ผู้จัดการทีมมหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงอนาคตของตนเองหลังจากพาทีมรอดตกชั้น เปรยพร้อมวางมือเพื่อรับผิดชอบผลงาน และให้โอกาสผู้ที่เหมาะสมมาทำหน้าที่แทน

“ผอ.หนึ่ง” ดร.วีระยุทธ โชคชัยมาดล ผู้จัดการทีมสโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงอนาคตของตนเองหลังจากพาทีม “ไอ้เสือบุก” มหาวิทยาลัยรังสิต จบฤดูกาลการแข่งขันออมสินลีกหรือไทยลีก 4 ปี 2561 โซนกรุงเทพและปริมณฑล ที่อันดับ 10 จากทั้งหมด 12 ทีม ว่า

“ยอมรับว่าผิดหวังกับผลงานที่ออกมา เราจบฤดูกาลที่อันดับ 10 จากทั้งหมด 12 ทีม เก็บได้ 21 คะแนนจาก 22 นัด ต้องลุ้นทุกนัดจนถึงนัดรองสุดท้ายกว่าจะรอดตกชั้น ถ้าจะพูดว่ายังมีความสุขดีกับสิ่งที่เห็น ผมว่าผมกำลังหลอกตัวเอง”

“ตั้งแต่เริ่มเล่นนัดแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทีมเราตั้งเป้าไว้ว่าต้องได้ลุ้นจบฤดูกาลที่อันดับต้นๆ ของตาราง ลุ้นเป็นแชมป์โซนกรุงเทพฯ แต่ด้วยระยะเวลาการแข่งขันร่วม 8 เดือน ถือว่านานมาก นโยบายและการตัดสินใจทุกอย่างต้องชัดเจน รวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ การที่เรานำระบบบริหารองค์กรวิชาการมาใช้กับทีมฟุตบอลที่ต้องแข่งขันในรูปแบบฟุตบอลอาชีพ ก็ได้พิสูจน์ตัวของมันเองแล้วว่า ไม่ได้ผลและไม่ทันการกับการแข่งขันที่จริงจังและเน้นผลแพ้ชนะในทุกเกม”

“ส่วนตัว ผมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เสนอตัวมาทำทีมเพราะรักฟุตบอล เพราะฟุตบอลคือชีวิตของผม พอได้รับโอกาสผมก็ทำเต็มที่ ทุ่มเทให้กับทีมทุกอย่าง งานหลักของผมคือเป็นผู้อำนวยการ อาร์เอสยู วิสดอม ทีวี สถานีโทรทัศน์ของมหาวิทยาลัยรังสิต แต่พอเลิกงาน ผมก็มาสนามแทบทุกวัน มาคุยกับโค้ช คุยกับน้องๆนักฟุตบอล เพราะการสร้างทีมสปิริตเป็นเรื่องสำคัญมาก ผมไม่ทิ้งน้องๆให้ซ้อมไปวันๆ ต้องมาให้กำลังใจเขา มาเป็นส่วนหนึ่งของเขา มาเป็นส่วนหนึ่งของทีม”

“จบฤดูกาล ผลงานย่ำแย่อย่างที่เห็น เราว่ากันแมนแมน แบบลูกผู้ชาย ถ้าผลงานดี คนก็แซ่ซ้อง ถ้าผลงานไม่ดี แม่ทัพก็ต้องยืดอกรับผิดชอบ อย่าไปโทษฟ้าฝน อย่าไปโทษโค้ช อย่าไปโทษนักฟุตบอล ทีมอื่นเขาก็มีข้อจำกัดมีปัญหาเหมือนกัน อยู่ที่ว่าแต่ละทีมจะจัดการและรับมืออย่างไร”

“เดือนกันยายนนี้ ผมก็ยังรับผิดชอบคุมทีม ม.รังสิต แข่งในรายการฟุตบอลอุดมศึกษา U-Champion Cup แล้วก็รอบคัดเลือกฟุตบอลกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ซึ่งต้องทำผลงานให้ดีที่สุด เราหวังกับทั้งสองรายการ เพราะเป็นชื่อเสียงและหน้าตาของมหาวิทยาลัย”

“ส่วนรายการไทยลีก 4 ฤดูกาลหน้า ผมอยากให้ทางสโมสรฯ พิจารณาหาคนอื่นมาทำหน้าที่ผู้จัดการทีมแทนผม ผมอยากพักบ้าง ตลอด 8 เดือนที่คุมทีม เหนื่อยทั้งกายทั้งใจ หนักใจเป็นที่สุด ผมไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งอะไร หัวโขนของคน มาแล้วก็ไป บางทีคนที่มาแทนอาจจะทำให้ทีมเรามีผลงานที่ดีน่าประทับใจ สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยในฤดูกาลหน้าก็เป็นได้”