โค้ชโย่ง วรวุธ ศรีมะฆะ กุนซือทีมชาติไทย ยู23 สุดเซ็งที่ต้องมาเจอสภาพสนามที่เฉอะเเฉะอีกแล้วในเกมเสมอกับอินโดฯ 0-0 ในนัดสุดท้ายรอบคัดเลือกเอเชีย แต่โชคดีทีมยังเข้ารอบ พร้อมแนะจริงๆ แล้วเราควรเปลี่ยนสนามใหม่เพื่อไม่ให้ผลการแข่งขันออกมาเป็นแบบนี้

“โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ยู23 กล่าวว่า ไม่คิดว่าจะเจอเหตุการณ์เหมือนในนัดแรก ที่เราเสมอกับมองโกเลียอีก ไม่เข้าใจว่าทำไมฝนต้องมาตกตอนที่เราลงเล่น ทำให้ไม่สามารถเล่นได้ตามแทคติกที่วางไว้หรือที่ฝึกซ้อมมา ได้แต่กำชับลูกทีมว่าทำอย่างไรก็ได้อย่าให้เสียประตู แล้วก็ได้แต่ให้เตะไปข้างหน้าแล้ววิ่งแข่ง ไปแย่งบอลกัน เพราะคงไม่มีใครให้ผู้เล่นซ้อมแบบน้ำท่วมสนามแบบนี้ เชื่อว่าผู้เล่นระดับโลกอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ มาเล่นก็เล่นไม่ได้เช่นกัน อีกทั้งยังมีการตัดสินบางจังหวะของกรรมการที่ส่งผลกับเกม อาจจะด้วยฝนที่ตกลงมา จึงทำให้ไม่เห็นในบางจังหวะที่คนข้างนอกเห็น แต่ฟุตบอลระดับทวีปก็ไม่ควรผิดพลาดไม่น่ามีเรื่องเช่นนี้

สิ่งที่น่าชื่นชมคือความเป็นนักสู้ของผู้เล่นทุกคน ที่ทุ่มเทจนได้รับบาดเจ็บหลายคน อย่าง ชัยวัฒน์ บุราณ ที่ถูกเปลี่ยนออก ซึ่งอาการน่าเป็นห่วงพอสมควร และในต่างประเทศคงไม่มีที่ไหนที่ให้นักเตะลงเล่นในสนามแบบนี้ โดยเฉพาะนักเตะที่ที่มีค่าตัวและมีสโมสรต้นสังกัด สิ่งที่ควรตัดสินใจกันตั้งแต่หลังแมตซ์แรกคือการเปลี่ยนสนามที่มีความพร้อมากกว่า หากเป็นสนามราชมังคลากีฬาสถาน หรือกระทั่งสนามของทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด ก็เชื่อว่าผลงานของทีมชาติไทยคงดีกว่านี้แน่นอน

สำหรับสภาพนักเตะที่ต้องลงเล่นแบบวันเว้นวันถึง 3 นัด บางคนก็มีความพร้อม เราจึงส่งลงเล่นเป็นตัวจริงทั้ง 3 เกม แต่ด้วยสภาพสนาม ทำให้เหมือนต้องเล่นสองเท่า ผู้เล่นก็ช้ำมาก ทางต้นสังกัดก็คงไม่สบายใจ เพราะก่อนซีเกมส์ยังมี 4 เกมลีกที่ลูกทีมต้องกลับไปช่วยสโมสรต้นสังกัด ทั้งนี้ในการตัดตัวผู้เล่นที่จะไปซีเกมส์ที่มาเลเซีย อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นบ้างบางส่วน ส่วนโปรแกรมที่จะเจอกับอินโดนีเซียในซีเกมส์นั้น หลังเกมนี้เหมือนรู้เขารู้เรากันแล้ว ว่าอินโดนีเซียเล่นแบบไหน เราเล่นแบบไหน แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปคือ เราจะมีตัวผู้เล่นอีกหลายคนที่จะมาเสริมทีมในช่วงซีเกมส์

สรุปผลการเข้ารอบกลุ่มเอช
มาเลเซีย เข้ารอบเป็นที่ 1 ส่วนไทยเป็นที่ 2 ที่ดีที่สุด 1 ใน 6 ทีม แน่นอนแล้ว