ศึกชิงแชมป์ สโมสรโลก จบลงไปเมื่อ 18 ธันวาคม ด้วยชัยชนะของทีมแชมป์ยุโรปอย่าง เรอัล มาดริด ตามความคาดหมาย ใครที่เห็นแค่สกอร์ 4-2 คงคิดว่าเป็นงานสบายของ “ราชันชุดขาว” เหมือนเดิม แต่ถ้าหากใครติดตามทัวร์นาเมนต์นี้ คงไม่มีใครไม่พูดถึง คาชิม่า แอนท์เลอร์ส ทีมตัวแทนเอเชีย ที่หาญกล้าต่อกรกับยักษ์ใหญ่ได้อย่างสุดสนุก

        คนที่ได้เป็นสักขีพยานในเกมนี้ ไม่ว่าจะเป็นในสนามที่ญี่ปุ่น หรือบนหน้าจอโทรทัศน์บ้านเรา คงได้เห็นความไม่ธรรมดาของทีม จากทีมที่ได้สิทธิ์เข้ามาแข่งรายการนี้ในฐานะเจ้าภาพ แต่กลับไต่ระดับไปได้ถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่กลับเป็นทีมจากเอเชียทีมแรกที่เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ และสู้กับทีมแชมป์ ยูโรป 11 สมัยอย่าง เรอัล มาดริด ได้อย่างน่าตื่นตา ทีมจากแดนอาทิตย์อุทัยขึ้นนำ “ราชันชุดขาว” ถึง 2 ครั้ง 2 ครา ทว่าปาฏิหาริย์ก็ไม่เกิดขึ้น 90 นาทีเสมอกัน 2-2 และนั่นก็ทำให้ช่วงเวลาของซินเดอร์เรลล่าของ แอนท์เลอร์ส หมดลง ก่อนที่สุดท้ายจะพ่ายแพ้ไปแบบสิ้นกระบวนท่าในช่วงต่อเวลา

        ทิ้งไว้เพียงแค่จิตใจอันมุ่งมั่น พลังอันเร่าร้อนในสนาม และเสียงเชียร์อันกึกก้องเท่านั้น

คานาซากิ ดาวซัลโวของทีม ผิดหวังที่ช่วยทีมเขียนประวัติศาสตร์ไม่ได้

        เส้นทางของ คาชิม่า ที่ได้เข้ามาเล่นในรายการนี้อาจไม่น่าอภิรมย์เท่าไหร่ พวกเขาได้ตั๋วมาเพราะการเป็นแชมป์ครึ่งฤดูกาลแรกของ เจ ลีก คว้าอันดับ 1 ได้แบบฉิวเฉียด 17 นัด 39 คะแนน เหนือกว่า คาวาซากิ ฟอนทาเล่ เพียงแค่แต้มเดียว แต่นั่นก็ดูเหมือนจะเพียงพอแล้วกับสิ่งที่ คาชิม่า ต้องการ เพราะครึ่งฤดูกาลหลังพวกเขาทิ้งการแข่งขันแบบสิ้นเชิง จนผลงานย่ำแย่ เก็บได้เพียง 20 แต้ม รั้งอันดับ 11 ของเลกสอง เจ ลีก แถมยังชนะได้เพียงแค่ 6 เกมเท่านั้นด้วย

        แต่จากการที่พวกเขาเป็นแชมป์ในครึ่งซีซั่นแรก ทำให้มีโอกาสได้เข้าชิงชนะเลิศในช่วงท้ายฤดูกาลใน ไฟนัล สเตจ ทีม “เขากวาง” เล่นกับ คาวาซากิ ที่เป็นรองแชมป์ลีกฤดูกาลปกติ และเอาชนะไปได้ 1-0 พอมาในรอบชิงชนะเลิศ พวกเขาพวกเขาต้องเจอกับทีมแชมป์ครึ่งซีซั่นหลัง และแชมป์ในฤดูกาลปกติอย่าง อุราวะ เร้ด ไดมอนส์ ที่ฟอร์มสุดแจ่มทิ้งอันดับในเลกสองแบบขาดลอย 6 คะแนน 

        นัดชิงเล่นกัน 2 แมตช์เหย้าและเยือน เกมแรกเล่นกันที่ คาชิม่า ซ็อคเกอร์ สเตเดี้ยม บ้านของ แอนท์เลอร์ส ก่อน และผลก็ไม่ออกมาอย่างที่พวกเขาต้องการ การแพ้คาถิ่นของตัวเอง 0-1 ทำให้อะไรๆ ยากขึ้นแน่นอนในเกมที่สอง 

        แต่ คาชิม่า ไม่ละทิ้งความหวัง พวกเขาพกหัวใจอันหนักแน่นไปยัง ไซตามะ สเตเดี้ยม บ้านของ อุราวะ แต่ฝันร้ายก็ยังตามมาหลอกหลอน เพราะเจ้าบ้านได้ประตูนำไปก่อนอย่างรวดเร็วในนาทีที่ 7 นั่นทำให้งานหนักตกมาที่ แอนท์เลอร์ส เพราะต้องยิงอีกถึง 2 ประตูเพื่อคว้าชัย 

        โจทย์ดูจะโหดหิน แต่ไม่อาจต้านทานความต่อมุ่งมั่นได้ ก่อนจะจบครึ่งแรก 5 นาที คานาซากิ มู ยิงประตูตีเสมอให้กับ คาชิม่า ได้สำเร็จ ในห้องแต่งตัวตอนพักครึ่งเวลา อิชิอิ มาซาทาดะ เฮดโค้ชของทีมต้องทำการบ้านอย่างหนัก แต่สิ่งที่เขามีมากกว่ากึ๋นในการคุมทีมคือ พลังในการเรียกทีมสปิริต และนั่นคือสิ่งสำคัญกว่า เขาปลุกให้ แอนท์เลอร์ส ลุกขึ้นอีกครั้ง ต้านเจ้าบ้านไว้ให้มากที่สุด รูปเกมออกมาสูสีขึ้น ก่อนที่เทพธิดาแห่งชัยชนะจะหันไปยิ้มให้ทีมเยือน เมื่อผู้ตัดสินเป่านกหวีดให้จุดโทษพวกเขาในนาทีที่ 77 และเป็น คานาซากิ คนเดิมที่สังหารเข้าไป สกอร์รวมตอนนั้น 2-2 แล้ว และเมื่อเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น ก็ถึงเวลาประกาศชัยชนะด้วยกฎประตูทีมเยือนของ แอนท์เลอร์ส ทีม “เขากวาง” คว้าแชมป์ เจ ลีก ได้ทั้งที่ในฤดูกาปกติจบแค่อันดับ 3 เท่านั้น หลังจากห่างหายจากการชูถ้วยแชมป์ลีกมานานถึง 7 ปี

การชูถ้วยแชมป์ เจ ลีก 2016 สิ้นสุด 7 ปีที่รอคอย

        ส่วนหนึ่งต้องยกเครดิตให้กับ อิชิอิ กุนซือของทีมที่รับตำแหน่งโค้ชยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 2016 ไปได้ เขาเป็นนักเตะที่เป็นตำนานของ แอนท์เลอร์ส อยู่แล้ว ทำให้การคุมนักเตะรุ่นน้องครั้งนี้ เป็นเหมือนชะตาลิขิต เขาเข้าอกเข้าใจทุกคนในทีม รู้ว่าต้องการ และไม่ต้องการอะไร เป็นโค้ชที่ทุกคนในทีมรัก และมอบความเชื่อมั่นให้ ทีมสปิริตเกิดจากจุดนี้ 

อิชิอิ กุนซือผู้สร้างสปิริตให้ทีม และคว้ารางวัลกุนซือยอดเยี่ยม เจ ลีก 2016

        ก่อนจะถึงเวทีสุดท้ายการชิงแชมป์สโมสรโลก คาชิม่า เล่นรอบเพลย์ออฟ กับ โอ๊คแลนด์ ซิตี้ แชมป์จากทวีปออสเตรเลียก่อน และชนะมาได้ 2-1 ฉิวเฉียด เข้ารอบไปเจอ มาเมโลดี้ ซันดาวน์ส แชมป์จากแอฟริกา และชนะได้อีก 2-0 

        งานโหดมหาโหดจริงๆ คือการเล่นรอบรองชนะเลิศกับ แอตเลติโก นาซิอองนาล จาก โคลัมเบีย ส่วนหนึ่งต้องบอกว่า นาซิอองนาล ปีนี้ไม่ได้ดีเหมือนปีก่อน แถมก่อนจะมาเล่นรายการนี้ ยังมีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจด้วย เนื่องจากคู่แข่งในนัดชิงชนะเลิศ โคปา ซูดาเมริกาน่า ถ้วยรองของแดนละติน อย่าง ชาเปโคเอนเซ่ ต้องเสียชีวิตเกือบยกทีมเพราะเหตุเครื่องบินตก พวกเขามาเล่นรายการนี้ด้วยจิตใจที่อาจไม่พร้อมนัก ก่อนที่ คาชิม่า เจ้าบ้านจะเอาชนะชาดลอย 3-0 และเข้างชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

        การเล่นนัดชิงชนะเลิศกับ เรอัล มาดริด เป็นการแสดงให้โลกได้เห็นว่าทีมจาก เอเชีย ก็พร้อมสู้กับบรรดายักษ์ใหญ่ในยุโรปเช่นกัน แผนการเล่นของพวกเขาในการรับมือ “ราชันชุดขาว” ไม่มีอะไรมาก แค่วิ่งสู้ฟัด สู้จนกว่าจะหมดกำลัง และมันก็มาได้แค่ 90 นาที พวกเขาต้านไม่ไหวในช่วงต่อเวลาพิเศษ และโดนยิงไปอีก 2 ประตู

แอนท์เลอร์ส ตั้งแถวขอบคุณกองเชียร์ที่เดินทางมาให้กำลังใจ ทุกคนเสียดาย แต่ไม่เสียใจ สปิริตของพวกเขา แสดงให้คนทั่วโลกได้เห็นแล้ว

        เราเคยได้ยินกันมานานถึงเรื่องของวิถี “บูชิโด” เลือดของ “ซามูไร” การลุกขึ้นสู้ของคนที่เคยแพ้สงคราม นั่นคือสิ่งที่ คาชิม่า แสดงออกมาให้เห็น พวกเขาไม่ใช่ทีมใหญ่ในตอนนี้ นักเตะในทีมไม่มีใครเลยที่เป็นตัวหลักในทีมชาติชุดปัจจุบัน มีกัปตันทีม โองาซาวาระ มิตสึโอะ อดีตทีมชาติวัย 37 ปี ที่ยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจของรุ่นน้อง มีเฮดโค้ชที่เป็นอดีตนักเตะของทีม เป็นผู้ปกครอง วันนี้ที่ คาชิม่า สร้างประวัติศาสตร์กระฉ่อนเอเชียด้วยการเป็นรองแชมป์สโมสรโลก และสู้กับทีมหัวแถวอย่าง เรอัล มาดริด ที่นำโดยเจ้าของรางวัล บัลลงดอร์ อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้อย่างสนุก เป็นเครื่องการันตีชัดเจนว่า “หากมีพลังใจที่แข็งแกร่ง โลกทั้งใบเราก็คว้าไว้ในมือได้” 

        หากพวกเขารักษานักเตะในทีมชุดนี้ รวมถึงตัวโค้ชไว้ได้ บอกได้เลยว่า เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า ใครก็ประมาทพวกเขาไม่ได้ โดยเฉพาะทีมกลุ่มเดียวกันอย่าง เอสซีจี เมืองทอง แชมป์ ไทยลีก

“มิสเตอร์XL”

ข้อมูลทีม 
คาชิม่า แอนท์เลอร์ส เอฟซี


ก่อตั้ง : 1947 ชื่อเดิม สุมิโมโตะ เมทัลส์ เอฟซี ที่ โอซาก้า (สมัครเล่น) ก่อนย้ายมาที่ คาชิม่า ในปี 1975 และเปลี่ยนชื่อมาเป็น คาชิม่า แอนท์เลอร์ส
สนามเหย้า : คาชิม่า ซ็อคเกอร์ สเตเดี้ยม ความจุ 40,728 ที่นั่ง
เฮดโค้ช :  อิชิอิ มาซาทาดะ
กัปตัน : โองาซาวาระ มิตสึโอะ


เกียรติประวัติ
แชมป์ เจ ลีก : 8 สมัย – 1996, 1998, 2000, 2001, 2007, 2008, 2009, 2016
ถ้วย สมเด็จพระจักรพรรดิ : 4 สมัย – 1997, 2000, 2007, 2010
เจ ลีก คัพ : 6 สมัย – 1997, 2000, 2002, 2011, 2012, 2015