นับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คือหนึ่งในทีมที่มีฟอร์มน่าพรั่นพรึงที่สุดในยุโรปเวลานี้ พวกเขายิงคู่แข่งแบบแทบไร้ทางสู้ เกมรุกฉกาจฉกรรจ์จากบรรดาสตาร์ระดับโลกที่ระดมทุนไปซื้อมาเมื่อช่วงซัมเมอร์ ทว่าสิ่งสวยงามมักมีราคาของมัน และระหว่างที่ลงเล่นกับ ลียง เมื่อสุดสัปดาห์ เราอาจได้เห็นสัญญาณวิกฤติที่พวกเขาต้องเผชิญเร็วกว่าที่คิด

ตั้งแต่ซีซั่น 2016-17 ออกสตาร์ทมา "เปแอสเช" มีผลงานที่ยอดเยี่ยม เก็บชัยชนะได้ทุกนัดแบบไม่มีใครหยุดได้ ส่วนหนึ่งเพราะการจ่ายเงิน 222 ล้านยูโรเป็นค่าตัวที่สูงเป็นสถิติโลก ดึงแข้งซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง เนย์มาร์ จูเนียร์ จาก บาร์เซโลน่า มาร่วมทีม การเข้ามาของดาวเตะบราซิเลี่ยนทำให้ทีมเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากที่พลาดคว้าแชมป์ลีกอย่างไม่น่าให้อภัยเมื่อฤดูกาลก่อน กลายเป็นทีมที่ตอนนี้ไม่รู้แล้วว่าจะเจอกับความพ่ายแพ้ได้เมื่อไหร่

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา "เปแอสเช" เจอบททดสอบสำคัญ นั่นคือการเปิดบ้านรับมือ โอลิมปิก ลียง หนึ่งในทีมใหญ่ที่เคยทรงอำนาจก้าวถึงการเป็นแชมป์ลีกมาแล้วหลายสมัย แม้ว่าตอนนี้จะไม่ดีเท่าแต่ก่อน แต่การมาเยือนของพวกเขาก็ถือเป็นงานหนักอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่ด้วยแนวรุกระดับโลกที่มี เนย์มาร์ เป็นแกนกลาง ร่วมกับ เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัย และ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ดาวรุ่งทีมชาติฝรั่งเศส ที่ว่ากันว่าเป็นดาวรุ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้ ประสานพลังกันมีเป้าหมายที่การสยบผู้มาเยือนให้ได้

จากแมตช์ไล่ขโยก เซลติก อยู่ข้างเดียวทั้ง 3 คนยังดูเลิฟๆ กันดี

แต่งานกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด พวกเขาเพิ่งเจอเกมกลางสัปดาห์มา อาจทำให้ล้าไม่น้อยกับการลงเล่นต่อเนื่อง กว่าจะมาเจอประตูแรกก็ปาเข้าไปช่วยท้ายของเกมแล้ว จากการยิงแฉลบคู่แข่งเข้า ต่อพาพวกเขาได้จุดโทษแต่ยิงไม่เป็นประตู แต่ก็ยังมีโชคช่วยที่ "โอแอล" ส่งบอลเข้าประตูตัวเองไปอีกลูกให้ "เปแอสเช" คว้า 3 คะแนนในบ้านไปได้แบบฉิวเฉียด

ฟังแบบรวมๆ แล้วนี่ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนอกจากหนึ่งในเกมหินที่พวกเขาต้องเผชิญ ทว่ามันกลับไม่ง่ายดายขนาดนั้น เพราะในเกมดังกล่าวมีจังหวะที่ทีมได้ฟรีคิกระยะอันตราย แล้วเกิดการแย่งกันยิงขึ้น ดานี่ อัลเวส บราซิลนักเตะตัวเก๋าที่เพิ่งมาร่วมทีมในซีซั่นนี้ ไม่ยอมให้บอลกับ คาวานี่ ที่ขอเล่นเอง แล้วเลือกส่งให้ เนย์มาร์ เพื่อนร่วมชาติได้สับไก แม้ภายหลังเจ้าตัวจะออกมาอ้างว่าต้องการยิงเอง แต่ เนย์มาร์ เอาบอลไปจากมือ แต่ดูภาพที่ออกมาแล้ว คงมีคนน้อยมากที่เชื่อลมปาก อัลเวส

จุดโทษเป็นเหตุ หน้าร้านยังขนาดนี้ หลังบ้านคงทะเลาะกันหนัก

ไม่ใช่แค่นั้น ช่วงที่ทีมนำ 1-0 และเข้าสู่ท้ายเกม อารมณ์กำลังกดดันและเข้าด้ายเข้าเข็ม "เปแอสเช" ได้จุดโทษ คาวานี่ เดินถือบอลไปเตรียมยิงตามหน้าที่ แต่ เนย์มาร์ เดินเข้าไปขอเล่น แน่นอนว่าเขาไม่ให้ เพราะมองว่า เนย์มาร์ เล่นฟรีคิกไปแล้ว สำคัญกว่านั้นคือ คาวานี่ ดันยิงไม่เข้า แม้สุดท้ายทีมจะชนะ 2-0 ก็ตาม แต่ชัยชนะนี้ กลับสร้างเรื่องร้อนออนไลน์ แสดงถึงรอยร้าวเล็กๆ ภายในทีม

หลังเกม อูไน เอเมรี่ กล่าวถึงเรื่องนี้ บอกว่าไม่ต้องการให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น อยากให้นักเตะปรับความเข้าใจกัน และจัดการตกลงแบบลูกผู้ชายเอง ถ้าไม่เคลียร์เดี๋ยวพี่ค่อยลุย อะไรแบบนั้น แต่จากข่าวล่าสุดดูจะยิ่งเลวร้าย เพราะ คาวานี่ และ เนย์มาร์ ยังไม่คุยกัน แถมเลิกฟอลโลว์โซเชี่ยลกันแล้ว ดูทรงคงไม่จบง่ายๆ

จุดเริ่มต้นจาก ดานี่ อัลเวส เดินไปแย่งลูกบอลมาให้ เนย์มาร์ เดินไปยิงฟรีคิก

แม้ว่า เนย์มาร์ จะเพิ่งย้ายมา แต่เชื่อเถอะว่าในใจลึกๆ และเชื่อว่าเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เขาย้ายจาก บาร์เซโลน่า มาอยู่ ปารีส ด้วย นั่นคือการต้องการเป็นเบอร์หนึ่ง และที่นี่ก็ "เหมือน" จะยกให้เขาเป็นได้อย่างที่ต้องการ แต่พอเอาเข้าจริง คาวานี่ ที่เป็นคนที่อยู่มาก่อน เป็นดาวยิงคนสำคัญของทีมมาก่อนในซีซั่นที่แล้ว กลับไม่ยอมยกตำแหน่งเบอร์หนึ่งให้ง่ายๆ ทำให้ "อีโก้" ของทั้งสองถูกงัดออกมาฟาดฟันกันในสนาม ถ้าแค่สองคนคงไม่เท่าไหร่ แต่เหมือนประเด็นเล่นพรรคเล่นพวกก็กลายเป็นสิ่งที่ถูกหยิบขึ้นมาให้คนนอกสนามเห็นเหมือนกัน การที่ อัลเวส ที่เข้ามาพร้อมๆ เนย์มาร์ แต่ก็กล้าเข้าข้างรุ่นน้องร่วมชาติ ทำท่าทางไม่เห็นหัวเพื่อนในทีม มันก็เป็นการเลือกข้างจนอาจทำให้คนอื่นๆ ในทีมอึดอัดไปด้วย

หลังเปแอสเชได้ประตูขึ้นนำ คาวานี่ เดินไปขอจับมือกับ เนย์มาร์ แต่เจ้าตัวไม่จับ

จากมือที่ยื่นมาจับเป็นเดินเอือมไปเพื่อกอด เนย์มาร์ แทน 

คาวานี่ อาจจะฉุกคิดได้ว่ากอดไว้ปลอดภัยกว่า

แบบนี้คนที่อยู่วงนอก ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ จะมองอย่างไร คนหนึ่งก็เพื่อนที่เล่นด้วยกันมาหลายซีซั่น อีกคนก็เป็นนักเตะใหม่และเป็นคนสำคัญที่สโมสรพร้อมจะยกหางเพราะซื้อมาด้วยราคาแพงเป็นสถิติโลก ทำให้กลายเป็นอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แล้วรอยร้าวเรื่องเล็กๆ จะกลายเป็นรอยร้าวที่ใหญ่ขึ้นและอาจส่งผลให้กลายร่างเป็นอุปสรรคสำคัญในการสู้เพื่อความยิ่งใหญ่ของทีมอย่างที่ต้องการได้

ฟุตบอลเล่นกัน 11 คน ทุกคนต้องสามัคคี ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่ของตัวเองในสนาม แต่ต้องมีสายสัมพันธ์กันภายในทีม เพื่อนร่วมทีมที่ต้องเล่นด้วยกัน ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานในบริษัท การแบ่งฝ่าย การอวดดี การไม่เห็นหัวคนอื่น การมีอีโก้ ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแน่นอน นี่อาจเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดที่ทีมต้องแก้ปัญหาอย่างจริงจังก่อนที่เรื่องจะใหญ่เป็นไฟลามทุ่ง หากสุดท้ายเคลียร์กันไม่ได้ มีใครคนใดคนหนึ่งไม่แฮปปี้ไม่โอเค จุดจบคงไม่สวยแน่นอน

"มิสเตอร์XL"