ ลาว ไปอย่างสนุก 200-342 คะแนน ต้องไปชี้ชะตาชิงเหรียญทองแดงกับ "เสือเหลือง" มาเลเซีย ที่พ่ายแพ้ให้เต็งจ๋า พม่า เจ้าภาพมาอย่างกระจุย 126-447 คะแนน  

ผลปรากฏว่า ในรอบชิงเหรียญทองแดงนั้น ทัพนักตะกร้อชินลงชายสามารถช่วยกันทำแต้มได้อย่างต่อเนื่อง แถมระบบทีมเวิร์คความสัมพันธ์ภายในเกมค่อนข้างดีกว่า มาเลเซีย อย่างเห็นได้ชัด โดยได้คะแนนเป็นกอบเป็นกำจาก ธนาพร, ดุสิต และ จักรกฤษณ์ ก่อนเอาชนะคู่แข่งเสือเหลืองไปขาดลอย 300-147 คะแนน ประเดิมคว้าเหรียญทองแดงแรกให้กับทัพกีฬาปัญญญาชนไทยเป็นที่เรียบร้อย ส่วนเหรียญทอง พม่า และ เหรียญเงิน ลาว
หลังการแข่งขัน ผศ.ศักยภาพ บุญบาล หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เปิดเผยว่า น่าเสียดายในรอบตัดเชือกเราน่าจะเอาชนะ ลาว มาได้ ทั้งที่ตอนเริ่มต้นการแข่งขันมาคะแนนไล่บี้สูสีกันมาตลอด แต่มันมีบางจังหวะสกอร์บอร์ดที่นับคะแนนเกิดดับ ไม่รู้ว่า เกิดจากสาเหตุอะไร และก็เป็นแบบนี้อยู่ 2-3 ครั้งจนคะแนนของคู่แข่งลาวหนีแซงเราไปตอนไหนก็ไม่รู้ ส่วนตัวไม่อยากไปโทษอะไรมาก เพราะเรารู้ดีว่า เจ้าภาพเขาวางโปรแกรมเอาไว้หมดแล้ว เห็นได้จากทุกนัดที่ลงแข่งขันเราจะพบกับคู่แข่งสำคัญคือ ลาว ตลอด ส่วน พม่า ก็จะพบกับ มาเลเซีย ที่ไม่มีประสบการณ์อะไรเลย จึงได้แต่ทำใจและกำชับนักกีฬาทำหน้าที่ให้ดีที่สุดพอ


อย่างไรก็ตามสำหรับเหรียญทองแดงแรกที่ได้มานั้น ส่วนตัวรู้สึกพอใจ เพราะก่อนเดินทางมาแข่งขันรายการนี้ก็คือ ชินลงอีเว้นส์ 3 หรือ เล่น 6 ท่าต่อ 1 คนนั้น เราหวังเอาไว้แค่เหรียญใดเหรียญหนึ่งเท่านั้นเอง เพราะขนาดลูกซ้อมเรายังไม่มีเลย แต่นักกีฬาทุกคนฟิตซ้อมและตั้งใจเต็มที่ โดยเฉพาะในประเภทอีเว้นส์ 1 หรือ เล่นคนละท่า นักกีฬาชุดนี้เคยประสบความสำเร็จคว้าเหรียญทองซีเกมส์มาแล้ว ด้วยการเอาชนะชาติต้นตำรับก็คือ พม่า โดยจะมีการแข่งขันในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ ส่วนตัวเชื่อมั่นว่า เราน่ามีลุ้นมิใช่น้อย ส่วนประเภทอื่นๆที่เหลือเราแค่ขอแค่ติด 1 ใน 3 ก็พอใจแล้ว

ขณะที่ รศ.ดร.วิชิต คนึงสุขเกษม หัวหน้าทัพนักกีฬาปัญญาชนไทย ได้กล่าวว่า ตัวเองได้กำชับผู้จัดการทีมและหัวหน้าผู้ฝึกสอนทุกชนิดกีฬาให้สอดส่องดูแลนักกีฬาของตัวเองให้ดี เพราะที่นี่ค่อนข้างเปลี่ยวและเงียบมาก เวลาเดินทางไปไหนมาไหนต้องไปเป็นกลุ่มและคณะ นอกจากนี้ในเรื่องของสภาพอากาศก็เริ่มหนาวขึ้นมาบ้างแล้ว ควรระวังการเจ็บป่วยหรือไม่สบายได้ ส่วนเรื่องการรับประทานยาก็ต้องระวังให้ดี ควรปรึกษาแพทย์ประจำทีมก่อนว่า ควรหรือไม่ ส่วนเหรียญทองแดงแรกที่เราได้มาจากตะกร้อชินลงนั้นก็เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ตั้งแต่ต้น เพราะกีฬาประเภทนี้เราเป็นรองชาติต้นตำรับ พม่า อยู่แล้ว สำหรับเป้าหมายเหรียญทองในศึกครั้งนี้จะต้องได้มากกว่า 51 เหรียญทองขึ้นไป หรือดีกว่า ม.อาเซี่ยน ครั้งที่ 18 ที่สิงคโปร์ หนนั้นทัพกีฬาปัญญาชนเราคว้ามาได้ 51 เหรียญทอง 35 เหรียญเงิน และ 32 เหรียญทองแดง