กีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 44 "นครสวรรค์เกมส์" ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการแล้ว เจ้าภาพจัดการแสดง 4 ชุดส่งท้ายอย่างสวยงาม "สุพรรณบุรี" คว้าตำแหน่งเจ้าเหรียญทองไปครองด้วยผลงาน 104 ทอง 79 เงิน 84 ทองแดง ขณะที่เจ้าภาพอยู่อับ 3 ด้านวอลเลย์บอลทีมหญิง กทม.ที่นำโดย "ปลิ้มจิตร์ ถินขาว" ล้มแชมป์เก่า ซิวทองไปครอง

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่44  "นครสวรรค์เกมส์" แข่งขันเป็นวันสุดท้าย ชิงชัย28เหรียญทอง เป็นการแข่งขันวันสุดท้าย สุพรรณบุรี คว้าตำแหน่งเจ้าเหรียญทองไปครองอย่างเป็นทางการด้วยผลงาน 104 ทอง  79 เงิน 84 ทองแดง กทม.ตามมาเป็นอันดับ 2 จาก 88 ทอง 88 เงิน 103 ทองแดง และ “เจ้าภาพ” นครสวรรค์ แรงปลายคว้าอันดับ 3 ผลงาน 40 ทอง 26 เงิน23  ทองแดง

ขณะที่การแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิง รอบชิงชนะเลิศ กทม. ที่นำทีมโดย “หน่อง” ปลื้มจิตร์ ถินขาว กับ “พู่” พรพรรณ เกิดปราชญ์ 2 ตัวหลักทีมชาติไทย พบกับแชมป์เก่า 4 สมัยอย่าง นครราชสีมา ที่นำทีมโดย “เตย” หัตถยา บำรุงสุข, วณิชยา หล่วงทองหลาง โดยเป็นกทม. ที่สามารถล้มแชมป์เก่าไปได้ 3 เซตรวด 25-19, 25-22, 25-15 คว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ พร้อมกับพรพรรณ ที่รับตำแหน่งนักกีฬายอดเยี่ยมด้วย   หลังแข่ง ปลื้มจิตร์ กล่าวว่า เกมวันนี้เป็นไปตามที่วางแผนเอาไว้ หลังจากที่เจอกันครั้งแรกชนะฉิวเฉียด 3-2 เซตมา เกมนี้เริ่มจับทางได้ ทำให้เอาชนะได้ไม่ยาก รู้สึกดีใจที่ได้กลับมาเล่นกีฬาแห่งชาติอีกครั้งหลังจากหายไปนาน และคว้าแชมป์สมัยแรกได้ ดีใจที่ได้เห็นเยาวชนให้ความสนใจเข้ามาดูเป็นจำนวนมาก

ด้านวอลเลย์บอลชาย รอบชิงชนะเลิศ เป็นการย้อนคู่ชิง 2 ครั้งหลังสุด และเป็นนครราชสีมา ที่ย้ำแค้นเอาชนะ กทม. ไปได้ 3-1 เซต 23-25, 25-11, 25-20, 25-19 คว้าแชมป์ 2 สมัยติดต่อกัน ส่วนผู้เล่นยอดเยี่ยมเป็นของวันชัย ทัพวิเศษ ส่วนวอลเลย์บอลชายหาด ทีมชาย เกียรติศักดิ์ นาคส้มป่อย กับมรุเดช บุญเต็ม จากกาฬสินธุ์ เอาชนะ พงษ์พัฒน์ แสงอุไร, บัลลือ นาคประคอง จากเพชรบุรี 21-19, 19-21, 15-12 ทีมหญิง กิจจา ขันทรักษ์ กับ อริญา เหล่าแสงสา (กาฬสินธุ์) ชนะ ภัทศุริญโญ อินไชยา, แก้วตา นรมาศ (ขอนแก่น) 25-23, 21-19

เทนนิส ชิง 2 ทอง ชายเดี่ยว "แฝดต้น" สนฉัตร รติวัฒน์ ทีมชาติจอมเก๋าวัย 33 ปี จากนนทบุรี ใช้ประสบการณ์ที่เหนือกว่าเอาชนะ จิรัฏฐ์ นวสิริสมบูรณ์ ดาวรุ่งจากสุพรรณบุรี ไปแบบสบายมือ 2-0 เซต 6-1, 6-0 คว้าแชมป์ครั้งแรก ด้านหญิงเดี่ยว "น้องอีฟ" พัชรินทร์ ชีพชาญเดช นักหวดวัย 21 ปีจากสมุทรสาคร อาศัยการเข้าบอลเร็ว ดักยิงสวนกลับและวางบอลบีบจน ชนิกานต์ ศิลกุล จาก กทม. เล่นได้ยาก กระทั่งเอาชนะไป 2-0 เซต 6-2, 6-0 ซิวแชมป์ครั้งแรกเช่นกัน 

โดย สนฉัตร กล่าวว่า เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งแรกตอนอายุ 15 ปี จากนั้นไม่เคยเล่นอีกเลย ส่วนครั้งนี้ลงเล่นเพราะนึกสนุกและเป็นช่วงที่ไม่มีโปรแกรมแข่งขันเทนนิสอาชีพ จึงถือเป็นการฝึกซ้อมเพื่อเตรียมลงเล่นอาชีพในช่วงต้นปีหน้าด้วย

บาสเกตบอล รอบชิงฯ ทีมชาย “แชมป์เก่า 3 สมัย” นครราชสีมา ซึ่งนำโดย อรรถพร เลิศมาลัยภรณ์, ชัยวัฒน์ แกดำ พบกับ นครสวรรค์ ที่มี ดนัย คงคุ้ม, สุชน ไหมธรรมพิทักษ์ และ อเนชา กองผุย เริ่มเกมเจ้าภาพออกตัวแรงนำโคราชห่างถึง 21-2 ก่อนจบควอเตอร์นำ 23-11 จากนั้นยัดห่วงโคราชตั้งหลักได้ค่อยไล่ทำแต้มบี้ไม่ห่างจนกระทั่งช่วงท้ายควอเตอร์ 4 นครราชสีมาไล่มาเหลือเพียง 5 แต้ม แต่นครสวรรค์ ใช้ทีมเวิร์กตั้งรับและเป็นฝ่ายเอาชนะไปในที่สุด 74-67 คว้าแชมป์ไปครอง โดยเกมนี้ ดนัย ทำคนเดียว 29 แต้ม ส่วน  สุชน ช่วย15 แต้ม ขณะที่โคราช อรรถพร ทำแต้มสูงสุด 27 แต้ม ส่วนทีมหญิงรอบชิงฯ อ่างทอง ชนะ ตาก 59-45 

หลังเกม ดนัย กล่าวว่า  ทีมนครสวรรค์ ชุดนี้เคยเล่นให้จ.นครปฐม หลายคนและก็แพ้โคราชในรอบชิงมา 3 ปีติดติดต่อกันแล้ว นครสวรรค์เป็นรองเรื่องของประสบการณ์แต่ใช้ทีมเวิร์กและความสดเข้าต่อสู้ จนคว้าแชมป์ได้สำเร็จ

ผลกีฬาอื่นๆ มีดังนี้ เซปักตะกร้อ ชิง  2  ทอง ในประเภททีมชุด ทีมหญิง  รอบชิงชนะเลิศ  ระหว่าง ทัพหวายสาว "เจ้าภาพ" นครสวรรค์ ธิดาวรรณ ดาวสกุล จอมฟาดรุ่นเก๋าอดีตทีมชาติไทยดีกรีแชมป์เอเชี่ยนเกมส์ 3 สมัย   ลงสนามดวลกับ  ทีมตะกร้อ "แชมป์เก่า"  ชลบุรี  ที่มี  "ปุ๊กกี้เนตไอดอล"   นิภาภรณ์  สลุบพล จอมเสิร์ฟดาวรุ่งดีกรีทีมชาติไทยชุดแชมป์ซูเปอร์ซีรี่ส์ ผลปรากฎว่า  ทีมหวายสาว "เจ้าภาพ" ที่อาศับประสบการณ์และเพลงฟาดที่เด็ดขาดกว่าโค่นเอาชนะ สาวเมืองชลฯ ไปได้สุดมัน 2-1ทีม พร้อมคว้าเหรียญทองไปครองได้สำเร็จ ส่วนประเภททีมชาย  "แชมป์เก่า"  ศรีสะเกษ เอาชนะ พิษณุโลก ขาดลอย 2-0 ทีม คว้าแชมป์เป็นสมัยที่สองติดต่อกัน

ยิมนาสติกลีลา ชิง  4 ทอง ในประเภทบุคคลแต่ละอุปกรณ์ ผลปรากฎว่า ปัญจรัตน์ ประวัติโยธิน โชว์ลีลาทำผล งานได้อย่างยอดเยี่ยมสมราคานักยิมฯสาวเบอร์ 1 ทีมชาติไทยกวาดเหรียญทองไป ได้ถึง 3 เหรียญทอง 1 เหรียญทองแดง  จาก 4 อุปกรณ์  โดยผลมีดังนี้  ห่วง ทอง ปัญจรัตน์  ประวัติโยธิน(สมุทรสาคร) 16.03 คะแนน, บอล ทอง ปัญจรัตน์  ประวัติโยธิน(สมุทรสาคร) 15.80 คะแนน, คฑา  ทอง มนัสนันท์  ชัยธีระภัทรพงศ์ (กทม.) 15.90 คะแนน, ริบบิ้น ทอง ปัญจรัตน์  ประวัติโยธิน (สมุทรสาคร) 16.60 คะแนน

ซอฟท์บอล ชิง 2 ทอง รอบชิงชนะเลิศ ทีมหญิง กทม. ไล่ถล่มเอาชนะ ชลบุรี 18-2 รัน คว้าแชมป์สมัยที่ 10 ติดต่อกัน ส่วน ทีมชาย ชัยภูมิ รองแชมป์เก่า เอาชนะ ชลบุรี 5-0 รัน คว้าแชมป์ สมัยที่ 4 ได้สำเร็จ

จักรยานชิง 2 ทอง บีเอ็มเอ็กชาย ทอง นนทกร อินทร์โคกสูง จากสุพรรณบุรี หญิง ทอง ดวงกมล ทองมี จากระยอง

รักบี้ฟุตบอล 15 คน ทีมชาย กทม. ชนะ นครปฐม 42-30/ วอลเลย์บอลชายหาด ทีมหญิง กิจจา ขันรักษ์-อริญา เหล่าแสงสา(กาฬสินธุ์)  ชนะ ภัทศุรินโญ อินไชยา-แก้วตา นรมาศ(ขอนแก่น) 2-0 เซ็ต 25-21, 23-19, ทีมชาย เกียรติศักดิ์ นาคส้มป่อย-มรุเดช บุญเต็ม (กาฬสินธุ์) ชนะ พงษ์พัฒน์ แสงอุไร-บัลลือ นาคประคอง(เพชรบุรี 2) 2-1 เซ็ต 21-16, 19-21, 15-12

สนุกเกอร์ 6 แดง  ชายเดี่ยว  รอบชิงฯ รัชโยธิน โยธารักษ์(นครนายก) ชนะ บุญญฤทธิ์  เกียรติกุล(นครนายก) 5-1 เฟรม  มวยปล้ำ ฟรีสไตล์ 57 ก.ก. พรเทพ วงศ์ประดิพัทธ์(แพร่), 61 ก.ก. ศิริพงศ์ จำปาคำ(สุพรรณบุรี) , 65 กก. ศักดิ์สิทธิ์ จันทร์หอม(สุพรรณบุรี), 70 กก.ชาญวิทย์ อุ่นใจ(ศรีสะเกษ), 74 กก.ปฏิพัทธ์ วันทาวงษ์(นครศรีธรรมราช), 86 กก. เมธี เทพาคำ(เพชรบูรณ์)

สรุปเหรียญรางวัล (10 อันดับ ) อันดับ 1 สุพรรณบุรี 104 ทอง 79 เงิน 84 ทองแดง อันดัย 2 กทม.88 ทอง  88 เงิน 103 ทองแดง อันดับ 3 นครสวรรค์ 40 ทอง 26 เงิน 23 ทองแดง อันดับ 4 ชลบุรี 38 ทอง 36 เงิน 38 ทองแดง  อันดับ 5 นครราชสีมา 28 ทอง 36 เงิน 38 ทองแดง อันดับ 6 อุดรธานี 27 ทอง 9 เงิน 16 ทองแดง  อันดับ 7 สมุทรสาคร 23 ทอง 13 เงิน 20 ทองแดง อันดับ 8 สมุทรปราการ 17 ทอง 19 เงิน 18 ทองแดง อันดับ 9 นนทบุรี 16 ทอง 25 เงิน 24 ทองแดง  อันดับ 10 นครศรีธรรมราช 15 ทอง 14 เงิน 23 ทองแดง 

ด้านพิธีปิดการแข่งขัน ที่สนามกีฬาจังหวัดนครสวรรค์ โดยมี รศ.ดร.ชวนี ทองโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีปิด โดยเจ้าภาพเตรียมการแสดงเอาไว้ทั้งหมด 4 ชุด เริ่มที่ชุดที่ 1 “ในอ้อมกอด แห่งรัก ประจักษ์ฟ้า” สื่อถึงวีถีชีวิตการอยู่ร่วมกันของวัฒนธรรมไทยและจีนของชาวนครสวรรค์, ชุดที่ 2 “เปล่งคุณค่า พลังกีฬา แห่งศักดิ์ศรี” ต้อนรับขบวนนักกีฬาทั้ง 77 จังหวัด, ชุดที่ 3 “ส่งมอบใจ ตราตรึงจิต มิตรไมตรี” ซึ่งเป็นพิธีการส่งมอบธงการแข่งขันในเจ้าภาพครั้งต่อไป แต่เนื่องจากจังหวัดสงขลาไม่พร้อมที่จะจัดกีฬาแห่งชาติครั้งต่อไป คือ ครั้งที่ 45 ในปี 2559 ตามที่ได้กำหนดไว้ ทางการกีฬาแห่งประเทศไทยจึงรับธงดังกล่าวเก็บไว้ ก่อนจะมอบให้จังหวัดที่จะรับเป็นเจ้าภาพครั้งต่อไป จากนั้นปิดท้ายด้วยการแสดงชุดที่ 4 “นครสวรรค์เกมส์ เรืองระวี กีฬาไทย” เป็นการแสดงประกอบพิธีดับไฟในกระถางคบเพลิง ปิดฉาก “นครสวรรค์เกมส์” ถ่ายทอดสดทางช่อง 11 และทีสปอร์ต ตั้งแต่เวลา 18.30 น.เป็นต้นไป 

ดร.ภิญโญ นิโรจน์ นายกสมาคมกีฬาจังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยว่า สำหรับผลงานนักกีฬาจังหวัดนครสวรรค์ในกีฬาแห่งชาติครั้งนี้ต้องบอกน่าพอใจทีเดียวถึงแม้ว่าจะอาจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้คือ 50 เหรียญทอง  แต่การคว้ามาได้ถึง 40 เหรียญทอง 26 เหรียญเงิน และ 23 เหรียญทองแดง ถือว่าน่าพอแล้ว โดยในกีฬาประเภททีม อย่าง ฟุตบอล, บาสเกตบอล, ตะกร้อ และ ฟุตซอล   ซึ่งเราสามารถเข้าชิงชนะเลิศทั้งที่ไม่เคยตั้งความหวังไว้เลย แต่นักกีฬากลับทำผลงานดีและมาได้ไกลขนาดนี้ ส่วนที่ทีมฟุตบอลชายได้เพียงแค่รองแชมป์ ไม่รู้สึกเสียดายเลย ส่วนเป้าหมายต่อไปของทีมนักกีฬาจังหวัดนครสวรรค์ นั้นเป็นการเตรียมความพร้อมในกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 32 "สุพรรณบุรีเกม์"  ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 9-19 มีนาคม 2559    อีกทั้งการแข่งขันกีฬาเยาวชนนั้นถือเป็นกีฬาที่จะสร้ากฐานและนักกีฬาของจังหวัดนครอนาคต ทำให้จากนี้ไปเราคงต้องมีการประชุมหารือ เพื่อปรับโครงสร้างของการสร้างนักกีฬาเยาวชนในจังหวัดให้มากขึ้น