“มฤตยูดำ” ไมค์ ไทสัน อดีตนักชกชื่อดังก้องโลก เตรียมขึ้นเวทีทอล์คโชว์สร้างแรงบันดาลใจที่อิมแพคฟอรัม เมืองทองธานี เผยมีผัดไทเป็นเมนูเด็ด แต่ไม่คิดลองชกมวยไทย

นายอันเดรส พิร่า ประธานบริหารบริษัท บลูฮอไรซอน ไทยแลนด์ เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดงานทอล์คโชว์ “World’s Best Success Event : The Missing Secrets to Success Live In Bangkok 2018 เปลี่ยนความคิด พิชิตความฝัน” ที่โรงแรมเวสติน แกรนด์ สุขุมวิท เมื่อวันที่ 30 พ.ย. โดยงานทอล์คโชว์ “World’s Best Success Event : The Missing Secrets to Success Live In Bangkok 2018 เปลี่ยนความคิด พิชิตความฝัน” จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 1-2 ธ.ค. ที่อิมแพคฟอรัม เมืองทองธานี

ในงานดังกล่าว นอกจาก นายอันเดรส พิร่า แล้ว ยังมีนักสร้างแรงบันดาลใจชื่อดังจำนวนมากทั้งไทยและต่างประเทศมาร่วมกันแชร์ประสบการณ์ อาทิเช่น “ลูกเกด” เมธินี กิ่งโพยม ดาราไทยชื่อดัง, แจ็ค แคนฟิลด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาตนเองชื่อดังชาวอเมริกัน, โจ ไวทาลี่ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎแรงดึงดูดและเจ้าของหนังสือ เดอะ ซีเคร็ต หนังสือที่ขายดีอันดับ 1 ในอเมริกา, นาตาลี เกลโบวา อดีตนางงามจักรวาลปี 2005 และ ไมค์ ไทสัน เจ้าของฉายา “มฤตยูดำ” อดีตนักมวยแชมป์โลกชาวอเมริกันในรุ่นเฮฟวี่เวทที่อายุน้อยที่สุดในโลก

ไมค์ ไทสัน กล่าวว่า ดีใจอย่างมากที่ได้กลับมาเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง และได้ร่วมเวทีทอล์คโชว์ครั้งนี้ ซึ่งนิยามของตัวเองนั้นคือความสำเร็จไม่ได้ถูกกำหนดในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ตลอดชีวิตที่ผ่านมามีความผันผวนอย่างมาก และวิธีที่จะประสบความสำเร็จคือการจัดการกับความทุกข์ยากในชีวิตของแต่ละคนดังนั้นจึงอยากที่จะมาแบ่งปันเรื่องราวชีวิตของตัวเองในงานนี้ โดยอดีตนักชกแชมป์โลก เล่าอดีตของตัวเองว่า เริ่มชกมวยตั้งแต่อายุ 12 ปี ก่อนจะเริ่มมีแววตั้งแต่อายุ 14 จนกลายมาเป็นแชมป์โลกด้วยอายุเพียง 20 ปีเท่านั้น เคล็ดลับคือก่อนแข่งจะฝึกซ้อมเต็มที่ 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 5 วันอย่างน้อย รวมไปถึงคติประจำใจคือ ความมั่นใจนั้นจะช่วยเสริมสร้างความสำเร็จ และความสำเร็จจะต่อยอดไปสู่ความมั่นใจ

“มฤตยูดำ” กล่าวต่อว่า สำหรับตอนนี้กำลังดำเนินธุรกิจส่วนตัวของตัวเองอยู่ในชื่อ “ไทสัน แรนช์” ซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการทำไร่กัญชา ขณะที่ตนนั้นเคยมาประเทศไทยหลายครั้งแล้ว ต้องขอบคุณแฟนมวยชาวไทยที่คอยให้กำลังใจเสมอมา ซึ่งอาหารไทยที่ชอบมากที่สุดก็คือผัดไท แต่ไม่อยากทดลองชกมวยไทย แม้จะยังชื่นชอบกีฬามวยอยู่ แต่ตอนนี้ได้ปรับเปลี่ยนตัวเองจากการเป็นนักชกมวยมาเป็นผู้ชมแล้ว จึงไม่อยากจะลองมวยไทยเพิ่มเติมแต่อย่างใด