ก่อนหน้านี้แฟนวอลเลย์บอลที่ติดตามเชียร์ทีมชาติไทยเมื่อหลายๆปีที่แล้ว หลายคนรู้สึกกังวลว่าอนาคตวงการวอลเลย์บอลจะมีผู้เล่นตำแหน่งตัวรับอิสระก้าวขึ้นมาเติมทีมชาติได้หรือไม่ เพราะเมื่อดูจากการแข่งขันภายในประเทศตามรายการต่างๆก็ยังไม่มีใครที่จะสามารถขยับมาสอดแทรกได้

แต่พอมาถึงปัจจุบันนี้ นักกีฬาวอลเลย์บอลในตำแหน่งตัวรับอิสระที่มีความสามารถเริ่มปรากฎตัวออกมาให้เห็นกันมากขึ้นแล้ว 

ถ้าเมื่อก่อนเราจะเห็นว่าทีมชาติจะหมุนเวียนกันอยู่สองคนคือ วรรณา บัวแก้ว กับ ปิยะนุช แป้นน้อย ที่เป็นตัวหลัก แต่ตอนนี้ วรรณา ได้ขยับตัวเองจากนักกีฬาไปเป็นสต๊าฟฟ์โค้ชแล้ว จึงทำให้โควต้าตำแหน่งนี้ถูกเปิดขึ้น

มันเป็นช่วงเวลาที่ประจวบเหมาะกับการเล่นที่โดดเด่นไม่น้อยของ "เอ" สุพัตรา ไพโรจน์ นักกีฬาจากค่ายสุพรีมชลบุรีอีเทค ที่ถูกเรียกตัวเข้ามาร่วมซ้อมกับทีมชาติ และ เธอก็ใช้โอกาสนี้ในการขัดเกลาความสามารถของตัวเองเพื่อดึงขีดความสามารถออกมาให้ได้มากที่สุด จนตอนนี้ก็เป็นอีกหนึ่งนักกีฬาที่มีทุกคนไว้ใจในการทำหน้าที่

ขณะเดียวกัน "ยู" ยุพา สนิทกลาง ผู้เล่นจากสโมสรนครราชสีมา เดอะมอลล์ วีซี ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่มีความสามารถในตำแหน่งนี้ เพียงแต่บางช่วงเธอมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน แต่เมื่อใดที่ทีมชาติต้องการตัว เธอก็น่าจะเป็นอีกคนที่สามารถนำไปพัฒนาต่อได้เป็นอย่างดี

แต่...ตอนนี้สิ่งที่น่าสนใจคือการกลับมาทำหน้าที่ตำแหน่งตัวรับอิสระอีกครั้งของ "บะหมี่"ฐาปไพพรรณ ไชยศรี ที่ทำผลงานได้ดีในลีก และ ทำได้ดีในการลงสนามเกมล่าสุดที่ไทยเอาชนะเกาหลีใต้ในเกมพิเศษ"ไทย-โคเรีย ซูปเปอร์แมตซ์" จนเป็นที่พูดถึงของแฟนวอลเลย์บอล

จริงๆแล้วสิ่งที่อยากจะพูดถึงคือทีมโค้ชจะวางตัวยังไงเมื่อนักกีฬาตำแหน่งเดียวกันต่างก็มีความสามารถกันทั้งนั้น 

แต่จริงๆแล้ววิธีการเลือกตัวลงสนามของโค้ช กับมุมมองของเราเหล่ากองเชียร์นั้นต่างกันมากๆ

อย่างเรามองจากการเห็นในสนามเท่านั้น แต่โค้ชได้ใกล้ชิดได้เห็นความตั้งใจในการซ้อม เห็นความทุ่มเท เห็นพัฒนาการ และ เห็นมุมมองทางความคิด เพราะโค้ชชุดนี้ใช้การฝึกซ้อมเป็นตัวชี้วัดโอกาสของนักกีฬาที่จะถูกเลือกไปแข่ง และ ไม่มีการการันตีตำแหน่งว่าใครจะติดชัวร์ ซึ่งนักกีฬาในทีมทุกคนรู้ดีถึงเรื่องนี้ ( โอกาสหน้าจะเขียนขยายความเพิ่ม )

ณ เวลานี้อยากรู้เหมือนกันนะว่าทีมโค้ชจะตัดสินใจอย่างไร เพราะตัวรับที่มีอยู่ต่างก็มีความสามารถที่ดีกันทั้งนั้น สำหรับผมมองว่าเป็นเรื่องดีที่จะมีการแข่งขันกันภายในทีมที่สนุกแบบนี้ เป็นเรื่องดีที่แฟนวอลเลย์บอลจะได้อุ่นใจว่านักกีฬาที่ก้าวขึ้นมานั้นแต่ละคนมีคุณภาพ

ส่วนการตัดสินใจนั้นยกไปให้เป็นหน้าที่โค้ชดีกว่า และหากผมเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็คงเครียด เพราะไม่รู้จะเลือกยังไงเหมือนกัน ฮ่าๆ

เอก ประวิตร