"เวลาคนบ้ามาอยู่รวมกันแล้วโคตรน่ากลัว" เป็นความเห็นที่เกิดขึ้นในหัวของผมระหว่างที่นั่งอยู่ในงาน 1st Thailand E-Sports Summit 2018 ซึ่งถือว่าเป็นการประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรกของสมาคมไทยอีสปอร์ต หรือ TESA

ก่อนที่จะเดินเข้ามาในงานนี้ ภาพที่คิดเอาไว้คือเอาคนมาพูด 3-4 คน แล้วก็แสดงความยินดีกันถึงการเปิดตัวสมาคมฯ แต่เอาจริงๆงานนี้เป็นการรวมตัวของกลุ่มคนที่เล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจ จนไปถึงขั้นเล่นเป็นอาชีพจากเกมต่างๆจำนวนมากให้มาอยู่ที่เดียวกัน ถ้าเขียนเป็นรายละเอียดตัวเลขแล้วที่นับได้ก็มีทั้งหมด 23 ( DOTA 2, LOL,OVERWATCH,STARCRAFT, STREET FIGHTER,TEKKEN ,VAINGLORY, CS:GO,SF, FIFA,Pro Evolution Soccer,MONSTER HUNTER,ROV, HEARTHSTONE, MINECRAFT,ชมรม ผู้บรรยายเกม, ชมรม อีสปอร์ตหญิง, ชมรม PUBG, ชมรม VR,  ชมรม SIMULATION, ชมรม เกมไทย, ชมรม ปฎิบัติการสมาคม, ชมรม วิจัยอีสปอร์ต) 

กลุ่มหรือชมรมที่แจ้งให้ทราบนั้น เต็มไปด้วยคนที่มีความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นฝีมือ,แนวคิด,ความตั้งใจ และ แนวคิดที่อยากจะพัฒนาวงการ แต่เมื่อก่อนหน้านี้ทุกส่วนกระจายตัวกันอยู่ แต่พอมีสมาคมฯเกิดขึ้นมันทำให้พวกเขาเริ่มมีตัวตน และ มีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้น 

การมีตัวตนมันสำคัญกับคนเล่นเกมมากขนาดไหน ?

ถ้าเล่นเอาสนุก เพื่อความบันเทิง หรือ เล่นเพื่อผ่อนคลาย อาจจะไม่ต้องการอะไรมาก แต่เมื่อใดที่เล่นกันแบบมีระบบ มีการซ้อม และ มีการแข่งขัน ส่วนนี้ถือว่าสำคัญกับพวกเขาเป็นอย่างมาก เพราะที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ อีสปอร์ตในไทย ยังไม่ได้รับการยอมรับ จึงทำให้คนที่รักจะเล่นเกมถูกมองว่า "ติดเกม ไม่มีอนาคต" 

แต่เมื่อมีกลุ่มคนที่ช่วยกันสู้ ยืนหยัดทำในสิ่งที่รักมาตลอดระยะเวลาหลายปี ในที่สุดอีสปอร์ตก็ถูกรับรองจากการกีฬาแห่งประเทศไทย ส่วนนี้มันทำให้คนที่เล่นกีฬาเกมเริ่มมีที่ยืนมากขึ้น สามารถตอบคนรอบตัวได้เต็มปากเต็มคำว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้มันคือกีฬา และ ในอนาคตมันคืออาชีพที่จะหาเลี้ยงตัวเองได้

ตัดกลับมาที่งาน ผมนั่งมองคุณสันติ โหลทอง นายกสมาคมฯพูดถึงแผนงาน,แนวทางสมาคมฯ,ที่มาที่ไป รวมไปถึงเป้าหมายที่จะส่งทีมไปแข่งขันในมหกรรมกีฬาโอลิมปิค ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่า คนที่มาทำหน้าที่ตรงนี้เป็นคนมีอายุพอสมควรแล้ว จะสู้กับเทคโนโลยีที่มันเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาไหวเหรอ แต่ในที่สุดผมก็ตอบตัวเองได้ทันทีว่า ไม่ว่าจะอายุมากแค่ไหนในตัวเราทุกคนต่างยังมีความเป็นเด็ก ที่มีความคิด ที่ต้องการความสนุก และ อยากทำอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่นายกสมาคมอีสปอร์ตจะมีวัยสูง และ มันน่าจะเป็นเรื่องดีด้วยที่เขาอยู่ในวัยที่มีประสบการณ์มากมาย เพราะการทำงานสมาคมฯไม่ได้ทำแค่กดเกมเล่น แต่ต้องมีพาวเวอร์ที่จะวางแผนงาน,ดูแลจัดการเรื่องต่างๆที่รออยู่อีกมากมาย ที่สำคัญคนที่เข้ามารับตำแหน่งในคณะกรรมการยังเป็นหนุ่มไฟแรงกันทั้งนั้นอีกด้วย ดังนั้นน่าจะสบายใจได้ว่าต่อจากนี้วงการอีสปอร์ตจะมีแต่การพัฒนาไปทิศทางที่ดี

อีกอย่างที่น่าสนใจคือ สมาคมฯทำการบ้านมาดีมาก ไม่มีจุด หรือ ช่องว่างให้ต่อย เพราะเขาได้รวมเอากลุ่มที่มีส่วนเกี่ยวข้องจากส่วนต่างๆที่เกี่ยวกับเกมมาอยู่รวมกันหมดแล้ว ตั้งแต่กลุ่มร้านเกมจนไปถึงคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสหพันธ์ฯ เท่านั้นยังไม่พอ สมาคมฯได้ประกาศรับสมัครคนที่มีความสามารถในเกมต่างๆเข้ามาทำงานร่วมกัน โดยไม่มีการปิดกั้นที่จะเอาอำนาจไว้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือ ครองอำนาจไว้ในมือคนเดียว ซึ่งมันเป็นทีมเวิร์คที่ดีเป็นอย่างมาก

ตอนนี้สิ่งที่น่าชื่นชมคือความตั้งใจของกลุ่มคนเกมที่ไม่ย่อท้อ จนในที่สุดก็ช่วยกันลบคำสบประมาทต่างๆทำให้คนที่เล่นเกมมีพื้นที่ในสังคม และ มีอนาคตที่จะใช้ความสามารถจุดนี้สร้างรายได้ให้กับตัวเอง และ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ แต่ถึงอย่างไรผลงานของสมาคมฯต่อจากนี้คือสิ่งที่จะชี้วัดถึงความสำเร็จ และ ทำให้กลุ่มคนที่เซ็นอนุมัติเปลี่ยนชื่อให้เป็น"สมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย" มีความภาคภูมิใจกับการตัดสินใจครั้งนี้อีกด้วย

จากนี้ผมเองคงจะคอยเป็นกำลังใจ และ เป็นกระบอกเสียงที่จะคอยนำเสนอเรื่องราวของอีกหนึ่งชนิดกีฬาให้กับคนได้รู้จักกันเป็นวงกว้างมากขึ้น แต่ส่วนตัวแล้วเชื่อมั่นในความตั้งใจ ความสามารถ และ วิสัยทัศของคณะบริการงานทุกท่าน เพราะผมเชื่อว่าเวลาคนที่บ้าอะไรมาอยู่รวมกันมันจะเป็นเรื่องที่ดีมากๆ และ หวังว่าจะมีโอกาสได้เห็นคนบ้ากลุ่มนี้พาธงไทยไปโบกสะบัดในมหกรรมกีฬาโอลิมปิคในฐานะ"กีฬาอีสปอร์ต"สักครั้ง

เอก ประวิตร