ทีมช้างศึกชุดเล็ก หรือทีมชาติไทยยู 23 ได้ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของศึกยู23 ชิงแชมป์เอเชีย 2018 ที่ประเทศจีน แน่นอนแล้ว ในฐานะทีมอันดับสองที่ดีที่สุด 1 ใน 6 ทีม ซึ่งการเข้ารอบครั้งนี้บอกเลยว่าสะบักสะบอมจริงๆ เปียกปอนและชุ่มช่ำกันเลยทีเดียว แม้ผลงานในรายการนี้อาจจะไม่สวย ไม่ตามเป้า ไม่เข้าตาใครบางคน แต่เราก็ผ่านเข้ารอบสุดท้ายก็น่าพอใจ

แม้จะต้องลุ้นกันตัวโก่งสำหรับแฟนบอลชาวไทยกับทีมชาติไทย ชุดยู23 ที่ได้ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของศึก "เอเอฟซี ยู23 แชมเปี้ยนชิพ 2018" หรือศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย 2018 ที่ประเทศจีนได้สำเร็จ โดยเกมนัดสุดท้ายรอบคัดเลือกที่เพิ่งจะเตะจบกันไปเมื่อช่วงค่ำวันนี้ (23 ก.ค.) ทีมช้างศึกต้องลงเล่นด้วยความยากลำบากอีกครั้ง หลังฝนตกลงมาห่าใหญ่ตอนที่เริ่มต้นเกมไปไม่กี่นาที ในการพบกับอินโดนิเซีย

ซึ่งเกมนัดแรกที่เราเจอกับมองโกเลีย ก็เจอฝนกตกลงมาชุดใหญ่ไปแล้ว โดยเกมนั้นตกลงมาก่อนเกมจนน้ำท่วมสนาม นักเตะต่อบอลกันไม่ได้ บอลเล่นกันไม่เป็นทรงนำมาซึ่งผลเสมอ 1-1 ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นาๆ มากมาย ทั้งเรื่องของผลงาน และสภาพสนามที่ไม่พร้อม

มาในเกมนี้กับอินโดนิเซีย ก่อนเกมท้องฟ้าแจ่มใส แต่พอผ่านไป 25 นาที เท่านั้นฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่ชนิดที่มองเกมไม่เห็นกันเลย และแล้วสภาพสนามก็ไม่ต่างจากเกมนัดกับมองโกเลีย พื้นสนามชุ่มไปด้วยน้ำที่เจิ่งนอง นักเตะต่อบอลกันไม่ได้ ต้องใช้บอลโยน เล่นกันด้วยความยากลำบาก แต่ในครึ่งหลังก้ยังดีที่ฝนซาลงไป และสนามก็ดีขึ้นกว่าเกมแรกเล็กน้อย แต่มันก็ยังไม่โอเครอยู่ดี ยังต่อบอลกันยากต้องโยนยาวอยู่ดี บอลก็ไม่เป็นทรงเหมือนเดิม 

ซึ่งกว่าที่จะจบการแข่งขันเราก็เกือบไปเหมือนกัน อินโดฯ บุกมามีเสียวหลายครั้ง ท้ายเกมก้ลุ้นกันตัวโก่งว่าไทยจะยิงได้ไหม แต่สุดท้ายก็ทำอะไรกันไม่ได้ จบลงด้วยผลเสมอ 0-0 ทำให้ทีมชาติไทย เก็บได้ 5 คะแนน จากสามเกม ต้องลุ้นเหนื่อยกับการเข้ารอบในฐานะทีมอันดับสองของกลุ่ม เนื่องจากมาเลเซีย นั้นเก็บได้ 6 คะแนน ลอยลำเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มไปเรียบร้อย

แต่สุดท้ายก็ถือว่าโชคดีที่เราก็ตามมาเลเซีย เข้ารอบไป ในฐานะทีมอันดับสองที่ดีที่สุด 1 ใน 6 ทีม ของรอบคัดเลือก เดี๋ยวจะอธิบายรายละเอียดอีกทีก่อนจะไปไปว่ากันต่อที่เรื่องอื่นมีสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะพูดถึงเกมวันนี้ นั้นก็คือหัวจิตหัวใจของแฟนบอลไทย โดยเฉพาะที่นั่งอยู่อัฒจันทร์ฝั่งไม่มีหลังคา 

และหลังประตูสองฝั่ง ที่แม้ฝนจะตกลงมาหนักแค่ไหนแต่ไม่มีถอย อยู่เชียร์กันเหมือนเดิม มีช่วงแรกที่วิ่งไปหลบฝนหาเสื้อกันฝนมาใส่ แต่หลังจากนั้นก็กลับมานั่งเชียร์กันเหมือนเดิม รวมทั้งแฟนบอลทุกคนที่มาเชียร์ในวันนี้ ไม่มีคำไหนจะบอกกับทุกคนนอกจากคำว่า "พวกคุณสุดยอดมาก" 

มาว่ากันที่เรื่องศึกฟุตบอลยู23 ชิงแชมป์เอเชียกันต่อ เรื่องฝนเรื่องสนามไม่พูดละนะครับ สำหรับทีมชาติไทยชุดนี้แม้จะเริ่มต้นได้ไม่ดีด้วยการเสมอมองโกเลีย 1-1 ซึ่งถ้านัดแรกสนามไม่เละผมมั่นใจว่าเราชนะได้แน่นอน จากนั้นเราก็ชนะมาเลย์ 3-0 และนัดสุดท้ายก็เสมออิเหนาไป 0-0 เก็บได้ 5 คะแนน แม้จะไม่ชนะรวด เราได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ผมว่ามันเป็นตอนจบที่สวยงามแล้วครับ ส่วนพวกที่ดราม่า โพสต์ด่านู่นนี่นั่น ผมอยากจะถามว่าพวกคุณจะเอาอะไรอีกครับ และอยากรู้จริงๆ ว่าไอ้พวกนี้มันเคยไปเชียร์ทีมชาติไทยที่สนามมั่งไหม

ผลงานในสนาม รูปเกมการเล่นจะเป็นอย่างไร มันเป็นแค่ส่วนประกอบ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นผมว่ามันสำคัญว่า เราได้ไปเล่นรอบสุดท้ายที่จีนในปี 2018 ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว เมื่อถึงเวลานั้นที่เราได้เจอคู่แข่งในระดับเอเชีย เจอของจริง อันนั้นเราถึงจะเห็นมาตรฐานของเราได้ชัดเจน แล้วค่อยมาว่ากันใหม่

ขออธิบายอีกครั้งสำหรับศึกฟุตบอลยู23 ชิงแชมป์เอเชียรอบสุดท้าย ที่ประเทศจีน ในปีหน้าเพื่อหลายคนจะยังไม่ทราบ ซึ่งรอบสุดท้ายนั้นจะมีทีมแข่งขันทั้งหมด 16 ทีม โดยในรอบคัดเลือกนั้นมีทั้งหมด 40 ทีม แบ่งเป็น 10 กลุ่ม จะคัดเอาแชมป์กลุ่ม 10 ทีมผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายอัตโนมัติ บวกกับรองแชมป์กลุ่มที่ดีที่สุดอีก 5 ทีม จาก 10 กลุ่ม รวมเป็น 15 ทีม บวกกับเจ้าภาพจีน อีกหนึ่งทีมเป็น 16 ทีมในรอบสุดท้าย ซึ่งเดี๋ยวจะมีการจับสลากแบ่งสายอีกครั้ง โดยจะมีคิวลงฟาดแข้งกันระหว่างวันที่ 9-27 ม.ค.2018

แต่ว่าในการแข่งขันครั้งนี้ จีน ที่เป็นเจ้าภาพรอบสุดท้ายก็มาลงเตะในรอบคัดเลือกด้วยเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของทีม แต่ไม่นำจีนนั้นมาคิดคะแนน เพราะได้เล่นรอบสุดท้ายอยู่แล้ว แต่เผอิญว่าพี่จีนดันคว้าแชมป์กลุ่มเจ ที่มีญี่ปุ่นอยู่ด้วย ทำให้ทีมแชมป์กลุ่มที่เข้ารอบเหลือแค่ 9 ทีม จึงเพิ่มโควต้าอันดับสองที่ดีที่สุดเป็น 6 ทีม ซึ่งไทยก็เป็นหนึ่งในนั้นที่จะได้ไปเล่นรอบสุดท้าย ที่ตอนนี้มีแล้ว 10 ทีม ประกอบไปด้วย จีน (เจ้าภาพ),โอมาน (แชมป์กลุ่มเอ),อุซเบกิสถาน (แชมป์กลุ่มดี),ออสเตรเลีย (แชมป์กลุ่มเอฟ),เกาหลีเหนือ (แชมป์กลุ่มจี),มาเลเซีย (แชมป์กลุ่มเอช),เกาหลีใต้ (แชมป์กลุ่มไอ),ไทย (รองแชมป์กลุ่มเอช),เวียดนาม (รองแชมป์กลุ่มไอ) และ ญี่ปุ่น (รองแชมป์กลุ่มเจ)

ส่วนอีก 6 ทีมที่เหลือ ยังต้องรอการเตะของโซนอาหรับที่น่าจะรู้ผลทั้งหมดช่วงดึกๆ ประมาณตีสองตีสามที่เตะกันครับทุกกลุ่มก็คงจะได้ทราบว่า 16 ทีมสุดท้ายมีใครกันไปบ้าง ซึ่งผมจะมาสรุปต่อท้ายให้อีกทีเมื่อทราบผล

โดยทีมชาติไทยชุดยู 23 นี้ ถ้านับผลงานทั้งหมดตั้งแต่เก็บตัวฝึกซ้อมกันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว รวมทั้งลงแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องทัวร์นาเม้นท์ต่างๆ ถือว่าผลงานนั้นสวยหรูมากนะครับ ภายใต้การคุมทีมของ "โค้งโย่ง" วรวุธ ศรีมะฆะ และมีผู้จัดการทีมคนสวยอย่าง "คุณเดียร์" วทันยา วงษ์โอภาษี ดูแลทีม โดยพวกเขาคว้าแชมป์ได้ 2 รายการในทัวร์นาเม้นท์อุ่นเครื่องอย่าง เนชั่นส์ คัพ 2016 ที่ประเทศมาเลเซีย และล่าสุดก็คือแชมป์ดูไบ คัพ ที่ยูเออี และครั้งนี้แม้จะผลงานไม่สวยแต่เราก็ทำได้ตามเป้า

โดยหลังจากนี้จะมีทัวร์นาเม้นท์ซีเกมส์ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งรายการที่ท้าทายทีมงานสตาฟฟ์โค้ช และนักเตะทุกคน ที่เรานั้นไม่สามารถเป็นอย่างอื่นไปได้ นอกจากเหรียญทองและคว้าแชมป์เท่านั้น สำหรับผมที่ตามทีมชุดนี้มาตลอดผมเชื่อมาเรทำได้

จากนี้ต่อไปก็รอติดตามผลงานของทีมชาติไทย ยู23 กันต่อในซีเกมส์ ที่มาเลเซีย นะครับ ซึ่งจะแข่งขันกันในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ และทัวร์นาเม้นท์สุดท้ายค่อยไปว่ากันในศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศจีนต้นปีหน้าต่อไป

มูซาชิ