เผลอแปบเดียว 2 ปีแล้วสำหรับการแข่งขันวอลเลย์บอลรายการพิเศษ โคเรีย-ไทยแลนด์ โปร วอลเลย์บอล ออล สตาร์ ซูเปอร์แมตช์ เรื่องของผลแพ้ชนะนั้นก็ผลัดกันไปคว้าชัยในฐานะทีมเยือน

ปีที่แล้วเกาหลีใต้บุกมาทุบไทย 3-2 เซต
ปีนี้ไทยไปเฉือนเกาหลีใต้ 3-2 เซต 
เสมอกัน 1-1 

รายการนี้ถ้าไม่นับเรื่องของความสนุกอย่างเดียว เราจะได้เห็นฟอร์มการเล่นของนักกีฬาหน้าใหม่ที่ได้โอกาสลงไปลองของ และ ได้เห็นบางส่วนที่ลงไปฟื้นฟูบรรยากาศ

เอาเป็นว่าเรื่องราวต่อจากนี้ ขออนุญาตเขียนถึงทีมชาติไทยในปี 2018 สักหน่อย เพราะปีนี้ยังไม่มีรายละเอียดที่นำมาฝากกันเลย จนบางคนส่งข้อความมาถามว่าพี่เอกไม่ทำข่าววอลเลย์บอลแล้วเหรอ

การทำทีมในยุคของ "โค้ชด่วน" ดนัย ศรีวัชรเมธากุล มันมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องเจาะลงไปค่อนข้างเยอะ แต่ที่พอจะเขียนได้นั้นคือโครงสร้างของการทำทีม ซึ่งสิ่งแรกที่อยากพูดถึงคือ "วิธีการเลือกตัวนักกีฬา"

โค้ชด่วน ใช้หลักการเลือกนักกีฬาผสมผสานกันระหว่างนักกีฬาตัวหลักกับกลุ่มผู้เล่นในไทยแลนด์ลีกที่แสดงผลงานออกมาได้ดี

เราจะเห็นว่ามีรายชื่อใหม่ๆเข้ามาร่วมซ้อมในแคมป์ชุดใหญ่ เช่น ชิตพร กำลังมาก, วัชรียา นวลแจ่ม, ศศิภาพร จันทวิสูตร, กุลภา เปี่ยมพงษ์สานต์ ซึ่งทั้งหมดก็ทำผลงานได้ดีกับต้นสังกัดของตนเอง

จากนั้นก็จะเป็นเรื่องของการฝึกซ้อมร่วมกัน ว่าแต่ละคนที่เข้ามา ปรับตัวรับกับการซ้อมที่เข้มข้นได้มากน้อยแค่ไหน เพราะการซ้อมในแคมป์จะมีสองเวลาคือเช้ามืดกับตอนเย็น ซึ่งแต่ละช่วงจะกินเวลา 3 ชั่วโมงโดยประมาณ

แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาเหล่านักกีฬาจะมีเวลาได้ซ้อมด้วยกันอยู่เพียง 3-4 วันต่อสัปดาห์ แต่ก็เป็นตัวชี้วัดได้ว่าใครที่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเองบ้าง เพราะเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ทีมชาติไทยก็ได้ส่งตัวนักกีฬาที่ไม่พร้อมจะรับโอกาสกลับสู่ต้นสังกัดไปแล้วเช่นกัน ส่วนเหตุผลก็คือนักกีฬาคนดังกล่าวไม่มาทำการฝึกซ้อมหลายสัปดาห์ติดต่อกัน เหตุเพราะต้องไปแก้วิชาเรียน

เมื่อการซ้อมของแต่ละคนมีทิศทางที่ดี และ พร้อมที่จะขอโอกาสพิสูจน์ตัวเอง มันจึงเป็นข้อดีอีกหนึ่งข้อที่ทำให้ภายในแคมป์เกิดการแข่งขันกันภายใน 

จนในที่สุดรายชื่อนักกีฬาที่บินมาที่เกาหลีใต้ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามความเหมาะสม แต่ใจความหลักเท่าที่อ่านทางคือ โค้ชต้องการนำนักกีฬาหน้าใหม่มาพิสูจน์ตัวเองด้วยการลงสนามจริง

ภาพที่เห็นระหว่างบรรยายการแข่งขันเมื่อวานนี้ มันยังไม่สามารถตอบได้ชัดเท่าไร จนต้องมานั่งดูเทปย้อนหลังเพื่อเก็บรายละเอียดเพิ่มเติม และ สิ่งที่ได้เห็นนั้นคือโค้ชปล่อยให้นักกีฬาได้สู้กับตัวเองมากกว่าที่จะบอกแผนเชิงลึก

การวิเคราะห์จากนี้ไม่ได้หมายความว่าน้องๆไม่เต็มที่นะ ขอให้เข้าใจตรงกัน

กุลภา เปี่ยมพงษ์สานต์ ตัวเซตจากค่าขอนแก่น สตาร์ วีซี ที่ได้รับโอกาสลงสนาม ช่วงแรกกล้าเล่นพอสมควร แต่พอผ่านไปสักระยะหนึ่งเหมือนกำลังสู้อยู่กลับการจ่ายบอลของตัวเอง น้องพยายามจ่ายแต่บอลมันโด่งทำให้การเดินทางของบอลค่อนข้างช้า จุดนี้จึงทำให้บล็อคฝั่งตรงข้ามมีเวลาพอที่จะขยับตัวตามไปประกบตัวตีของไทย คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะเพื่อจูนให้น้องลบความเคยชินกับการให้บอลแบบนี้ และ น่าจะเป็นไปตามที่โค้ชคิดไว้ คือให้นักกีฬาได้พิสูจน์ตัวเองกับเหตุการณ์จริง

ชิตพร กำลังมาก บอลสั้นร่างสูงจากขอนแก่น สตาร์ วีซี โอกาสที่ได้ลงไปเจอเกมถือว่าเป็นสิ่งที่หลายคนรอมานานที่จะเห็นเธอลงสนาม และ เกมเมื่อวานนี้มันทำให้เห็นถึงพัฒนาการที่เธอจะต้องนำไปเสริม ไม่ว่าจะเป็นเทคนิค หรือ การเคลื่อนที่ ถ้าเติมตรงนี้ได้จะเป็นบอลสั้นอีกคนที่น่าจับตามอง

พูดถึงภาพกว้างสำหรับสองคนนี้หากได้สัมผัสเกมเพิ่มเรื่อยๆ หรือ ได้ซ้อมอยู่ในแคมป์ต่อเนื่องก็พอจะมีโอกาสที่ได้เห็นอะไรที่ดีขึ้นจากทั้งคู่ เพราะก็มีหลายคนที่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ แต่พอได้รับการซ้อมที่ถูกต้องก็กลายเป็นผู้เล่นที่มีคุณภาพ

ส่วนอีกอย่างที่อยากพูดถึงคือการที่โค้ชส่ง อรอุมา สิทธิรักษ์ และ มลิกา กันทอง ลงสนามนั้นมันเป็นผลดีหลายด้านมากๆ แต่ชัดที่สุดคือทำให้รู้ว่าโค้ชจะมีผู้เล่นที่สามารถทดแทนกันได้ในยามที่ต้องการจุดเปลี่ยน หรือ ช่วงที่นักกีฬาในตำแหน่งเดียวกันฟอร์มดร็อป นี่คือข้อดีของการแข่งขันกันภายในทีม

เกือบลืมไปเลย...การต่อยอดตำแหน่งตัวรับอิสระของ ฐาปไพพรรณ ไชยศรี ที่ทำได้ดีในลีก พอมาลงในสนามใหญ่ก็รับผิดชอบหน้าที่ตัวเองได้เจ๋งเลย ก็ต้องมาดูต่อไปว่าโค้ชจะสานต่อยังไง จะปรับให้กลับมาเล่นตัวตีเหมือนเดิมไหม 

มาที่เรื่องรูปแบบการเล่น...เอาจริงๆแล้วเกมนี้เหมือนสู้กันด้วยบอลโครงสร้างทั่วไป สูตรต่างๆออกน้อยมาก ที่เห็นบ่อยก็คือบอลหลักหัวเสา บอลสั้นไหลหลัง และ บอลสามเมตรหลังเท่านั้น ที่เป็นแบบนี้เพราะโค้ชต้องการให้นักกีฬาได้สัมผัสเกมมากกว่าที่จะงัดยุทธวิธีกลยุทธต่างๆออกมาสู้ และ ก็เช่นกันทางฝั่งเกาหลีใต้ก็ไม่ได้ปล่อยของเด็ดออกมาหมด แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้ความสนุกภายในสนามมันเกิดขึ้น 

อ๋อ...ทิ้งท้ายฟอร์มของดาวรุ่งไทยอย่างชัชชุอรกับวิภาวีหน่อย ผมว่ารายการนี้ทั้งสองเต้นได้สนุกเลยทีเดียว :)

เอก ประวิตร