3 นักชกเยาวชนไทย พาเหรดเข้าสู่รอบรองฯ ศึกมวยสากลยูธโอลิมปิกเกมส์ ที่ อาร์เจนติน่า "น้องเนย์" พัณพัชรา สมนึก ไล่ทุบน็อกยกสาม เจสสิก้า ทาเบโรว่า ตัวเก๋าจาก สโลวาเกีย ที่หมดแรง ส่วน "เจ้าตี๋" ศราวุฒิ สุขเทศ กัดฟันสู้สุดใจแม้จะถูก เนมี่ ซูตาน โมฮาหมัด ชาวอัฟกานิสถาน กัดหัวไหล่ซ้ายก็ตาม แต่เอาชนะคะแนนไปได้ 5-0 เสียง ในการประเดิมลงสังเวียนวันแรก

การแข่งขันมวยสากลมหกรรมกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่นที่ช้ากว่าเมืองไทยกว่า 10 ชม.) ณ เมืองบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนติน่า เป็นการประเดิมสนามวันแรก โดย นักชกไทย มีคิวลงสังเวียนถึง 3 รุ่นด้วยกัน เริ่มจากคนแรก รุ่น 52 กก. ชาย "เจ้าตี๋" ศราวุฒิ สุขเทศ จับสลากโคจรมาพบกับ เนมี่ ซูตาน โมฮาหมัด ชาวอัฟกานิสถาน เปิดเกมยกแรก ศราวุฒิ เดินหน้าออกหมัดชุดเข้าลำตัวและใบหน้าตามคำสั่งเฮดโค้ช อ.เพิก พึ่งปัญญา จน เนมี่ ตั้งตัวไม่ติดคะแนนขึ้นนำไปก่อนพอสมควร

 เข้าสู่ยกสอง เนมี่ เดินหน้าบดวงในหวังจะทวงแต้มคืนมาบ้าง แต่ไม่สามารถเข้าประชิดตัว "เจ้าตี๋" ศราวุฒิ ที่พลิกตัวหลบหมัดได้สวยๆหลายครั้ง ก่อนในช่วงกลางยก เนมี่ จะได้โอกาสฟันยางหลุดจากปาก และกัดเข้าไปที่บริเวณหัวไหล่ซ้ายของนักชกไทยอย่างจัง จนผู้ตัดสินบนเวทีต้องเบรกเกมและตัดคะแนนคู่ชกจากอัฟกานิสถานทันที กระทั่งมาถึงช่วงท้ายเกม ศราวุฒิ เร่งเครื่องด้วยความโมโหเดินหน้าปล่อยหมัดจนได้นับแปดไปถึง 2 ครั้ง ก่อนที่ยกสุดท้าย ศราวุฒิ จะประคับประคองตัวเองเป็นฝ่ายชนะคะแนน เนมี่ ไปแบบขาดลอย 5-0 เสียง ส่งผลให้ ศราวุฒิ เป็นนักชกชายคนแรกผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกได้สำเร็จ 
           
ขณะที่ในส่วนของ เนมี่ ที่พ่ายแพ้มานั้นยังมีโอกาสชกแก้ตัวอีกครั้งพบกับ หลุยส์ การ์เบีย ชาโร เด โอลิเวียร่า เจ้าของแชมป์โลกชาวบราซิล ในฐานะมือวางอันดับ 1 ของรุ่น โดยผู้ชนะในคู่นี้จะมาพบกับ ศราวุฒิ ในรอบ 4 คนสุดท้าย ซึ่งโอกาสที่ หลุยส์ จะเป็นฝ่ายชนะ เนมี่ ค่อนข้างสูงเนื่องจากสภาพร่างกายได้พักมามากกว่า แถมเรื่องของประสบการณ์และความเก๋าค่อนข้างดีกว่านักชกจากอัฟกานิสถานที่ใจร้อนเกินไป
มาต่อกันที่รุ่น 75 กก.ชาย "เจ้าเกมส์" วีระพล จงจอหอ เจ้าของแชมป์เอเชียคนล่าสุดและเป็นหลานรักของ "เจ้าน้อย" สมจิตร จงจอหอ อดีตฮีโร่เหรียญทองปักกิ่งเกมส์ 2008 พบกับ มิราส ไนเชล ตัวเก่งของตาลี ปรากฏว่า ตลอดเกมการชกทั้งสามยก วีระพล ที่เตรียมตัวทำการบ้านมาเป็นอย่างดี แม้ว่า จะไม่เคยปะหมัดกับ มิราส มาก่อน แต่สามารถเดินหน้าคลุกวงในตัดลำตัวได้อย่างจะแจ้งกว่า จน มิราส ทำอะไรไม่ถนัดเป็นฝ่ายเบียดชนะคะแนนไปอย่างสนุก 3-2 เสียง ส่งผลให้ วีระพล ลอยลำเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปยืนรอพบกับคู่ชนะระหว่าง เคนโน มาชาโด้ เจ้าของแชมป์โลก และยังเป็นมือวางอันดับ 1 ของบราซิล กับ มิราส ที่ยังมีโอกาสชกแก้ตัวอีกครั้ง

ปิดท้ายกันที่รุ่น 57 กก.หญิง "น้องเนย" พัณพัชรา สมนึก โคจรมาพบกับ เจสสิก้า ทาเบโรว่า ตัวเก๋าจากสโลวาเกีย และเป็นมือ 1 รายการนี้ด้วย เริ่มเกมขึ้นมาสองยกแรก พัณพัชรา เดินหน้าเร่งอาวุธอย่างหนักทั้งต่อยลำตัวและชกใบหน้าเพื่อตัดจังหวะไม่ให้ เจสสิก้า ทำอะไรได้ถนัดนัก แม้ว่า จะมีรูปร่างที่สูงยาวกว่า คะแนนค่อนข้างสูสีพอสมควร จากนั้นมาถึงยกที่สาม "น้องเนย" พัณพัชรา ยังคงเดินหน้าคลุกวงในและออกหมัดไปเรื่อยตามคำสั่งของ ฮวน ฟอนตาเนี่ยล ยอดโค้ชคิวบา ที่รู้ดีว่า เจสสิก้า แรงต้นดีแต่ปลายแผ่ว และทุกอย่างก็เป็นผลเมื่อ "น้องเนย์" ตุ้ยท้องจน เจสสิก้า หมดแรงก่อนจะพ่ายแพ้น็อกไปในยกนี้ โดย พัณพัชรา จะพบกับชนะระหว่าง เดบาร่า รูนนี่ ชาวไอร์แลนด์ กับ โรม่า ลินดา มาติเนส ของสหรัฐฯ
หลังการชก ศราวุฒิ เปิดเผยว่า วันนี้ยังชกเกร็งเกินไปไม่ดีเท่าไหร่ แต่โชคดีที่คู่ต่อสู้ไม่ครบเครื่องผิดพลาดเยอะ ยิ่งในยกที่สองตัวเองดันพลาดโดนกัดเข้าไปที่หัวไหล่ซ้าย จนถึงกับต้องฟ้องกรรมการบนเวที เพราะไม่คิดว่า จะมาโดนกัดแบบนี้ นี่แผลขึ้นเป็นห้อเลือดเลย แต่ก็ไม่มีผลกระทบอะไรมากนักในการแข่งขันรอบต่อไป ส่วนตัวตั้งเป้าเอาไว้ว่า จะต้องผ่านเข้าไปสู่รอบลึกๆเพื่อคว้าเหรียญรางวัลกลับบ้านให้ได้ โดยเฉพาะเหรียญทองที่แอบหวังเอาไว้ก่อนมาเดินทาง
           
ส่วน วีระพล ได้กล่าวว่า ก่อนชกได้ศึกษาเทปคู่ต้อสู้ที่เป็นมวยถนัดซ้าย และพยายามแก้ทางตามโค้ชเพิก พึ่งปัญญา ได้กำชับเอาไว้ โดยเฉพาะการตัดลำตัวและพยายามอย่าชกสูง เพราะรูปร่างของคู่แข่งค่อนข้างสูงยาว จนสามารถเอาชนะไปได้ในที่สุด จากนี้ไปรอบต่อไปก็คงจะชกตามแผนที่โค้ชได้สั่งเอาไว้ เพื่อไปสู่เหรียญทองให้ได้
ขณะที่ พัณพัชรา ให้สัมภาษณ์อย่างดีใจว่า ไม่เคยต่อยกับมวยที่ถนัดซ้ายมาก่อนเลย แต่โค้ชรู้ว่า คู่ชกสภาพแรงปลายไม่ดีกำชับให้ปล้ำคลุกวงในเพื่อชวนทะเลาะและให้หมดแรง ซึ่งทุกอย่างก็เห็นผลในยกสุดท้ายจนตัวเองเป็นฝ่ายชนะน็อกได้สำเร็จ ส่วนรอบต่อไปไม่ว่าจะพบกับใครก็พร้อมเต็มที่ เพื่อต้องการคว้าเหรียญรางวัลไปฝากคนไทย
           
สำหรับวันที่ 15 ต.ค.นี้ นักชกไทยมีคิวลงสนามเพียงคนเดียวเท่านั้นคือ รุ่น 60 กก.ชาย "เจ้าเดียร์" อธิชัย เพิ่มทรัพย์ ดีกรีเหรียญทองชิงแชมป์โลก ที่ฮังการี ในฐานะป็นมือวางอันดับ 1 จะพบกับ วิลค็อก สเปนเซอร์ ของแคนาดา ที่เอาชนะคะแนน ซาฟารอฟ นูราน จากอาร์เซอร์ไบจาน มา 3-2 เสียง คู่ที่ 3 เซกชั่นแรกเริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 น. 

ส่วนผลคู่อื่นดังนี้ รุ่น 52 กก.ชาย ดรีม แพคพริก (ไอร์แลนด์) ชนะคะแนน ไฮเชน (แอลจีเรีย), รุ่น 60 กก.ชาย บอลดาชุก (ยูเครน) ชนะคะแนน คาซิฟ ฮันเตอร์ (นิวซีแลนด์) รุ่น 75 กก. หญิง อนาตาเซีย (รัสเซีย) ชนะคะแนน เคนรี่ รอเลน (ไอร์แลนด์), รุ่น 57 กก.หญิง รูรี่ เดียร์บรา (ไอร์แลนด์) ชนะคะแนน โรมา ลินดา (สหรัฐฯ)