ฟุตบอลไทย ฤดูกาล 2017 ปิดฉากลงเรียบร้อยแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ หลังจบแมตช์ชิงชนะเลิศฟุตบอล "ช้าง เอฟเอ คัพ" ไปเมื่อวาน (25 พ.ย.) โดยแชมป์ตกเป็นของ เชียงราย ยูไนเต็ด เจ้าบุญทุ่มแห่งฤดูกาล ซึ่งการลงทุนมหาศาลของกว่างโซ้งนั้นไม่เสียเปล่า และแชมป์เอฟเอ คัพ ครั้งนี้มันไม่ใช่ถ้วยใบสุดท้ายของพวกเขาแน่นอน นี่มันแค่จุดเริ่มต้นของความสำเร็จในอนาคตเท่านั้น

ใครที่พลาดชมเกมนัดชิงชนะเลิศ "ช้างเอฟเอ คัพ" เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานั้นต้องบอกเลยว่าคุณพลาดแล้ว เพราะนี่ถือเป็นเกมการแข่งขันฟุตบอลระดับ 5 ดาว มีครบทุกรสชาติความมันส์ ยิงกันสนั่น 6 ประตู แถมพ่วงด้วย 4 ใบแดงที่เกิดขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นนัดชิงที่มีการทำประตูและใบแดงเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลถ้วยเอฟเอ คัพ ด้วย นับตั้งแต่ฤดูกาล 2009 

ผมเองได้มีโอกาสเข้าไปเป็นหนึ่งในผู้ชมเกมนัดนี้ในสนามศุภชลาศัย และก็ไม่ผิดหวังเลยกับการแข่งขันที่เกิดขึ้น สมกับเป็นฟุตบอลนัดชิงชนะเลิศจริงๆ และผมบอกได้เลยว่าเป็นนัดชิงบอลถ้วยที่มันส์ที่สุดของฟุตบอลไทย และเป็นเกมที่มันส์ที่สุดที่ผมได้เข้าไปดูฟุตบอลในสนาม ไม่มีคู่ไหนจะเตะกันดุเดือดเลือดพล่านขนาดนี้อีกแล้ว ใครที่ยังไม่ได้ดูเต็มเกม แนะนำให้ไปหาดูเลย รับรองว่า 90 นาทีของคุณจะไม่หมดไปแบบเสียเปล่าแน่นอน

เอาละมาว่ากันที่ทีม "กว่างโซ้งมหาภัย" สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เจ้าของแชมป์บอลถ้วยใบสุดท้ายของปีนี้ ก่อนเปิดฤดูกาลทุกคนรู้ดีว่าทีมเหนือสุดในศึกไทยลีกได้มีการเปลี่ยนแปลงทีมครั้งใหญ่ เรียกได้ว่าถ่ายสายเลือดใหม่เกือบทั้งหมด ตั้งแต่ตำแหน่งกุนซือที่ได้ อเล็กซานเดร กามา กุนซือชาวบราซิลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในเมืองไทย คว้ามาแล้วทุกแชมป์กับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

และนักเตะก็มีการยกเครื่องใหม่โดยดึงดาวเตะทีมชาติไทยอย่าง ธนบูรณ์ เกษารัตน์ เจ้าของสถิตินักเตะค่าตัวแพงที่สุดไทยลีก เข้ามาสู่ทีม พร้อมด้วยดาวรุ่งอนาคตไกลหลายๆ คนอย่าง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, สุริยา สิงห์มุ้ย และ ศิวกร เตียตระกูล เป็นต้น แถมตัวต่างชาติก็มาใหม่ทั้งหมด โดยมี ฟิลิเป้ อเซเวโด้,วานเดอร์ หลุยส์ และ ราฟาเอล โคเอลโญ่ เป็นตัวชูโรงในเกมรุก ทำให้ชื่อของทีมเชียงราย ยูไนเต็ด ก็กลายมาเป็นทีมใหญ่ลุ้นแชมป์อย่างเต็มตัว

ช่วงแรกที่ออกสตาร์ทไทยลีกก็โชว์ฟอร์มร้อนแรงถ้าจำไม่ผิดก็ขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงอยู่พักหนึ่งก่อนจะถูกเอสซีจี เมืองทองฯ แซงขึ้นไป แต่ตอนนั้นเชียงราย ก็ยังคงผลงานดีและยังเป็นเต็งอันดับต้นๆ ในการลุ้นแชมป์กับเมืองทอง และ บุรีรัมย์ 

แต่เมื่อการแข่งขันเดินทางมาถึงเลกสอง ผลงานของทีมเชียงราย ในศึกไทยลีกก็เริ่มตกลงไปเรื่อยๆ จนหลุดวงโคจรการลุ้นแชมป์ลีก แต่ในขณะเดียวกันผลงานในบอลถ้วยพวกเขาไปได้สวยหรู ทั้งลีก คัพ และเอฟเอ คัพ โดยเฉพาะรายการหลังที่พวกเขาสามารถเขี่ยทั้งบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย ต่อด้วยการส่งเอสซีจี เมืองทองฯ ตกรอบรองชนะเลิศไปด้วยเช่นกัน

กว่างโซ้งมหาภัยสร้างผลงานได้น่าเซอร์ไพรส์ด้วยการเข้าชิงบอลถ้วยทั้งสองรายการ โดยในศึกลีก คัพ ก็พลาดท่าไป โดยแพ้ให้กับเอสซีจี เมืองทองฯ 0-2 พลาดโอกาสการคว้าแชมป์แรกไป แต่สุดท้ายพวกเขาก็แก้ตัวได้ในศึกเอฟเอ คัพ และคว้าแชมป์ไปอย่างยิ่งใหญ่

แต่นี่คงเป็นเพียงก้าวแรกของเชียงราย ยูไนเต็ด ในการยกระดับทีมขึ้นมาสู่แถวหน้าของเมืองไทย โดยตอนนี้พวกเขาทำสำเร็จไปแล้วเปาะหนึ่งนั่นก็คือการสถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นบิ๊กทีมของไทยลีก และเป็นท็อปโฟร์ในการลุ้นแชมป์ไปแล้ว แต่ก้าวต่อไปของพวกเขาก็คือการไปพิสูจน์ตัวเองในเวทีเอเชีย

ในศึกฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งปีหน้าจะได้สิทธิ์เข้าไปเพลย์ออฟรอบที่ 2 หากผ่านไปได้ ยังมีรอบ 3 รออยู่หนึ่งด่าน และถ้าผ่านไปได้อีกก็จะกรุยทางสู่รอบสุดท้ายของฟุตบอลถ้วยเอเชีย ซึ่งนี่น่าจะเป็นความใฝ่ฝันและเป้าหมายสูงสุดของบอร์ดบริหาร นักเตะ และแฟนบอลกว่างโซ้ง ที่อยากเห็นทีมของตัวเองได้ลงเตะฟุตบอลเอเชีย

แต่อยากที่บอกการจะไปเป็น 1 ใน 32 ทีมของฟุตบอลเอเอฟซี ชปล. มันไม่ใช่เรื่องง่าย หลายต่อหลายทีมอย่าง เอสซีจี เมืองทอง,แบงค็อก ยูไนเต็ด,ชลบุรี เอฟซี และบางกอกกล๊าส ก็ไม่สามารถฝ่าด่านรอบเพลย์ออฟเข้าไปสู่รอบแบ่งกลุ่มได้ ดังนั้นหากเชียงราย อยากจะสร้างชื่อของตัวเองให้ไปสู่ระดับเอเชีย ก็คงต้องใช้เม็ดเงินอีกมหาศาลในการเสริมทัพให้ทีมมีความแข็งแกร่งมากกว่านี้

แต่เชื่ออย่างหนึ่งว่าปีหน้าทีมเชียงราย น่าจะมีเซอร์ไพรส์อะไรอีกแน่นอนก่อนเปิดฤดูกาล และต้องเป็นเซอร์ไพรส์ที่ยิ่งกว่าซีซั่นที่แล้ว เพราะปีก่อนแค่เล่นไทยลีก ยังซื้อตัวฮือฮาขนาดนี้ นี่ได้ไปเตะฟุตบอลถ้วยเอเชีย ลองคิดดูว่ามันจะฮือฮาขนาดไหน

รอดูต่อไปครับ กับอนาคตของทีมเชียงราย ยูไนเต็ด ว่าจะไปได้สวยขนาดไหนในฤดูกาล 2018 ซึ่งในถ้วยเอเชียไม่รู้ว่าจะได้ไปไกลแค่ไหน แต่ในศึกไทยลีกปีหน้าบอกเลยว่า กว่างโซ้ง ลุ้นแชมป์เต็วตัวแน่นอน

มูซาชิ