บ.ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด พร้อมด้วยสมาคมนักข่าว ช่างภาพ กีฬาแห่งประเทศไทย จัดงานแถลงข่าวมีทเดอะเพรสโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีกครั้งสุดท้าย สรุปภาพรวมและสถิติไทยลีกที่น่าสนใจ ขณะที่ฤดูกาลใหม่อาจจะขยับมาเปิดเร็วขึ้น 1 สัปดาห์วันที่ 6 ก.พ.59

งานแถลงข่าวมีทเดอะเพรสโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีกครั้งสุดท้าย เพื่อเป็นการสรุปภาพรวมของฤดูกาล 2015 ที่ผ่านมา โดยงานแถลงข่าวมีขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันพุธที่ 16 ธ.ค.58 เวลา 13.30 น.ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมศุภชลาศัย โดยได้รับเกียรติจาก “ผู้การหลอ” พันเอก วรวุฒิ ทองศรีงาม เลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย, ทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผอ.กองแข่งขันกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย, “บิ๊กเปี๊ยก”ดร.องอาจ ก่อสินค้า ประธาน บ.ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด, “เสธ.ตุ้ม” พล.อ.ชินเสณ ทองโกมล ประธานคณะกรรมการแต่งตั้งและประเมินผู้ตัดสิน และ “บิ๊กเหม็น” ไพฑูร ชุติมากรกุล นายกสมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวครั้งนี้
    
ด้าน “ผู้การหลอ” พันเอก วรวุฒิ ทองศรีงาม เลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เผยว่า ต้องขอขอบคุณทุกสโมสรที่เล่นกันอย่างเต็มที่ในซีซั่นที่ผ่านมา ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าทุกทีมมีความเป็นมืออาชีพอย่างสูง และเตรียมพร้อมที่จะลุยในฤดูกาลใหม่กันแล้ว
    
ฝั่ง ทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผอ.กองแข่งขันกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย บอกว่า กกท. ได้ช่วยเหลือฟุตบอลลีกมาตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งเรื่องของเงินรางวัลและเงินผู้ตัดสิน ซึ่งในปีหน้ารัฐจะออก พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพออกมาแล้วเสร็จในเดือน มี.ค. โดยจะเป็นสิ่งที่เอื้อประโยชน์ต่อวงการฟุตบอลแน่นอน รวมทั้งจะมีการช่วยเหลือผู้ตัดสินในเรื่องของเงินการไปทำหน้าที่ในแต่ละเกมแน่นอน
    
พร้อมกันนี้ ผอ.กองแข่งขันกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย ยังบอกอีกว่า “พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ ที่จะออกมานั้นผมขอเน้นย้ำว่าทุกทีมต้องมาจดกับนายทะเบียนก่อนวันที่ 10 ก.พ.59 หากว่าสโมสรใดไม่มาดำเนินการในเรื่องนี้จะมีโทษปรับ”
    
“นอกจากนี้ กกท. จะไม่ช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ กับทีมที่ไม่ดำเนินการในส่วนนี้ โดยเฉพาะเรื่องของนักเตะต่างชาติ ที่จะต้องทำ พาสปอร์ต และ วีซ่า ในการเข้ามาค้าแข่งยังประเทศไทย ซึ่งในวันที่ 18 ธ.ค.นี้ จะมีการประชุมให้ทุกสโมสรับทราบกันอีกครั้งหนึ่ง”
     
ขณะที่ “บิ๊กเปี๊ยก” ดร.องอาจ ก่อสินค้า ประธาน บ.ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด พูดถึงบทสรุป โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ “การแข่งขันทั้งหมด 306 นัด โดยมีผลเสมอ 0-0 จำนวน 135 แมตซ์ โดยมีจุดโทษเกิดขึ้น 89 ครั้ง ขณะที่ยอดขายของที่ระลึกรวมทั้งหมด 66,683,904 บาท และยอดขายตั๋วเข้าชม 159,609,594 บาท”
     
“อีกทั้งยังมีจำนวนผู้ชมทั้งหมด 1,926,278 คน ส่วนใบเหลือง 1,465 ใบ และ ใบแดง 77 ใบ โดยมีประเกิดขึ้น 870 ประตู เฉลี่ย 2.84 ประตูต่อนัด ด้านบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นแชมป์ยอดผู้เข้าชมสูงสุดที่ 318,321 คน โดยขายบัตรได้ 22,937,700 บาท และ สินค้าที่ระลึก 22,885,781 บาท รวมทั้งสิ้น 45,823,481 บาท”
     
“บิ๊กเปี๊ยก”ยังบอกอีกว่า “ในฤดูกาลหน้าเรามีทางเลือกที่จะเสนอบอร์ดในทีพีแอล ซึ่งจะเล่นเกม ถ้วย ก. ระหว่าง เอสซีจี เมืองทองฯ กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในวันที่ 30 ม.ค. และเตรียมเปิดลีกวันที่ 6 ก.พ. ทั้งนี้เป็นแค่เพียงอ๊อฟชั่นที่เราจะเสนอให้กับบอร์ดซึ่งมีทีมในไทยพรีเมียร์ลีกจะร่วมหารือกัน”
     
“และสาเหตุที่เราเลื่อนเปิดลีกเร็วนั้น เนื่องจากเราต้องการเว้นวรรคให้กับสโมสรที่ไปเล่นใน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2016 ทั้งรอบเพลย์ออฟ และรอบแบ่งกลุ่ม รวมทั้งเวลาในการปิดลีกเพื่อเปิดทางให้ทีมชาติไทย เตรียมทีมไปสู้ศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 นอกจากนี้เราอยากจะงดโปรแกรมกลางสัปดาห์ให้น้อยที่สุด”
     
นายใหญ่ทีพีแอลยังพูดถึงปัญหาอีกว่า "ส่วนของ ไทยพรีเมียร์ลีก แชมป์ทราบแล้ว แต่ที่ตกชั้นก็ยังมีปัญหาอยู่ ในเรื่องของ บีอีซี เทโรศาสน แต่สถานะขณะนี้ก็ยังถือว่าตกชั้นอยู่ ก็เหลือแต่รอคำพิจารณาจากศาล ก่อนหน้านี้ฝ่ายพิจารณา มารยาทของเรา ตัดสินให้ แบงค็อก ผิดระเบียบ เรื่องส่งนักเตะต่างชาติ และตัดสินให้เทโร ชนะไป 3-0 ก่อนที่ทาง แบงค็อก จะมีการอุทธรณ์เข้ามาแล้วเป็นผล"
     
"แต่ล่าสุดทาง บีอีซี เทโรศาสน ก็มีการยื่นเรื่องต่อศาลปกครองอีกครั้งวันนี้ ขอคุ้มครองฉุกเฉิน แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้คงจะจบภายในปีนี้แน่นอน เพราะอย่างที่ทราบเดี๋ยวมันจะมีการมอบเงินรางวัล วางโปรแกรมการแข่งขันในปีหน้าด้วย เช่นเดียวกับเกม สุโขทัย เอฟซี กับ นครปฐม ยูไนเต็ด ที่ฝ่ายกฎหมายของทีพีแอลได้ยื่นอุทธรณ์ไปที่ศาลเมื่อ 3 สัปดาห์ที่แล้ว เพื่อขอยกเลิกการอุทธรณ์ของ สุโขทัย เอฟซี ในการให้กลับมาแข่งขันนัดนี้กันใหม่ คาดว่าจะจบภายในปีนี้แน่นอน" 
        
“เสธ.ตุ้ม”พล.อ.ชินเสณ ทองโกมล ประธานคณะกรรมการแต่งตั้งและประเมินผู้ตัดสิน เปิดว่า “ในปี 216 เราจะมีการดันผู้ตัดสินดาวรุ่งที่ผ่านการประเมินขึ้นมาทำหน้าที่ในไทยพรีเมียร์ลีก 6-7 คน แน่นอนว่าถ้าทำหน้าที่ผิดพลาดก็จะต้องโดนโทษแบนเหมือนคนอื่นๆที่โดนไปก่อนหน้านี้ ซึ่งไม่ใช่กฎหมายที่ทำแต่เป็นการหารือของคณะกรรมการ ในการลงโทษแบนผู้ตัดสินเฉกเช่นเดียวกับปีนี้”
     
“ซึ่งผมขอย้ำไปทางสโมสรว่าขอให้เล่นกันอย่างเป็นกีฬา ถ้าผู้ตัดสินทำหน้าที่จนมีปัญหา คณะกรรมการจะดูการทำหน้าที่พร้อมกับมีบทลงโทษแบนการทำหน้าที่ทั้งในและต่างประเทศอย่างแน่นอน” 
     
สุดท้าย “บิ๊กเหม็น”ไพฑูร ชุติมากรกุล นายกสมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย บอกว่า “ต้องขอขอบคุณทุกสโมสรที่ให้ความร่วมมือในการเดินทางมาแถลงข่าว มีท เดอะ เพรส ในปีนี้ทั้งหมด 34 ครั้ง แม้ว่าฟุตบอลไทยในอดีตจะล้มลุกคลุกคลาน แต่ในวันนี้ผมเองไม่คิดว่าจะมาได้ไกลจนกลายมาเป็นลีกเบอร์ 1 ของอาเซียน”
     
“ทำให้เราเห็นได้ชัดว่าทุกสโมสรมีความร่วมมือกัน จนกลายเป็นครอบครัวฟุตบอล ซึ่งภารกิจของนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย คือการพัฒนาฟุตบอลไทย อีกทั้งผมต้องขอความร่วมมือไปยังทุกสโมสรที่เราจะจัดการแถลงข่าว มัท เดอะ เพรส ในปีหน้า”
     
“เพราะผมคิดว่าสโมสรต้องมีความเป็นมืออาชีพในการส่งโค้ชหรือผช.โค้ช มาทำการแถลงข่าวเพื่อให้ผุ้สื่อข่าวได้สอบถามความพร้อมต่างๆ เนื่องจากสิ่งที่ทำนี้เราได้รับเกียรติจาก โตโยต้า ที่เป็นผู้สนับสนุนหลักของลีก ที่อยากจะพัฒนาวงการฟุตบอลไทย ให้เหมือนกับทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปที่จะมีการแถลงข่าวกันเองที่สโมสรในช่วงกลางสัปดาห์”