อาทิตย์นี้เมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลต้องไปเยือนท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ในศึกพรีเมียร์ ลีก และต้องเจอกับวันที่เป็นฝันร้ายของพวกเขา เมื่อแนวรับของทีมที่มีเดยัน ลอฟเรน เป็นแกนนำโดนแนวรุกเจ้าบ้านนำโดยแฮร์รี่ เคนถล่มไปยับเยินถึง 4-1 

           ข้ามมาอีก 1 ปีตอนนี้แผงหลังของพวกเขาดูแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากครั้งนั้น เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค และโจ โกเมซ จับคู่เป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่สุดแข็งแกร่ง ส่วนเทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ต่างก็พัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่องด้านริมเส้น และทำให้แฟนๆ ชาวเดอะค็อปอุ่นใจในแนวรับของพวกเขา

          การมาถึงของฟาน ไดจ์ค ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ใหญ่ที่สุดของทีมอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งแม้แต่ลอฟเรนยังดูแข็งแกร่งขึ้นเมื่อได้ยืนเคียงคู่กับปราการหลังชาวดัตช์ ยิ่งตอนนี้มีโกเมซที่พัฒนาขึ้นมาในตำแหน่งที่เจ้าตัวฝันถึงอย่างเซ็นเตอร์ฮาล์ฟก็ยิ่งเป็นการเพิ่มตัวเลือกให้เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้ดียิ่งขึ้น ไม่รวมกับการที่ได้ผู้รักษาประตูชาวบราซิลอย่างอลิสซอนเข้ามาเมื่อช่วงซัมเมอร์ก็ยิ่งทำให้กองหน้าฝั่งตรงข้ามเจาะประตูพวกเขาได้ยากมากยิ่งขึ้น

          ความจริงแล้ว แค่ 1 ปีให้หลังจากหายนะที่เวมบลีย์วันนั้น ลิเวอร์พูลกำลังจะทำลายสถิติที่อยู่ยั้งยืนยงมา 126 ปีของสโมสร ถ้าแนวรับโฉมใหม่ของเจอร์เก้น คล็อปป์ สามารถรักษาคลีนชีตในนัดกับฮัดเดอร์สฟิลด์ในวันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม 2561 นี้ได้ นี่ก็จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์อันยาวนานของสโมสรที่พวกเขาเสียแค่ 3 ประตูจาก 9 เกมแรกที่เปิดฤดูกาลมา โดยมีเพียงเอริค ลาเมล่า,  ราชิด เกซซาล และเอแด็น อาซาร์ ที่สามารถส่งลูกผ่านมืออลิสซอนเข้าไปได้

         สถิตินี้ที่ดีที่สุดในช่วงหลังเป็นของลูกทีมของราฟาเอล เบนิเตซ ที่เสียไป 5 ประตูจาก 9 นัดแรกเมื่อฤดูกาล 2008/09 และนั่นคือทีมที่แพ้แค่ 2 ครั้งในลีก และจบอันดับ 2 ในลีก