พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลฯ ชี้แจงไม่ได้ปลด "โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุล แต่โยกหน้าที่ไปดูแลเด็กเยาวชน 10 ขวบ ถึง 16 ปีแทน

เมื่อช่วงสายวันนี้(5 ก.ย.)  พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลฯ เป็นประธานในการประชุมสรุปผลงานทีมชาติไทย ชุดเอเชียนเกมส์ 2018 โดยมี วิทยา เลาหกุล อุปนายกฝ่ายพัฒนาเทคนิค พร้อมด้วย วรวุธ ศรีมะฆะ และ หนึ่งฤทัย สระทองเวียน ผู้ฝึกสอนฟุตบอลชายและหญิง ร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ได้กล่าวหลังการประชุมว่า "ในส่วนของ คุณวิทยา เลาหกุล เรื่องตำแหน่งเรามีการพูดคุยกันมาก่อนหน้านี้แล้ว ตั้งแต่ช่วงฟุตบอลโลก ซึ่งคุณวิทยาเองก็เข้าใจดี”

“ตัวเขาเองก็ยอมรับว่าไม่มีเวลาในการกำกับดูแลทีมชาติครบทุกรุ่น จึงจำเป็นต้องมีการปรับโครงสร้าง หรือทำความเข้าใจบทบาทกันใหม่ ซึ่งคุณวิทยายังคงดำรงตำแหน่งอุปนายกฝ่ายเทคนิคและทำหน้าที่ดูแลฝ่ายเทคนิคต่อไป โดยจะลงลึกและให้ความสำคัญกับเยาวชน”

“ผมจะสร้างความต่อเนื่องให้กับเยาวชน เพื่อวันข้างหน้าพวกเขาจะได้เป็นนักกีฬาอาชีพให้กับสโมสรต่างๆ และสุดท้ายหากใครที่มีความสามารถมากพอก็ขึ้นมาเป็นทีมชาติได้ในอนาคต คุณวิทยาก็จะดูตั้งแต่ต้นน้ำ ตั้งแต่อายุ 10 ปีขึ้นไป จนถึง 16 ปี แล้วไปสู่การเป็นมืออาชีพสังกัดสโมสรต่างๆ”

“สมาคมฯ มีวิสัยทัศน์ อยากทดลองว่า ถ้าเรามีทีมเยาวชนตั้งแต่ 10 ขวบเป็นต้นไป แล้วเด็กเหล่านี้ไม่ได้สังกัดสโมสรแต่มีคุณภาพ เด็กเหล่านี้อยู่ในกฎระเบียบ มาตรฐานเดียวกับประเทศที่เจริญแล้วในวงการฟุตบอล พวกเขาจะสามารถพัฒนาไปได้แค่ไหน เช่น ด้านร่างกาย ทักษะความสามารถ ที่สำคัญคือ เรื่องทัศนคติ, ระเบียบ สอนให้เด็ก คิดเป็น กินอยู่หลับนอน เเบบนักกีฬาที่มีระเบียบ”

“และที่สำคัญกว่านั้นคือเราได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ เหมือนที่ส่งนักฟุตบอลทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ไปสเปน แต่ก็เหมือนกับที่คุณวิทยาพูด ผู้เล่นชุดนั้นเราไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นชุดที่เล่นรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2026 ทั้งหมด ต้องเป็นทีมผสมผสาน ทีมที่สเปนอาจเป็นทีมหลักประมาณ 4-5 คน และมีทีมอื่นผสมในวันข้างหน้า เราต้องสร้างตั้งแต่วันนี้  เพราะโอกาสมาถึงประตูจะได้เปิดกว้างมากขึ้น ถ้าเราไม่สร้างวันนี้เราก็จะตกรถไฟ นี่คือสิ่งที่เราคุยกัน คุณวิทยาก็จะได้มาสร้างและดูแลด้านพัฒนาเด็กอย่างเต็มที่" 

"ตำแหน่งผู้อำนวยการที่จะเข้ามาเพิ่ม เขาไม่ได้มาสนับสนุนทีมชาติในเรื่องการซ้อมหรือการเล่น แต่เขามีหน้าที่มาศึกษาข้อมูล สถิติวิเคราะห์ความสามารถนักกีฬาไทย และคู่ต่อสู้ เขาเป็นคนประเมินในส่วนนี้”

“เรื่องในสนามเป็นหน้าที่ของโค้ช แต่คนนี้ จะเข้ามาดูแลเรื่องสถิติ โค้ชจะใช้ข้อมูลเหล่านี้มาใช้ในการเรียกตัวนักกีฬามาติดทีมชาติ เราต้องพูดคุยกัน หารือร่วมกัน” บิ๊กอ๊อด กล่าวปิดท้าย