4 กำปั้นเยาวชนไทย ลอยลำเข้าชิงชนะเลิศ ศึกยูธโอลิมปิกเกมส์ 2018 ส่วน "เจ้าเกมส์" วีระพล จงจอหอ พลาดท่ารอบตัดเชือก แต่ยังมีโอกาสแก้ตัวไปชิงเหรียญทองแดงกับคู่แข่งจาก ซามัว ด้าน "บิ๊กชาย" สมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคฯ พอใจผลงานที่ออกมา แต่เป้าหมายสูงสุดอยากเห็นทั้ง 4 คนเอาเหรียญทองประวัติศาสตร์แรกของสมาคมฯไปฝากพี่น้องชาวไทย

การแข่งขันมวยสากลมหกรรมกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่นที่ช้ากว่าเมืองไทยกว่า 10 ชม.) ณ เมืองบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนติน่า เป็นการชิงชัยรอบรองชนะเลิศ หลัง 4 กำปั้นเยาวชนไทย ประกอบด้วย รุ่น 52 กก. ชาย "เจ้าตี๋" ศราวุธ สุขเทศ, รุ่น 75 กก.ชาย "เจ้าเกมส์" วีระพล จงจอหอ, รุ่น 60 กก. “เจ้าเดียร์” อธิชัย เพิ่มทรัพย์ ดีกรีแชมป์โลกคนล่าสุด และ รุ่น 57 กก.หญิง "น้องเนย" พัณพัชรา สมนึก โชว์พลังหมัดผ่านเข้าไปสู่รอบตัดเชือกเป็นที่เรียบร้อยแล้วส่วนการแข่งขันในวันนี้นักชกไทยมีคิวลงสนามครบทั้งหมด 5 คน รวมไปถึง รุ่น 60 กก. หญิง “น้องจูน” พรทิพย์ บัวป่า ที่โชคดีได้บายมาในรอบแรกโคจรพบกับ เอ็มม่า รอนสัน จากออสเตรเลีย ส่วน ศราวุธ จะพบกับ หลุยส์ กาเบีย ชาโร เด โอลิเวียร่า บราซิล, อธิชัย พบ ซาฟารอฟ นูราน อาเซอร์ไบจาน, วีระพล พบ คีโน่ มาซาโด้ บราซิล และ พัณพัชรา พบ รูนี่ เดบ้า ไอร์แลนด์
ผลปรากฏว่า 4 นักมวยเยาวชนไทยสามารถผ่าด่านเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ เริ่มจากรุ่น 52 กก. ชาย ศราวุธ เดินหน้าออกหมัดได้อย่างจะแจ้งเป็นฝ่ายชนะคะแนน หลุยส์ ไปอย่างสนุก 4-1 เสียง ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศพบกับ อีวาน ไทร์ จากสหราชอาณาจักร ที่เอาชนะคะแนน แคนซี่ เดนพาร์คทริค ของไอร์แลนด์มาได้ 5-0 เสียง
ต่อด้วยรุ่น 60 กก. ชาย อธิชัย อาศัยฟอร์มการชกที่ดุเดือดแถมโชว์ลีลาเรียกเสียงกรี๊ดได้ทั้งสนามชนะคะแนน ซาฟารอฟ ไปแบบขาดลอย 5-0 เสียง ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปฟาดปากกับ บอนดาซุก ทาราส จากยูเครน ที่เอาชนะ เมนดูร มูฮาเหม็ด มาสโบรี่ ของอียิปต์มาแบบสบาย 5-0 เสียง

ขณะที่รุ่น 57 กก. "น้องเนย" พัณพัชรา ยังออกหมัดได้อย่างแข็งแกร่งเอาชนะคะแนน รูนี่ เดบ้า ของออสเตรเลียมาได้ 4-1 เสียง เข้าไปชิงเหรียญทองกับ ราริโร่ เจนนิเฟอร์ ยาสมิน ของเม็กซิโก ที่เอาชนะน็อกยกแรก มาเนียร์ ราซิก้า จากนิวซีแลนด์ไปอย่างเหนือชั้นส่วนรุ่น 60 กก. หญิง “น้องจูน” พรทิพย์ เดินหน้าด้วยความมั่นใจไล่ทุบเอาชนะ เอ็มม่า รอนสัน จากออสเตรเลีย 5-0 เสียง ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศพบกับ คาโรลาย ซาร่า คูโบส ของสหราชอาณาจักรที่เอาชนะคะแนน โอเรียน่า ซาโปโต้ ของอาร์เจนติน่า มา 5-0 เสียง  

ปิดท้ายกันที่รุ่น 75 กก.ชาย "เจ้าเกมส์" วีระพล หลานชายสุดรักของ "เจ้าน้อย" สมจิตร จงจอหอ อดีตฮีโร่เหรียญทองปักกิ่งเกมส์ 2008 พยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ไม่สามารถผ่าด่านเอาชนะลูกเก๋าของ เคนโน่ มาชาโด้ ตัวเก่งของบราซิลไปได้ จึงเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป 0-5 เสียง ส่งผลให้ วีระพล ต้องเข้าไปชิงเหรียญทองแดงกับ แจนเซ่น เปอร์โต้ จาก ซามัว ที่แพ้ให้กับ ดูโอบิ เฟรน จาก แอลจีเรีย ไป 1-4 เสียง

สรุปผลงานนักมวยสากลเยาวชนไทยสามารถผ่านเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศได้ทั้งหมด 4 รุ่น ประกอบด้วย รุ่น 52 กก. ชาย "เจ้าตี๋" ศราวุธ สุขเทศ, รุ่น 60 กก. ชาย “เจ้าเดียร์” อธิชัย เพิ่มทรัพย์, รุ่น 57 กก.หญิง "น้องเนย" พัณพัชรา และ รุ่น 60 กก. หญิง “น้องจูน” พรทิพย์ บัวป่า โดยในรอบชิงชนะเลิศจะมีขึ้นในวันที่ 17-18 ต.ค. นี้

หลังการชก ศราวุธ เปิดเผยว่า วันนี้ชกได้ตามแผนที่โค้ชวางไว้ให้ พยายามไม่เร่งเกมมากเกินไปและคอยแย่งชิงจังหวะทำแต้มไปเรื่อยจนเอาชนะไปในที่สุด ส่วนรอบชิงเหรียญทองที่จะพบกับ อีวาน นั้น ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแม้ว่า จะสูงยาวกว่าแต่จะชกตามโค้ชสั่ง เพื่อคว้าเหรียญทองกลับบ้านให้ได้
ส่วน อธิชัย ได้กล่าวว่า ดีใจที่มาถึงรอบชิงชนะเลิศมันเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ก่อนมาแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งเกมชกวันนี้ทำได้ตามแผนของโค้ชให้พยายามออกหมัดหลังให้มาก และเอาหมัดหน้าคอยรบกวนคู่แข่ง จากนี้ไปในรอบชิงฯคงจะชกตามแผนเดิมและไม่ประมาทเป็นอันขาดเพื่อนำเหรียญทองไปฝากพ่อแม่

ด้าน พัณพัชรา บอกว่า ดีใจที่สามารถผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศได้ วันนี้ชกตามแผนที่โค้ชฮวนวางไว้ให้ และมั่นใจว่า ในรอบชิงเหรียญทองจะคว้าชัยชนะได้อีกครั้ง ส่วน พรทิพย์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ชกแบบไม่เกร็งเท่าไหร่นัก เพราะได้พักมามากกว่าคนอื่นจึงออกอาวุธทุกอย่างแบบไม่มีปัญหา ส่วนการแข่งขันในรอบชิงฯคิดว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และต้องการคว้าเหรียญทองกลับบ้านไปฝากแฟนหมัดมวยกันทั้งประเทศ
อ.เพิก พึ่งปัญญา เผยว่า ก่อนมาแข่งขันตั้งใจแค่จะมาเข้าร่วมกิจกรรมและมี 1 เหรียญทองแดงกลับไปก็พอใจแล้ว แต่ด้วยความพร้อมในด้านต่างๆและเด็กทุกคนเก็บตัวมาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เราสร้างผลงานที่ดีสามารถเข้าชิงฯได้ถึง 4 รุ่นจากทั้งหมด 5 คนที่ส่งแข่งขัน แต่เป้าหมายของเราคือ อยากคว้าเหรียญทองกลับบ้านให้มากที่สุด เวลานี้ทุกคนมีขวัญและกำลังใจดีมากที่จะช่วยกันสร้างประวัติศาสตร์แรกให้กับสมาคมฯ

ด้าน นายสมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ดีใจกับนักชกทั้ง 4 คนที่สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงเหรียญทองได้สำเร็จ ซึ่งเวลานี้เรามีเหรียญเงินตุนอยู่ในมือแล้ว แต่เป้าหมายของตัวเองอยู่ที่การคว้าเหรียญทองให้มากที่สุด เนื่องจากนักชกของเรามีศักยภาพที่ดี เวลานี้ตัวเองกำชับให้เด็กทุกคนทุ่มเทและตั้งใจเต็มที่ในรอบชิงฯ เพราะนี่คือการคว้าเหรียญประวัติศาสตร์แรกให้กับสมาคมฯ จากเดิมตอนแรกก่อนเดินทางมาตั้งใจเอาไว้แค่คว้าเหรียญใดเหรียญหนึ่งเท่านั้น แต่เมื่อโอกาสทุกอย่างมันเป็นใจดังนั้นทุกคนต้องตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ส่วน วีระพล ที่พลาดท่าในรอบตัดเชือกนั้น ก็ต้องยอมรับคู่ต่อสู้ว่า มีประสบการณ์ที่ดีกว่า แต่ก็ยังมีโอกาสแก้ตัวในการลุ้นเหรียญทองแดง และคิดว่า น่าจะทำได้ดีในวันพรุ่งนี้ ส่วนตัวอยากให้ทุกคนคอยติดตามเชียร์และผลงานนักมวยเยาวชนไทยชุดนี้ด้วย