"ปันจักสีลัตไทย" ตบเท้าลิ่วรอบ 8 คนในศึกจูเนียร์ เวิลด์ ปันจักสีลัต แชมเปี้ยนชิพ 2018

การแข่งขันกีฬาปันจักสีลัตเยาวชน ชิงแชมป์โลก “จูเนียร์ เวิลด์ ปันจักสีลัต แชมเปี้ยนชิพ 2018” ครั้งที่ 4 ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 24 เม.ย. เป็นการแข่งขันวันแรก โดยมี พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์  รองประธานกรรมการและเลขาธิการกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดการแข่งขัน ร่วมด้วย นายภาณุ อุทัยรัตน์ นายกสมาคมกีฬาปันจักสีลัตแห่งประเทศไทย และ นายศักระ กปิลกาญจน์ รองผู้ว่าราชการ จ.สงขลา

สำหรับการแข่งขันครั้งนี้ มี 19 ชาติ เข้าแข่งขัน ซึ่งในวันแรก ประเภทต่อสู้ รุ่นอายุ 14-17 ปี รอบแรก รุ่นเอ น้ำหนัก 39-43 กก. “แม็ก” พัชรพล อันทัมทิม ลงแข่งขัน เจอกับ วิชาล จากอินเดีย ซึ่งน้องแม็ก ทำได้ดีกว่าสามารถเอาชนะไปในที่สุด 5-0 ผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย ไปเจอกับ ดมิทิฟ เดอนิส จากคีร์กีซสถาน

รุ่นซี น้ำหนัก 47 กก.-51 กก. ชาญชล แจ่มจันทร์ ชนะผ่าน ดมิทริฟ ดานิล จากคีร์กีซสถาน ที่ขอถอนตัวออกจากการแข่งขัน ผ่านเข้ารอบ 8 คน ไปเจอกับ คอยรุดดิน มุสตาคิม (อินโดนีเซีย)

รุ่น เอช น้ำหนัก 67-71 กก.อิทธิชัย ขุนเขามณีแก้ว ชนะ มูฮัมหมัด ไรอันสยาอูกี บิน (สิงคโปร์) 4-1 ผ่านเข้ารอบไปเจอกับ เหงียน มีน เวียด(เวียดนาม)

รุ่น เอฟ น้ำหนัก 59-63 กก.โรลซามัง กาเจ ชนะ โจ โฮจิน (เกาหลีใต้) 5-0 ผ่านเข้ารอบ 8 คน ไปเจอกับ เดวังกา อัคนา มุสโตฟา (อินโดนีเซีย)

หลังการแข่งขัน “แม็ก” พัชรพล อันทัมทิม เปิดเผยว่า ครั้งนี้ เป็นการติดทีมชาติครั้งแรก ก็ตั้งใจที่จะทำให้ดีที่สุด โดยวางเป้าหมายอยากคิดทีมชาติชุดใหญ่ในอนาคต

พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์  รองประธานกรรมการและเลขาธิการกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กีฬาปันจักสีลัตเป็นกีฬาที่เล่นกันทั่วโลก ซึ่งเพิ่งถูกบรรจุในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ระหว่างวันที่ 18 ส.ค.- 2 ก.ย. นี้เป็นครั้งแรก ถือเป็นความหวังสำคัญของทัพกีฬาไทยในการล่าเหรียญทอง โดยเฉพาะในประเภทต่อสู้ สำหรับการแข่งขันรายการนี้นับว่าเป็นการเตรียมพร้อม และสร้างนักกีฬาชั้นเยี่ยมก้าวขึ้นไปเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต เชื่อว่าเยาวชนไทยจะกวาดเหรียญทองได้เกินเป้า

ด้าน ภาณุ อุทัยรัตน์ นายกสมาคมปันจักสีลัตฯ เผยว่า การแข่งขันครั้งนี้มีจำนวนประเทศเข้าร่วมมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เราเตรียมการเป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นสนามแข่งขัน กรรมการ และสถานที่ต่างๆเพื่อให้ทุกอย่างออกมาสมบูรณ์ที่สุด และเป็นเรื่องน่ายินดีที่เราได้รับความสนใจ และความร่วมมือจากพี่น้องในจังหวัดภาคใต้ ที่ยกขบวนกันมาให้กำลังใจนักกีฬาไทย ซึ่งส่วนใหญ่ลงแข่งขันรายการระดับนานาชาติเป็นครั้งแรกและเป็นอนาคตของทีมชาติไทยทั้งสิ้น

“สำหรับเป้าหมายตอนแรกตั้งเป้าไว้ 2 เหรียญทอง แต่จากที่คาดการณ์ใหม่แล้วเชื่อว่าเราน่าจะได้เกินกว่าที่ตั้งไว้ ซึ่งนักกีฬาที่คว้าเหรียญทองได้สำเร็จ เราจะมอบอัดฉีดเป็นรถจักรยานยนต์ มูลค่า 50,000 บาท นอกจากนี้ยังจะได้รับเงินจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติอีก 1 แสนบาทด้วย”