"พลังเพลิง" พีทีที ระยอง เจ้าบุญทุ่มแห่งศึกยามาฮ่าลีกดิวิชั่น 1 ซึ่งในฤดูกาลที่ผ่านมาพลาดโอกาสเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก ทั้งๆที่ทุ่มงบประมาณไปมหาศาล

เริ่มจากการดึง "เซอร์เด็จ" จเด็จ มีลาภ มานั่งแท่นกุนซือใหญ่ พร้อมขนเอาดาวดังระดับไทยลีกมากมายมาร่วมทีม เพื่อเป้าหมายกลับคืนสู่ลีกสูงสุด แต่ก็กลายเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า จนต้องแยกทางกับกุนซือร่างท้วม แล้วดันผู้ช่วยอย่าง โค้ชแดง ทรงยศ กลิ่นศรีสุข มาขัดตาทัพ ผลงานดีขึ้นแต่ไม่สุด ท้ายฤดูกาลจึงได้แต่งตั้ง ลี จุน กิ นักเตะจอมเก๋าที่ได้รับบาดเจ็บมาลองงานโค้ช 1 นัด สุดท้ายจบอันดับ 8 ของตาราง 

โค้ชโจ เปิดตัวคุมพีทีที ระยอง อย่างเป็นทางการไปแล้ว

แต่ในปีหน้าฟ้าใหม่ แฟนคลับ "พลังเพลิง" ก็ได้รับข่าวดี เมื่อบอร์ดบริหารแต่งตั้ง "โค้ชโจ" ธีรศักดิ์ โพธิ์อ้น อดีตกุนซือเชียงราย ยูไนเต็ด เข้ามาคุมทัพอย่างเป็นทางการ ชื่อของ "โค้ชโจ" ได้รับการยอมรับในเรื่องของความใจถึง กล้าได้กล้าเสีย โดยเฉพาะเกมรุกที่ดุดัน เป็นฟุตบอลสมัยใหม่ที่เน้นการเอ็นเตอร์เทนอย่างแท้จริง

ด้วยวัย 38 ปี แต่ผ่านการคุมทีมระดับไทยลีกมา 3 ปี ไม่นับตอนที่เป็นผู้ช่วย ก็สามารถยกระดับให้ "กว่างโซ้งมหาภัย" เป็นทีมที่น่าจับตามอง เริ่มจากปี 2014 เข้ามาคุมเชียงราย ยูไนเต็ด เป็นฤดูกาลเเรก สามารถพาทีมคว้าอันดับที่ 7 ต่อด้วยฤดูกาล 2015 เข้าป้ายคว้าอันดับ 9 เเละปี 2016 นำ เชียงราย จบอันดับที่ 8 ของตาราง

แต่การมาคุมทีมระดับดิวิชั่น 1 ครั้งนี้ "โค้ชโจ" จะได้พิสูจน์ตัวเองอย่างแท้จริง เพราะที่ผ่านมาก็มีกระแสออกมาหนาหูว่า เชียงราย ก็มีเฮดของเฮดโค้ช การทำงานอาจจะไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย อันนี้ก็ไม่มีใครการันตีนะครับว่าจริงอย่างที่เค้าลือกันหรือไม่

แต่นั่นคืออดีต เพราะปัจจุบัน "โค้ชโจ" ย้ายมาคุมทีม พีทีที ระยอง สถานที่แห่งนี้จะเป็นที่โชว์ของ ว่าเป็นของจริงหรือไม่

สรัญ รังคสิริ ประธานสโมสร พีทีที ระยอง

บอร์ดบริหาร "พลังเพลิง" ค่อนข้างจะเชื่อมันในมือของ "โค้ชโจ" อย่างมาก 

สรัญ รังคสิริ ประธานสโมสร พีทีที ระยอง กล่าวว่า "หลังจากเราใช้เวลาคัดสรร และสัมภาษณ์โค้ชทั้งไทย และต่างชาติที่มีความรู้ความสามารถหลายท่านเพื่อมาร่วมอุดมการณ์ในการพาสโมสรพีทีที ระยอง ไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ท้ายที่สุดแล้วเราประทับในตัวโค้ชโจ (ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น) เนื่องจากความมุ่งมั่นที่แสดงออกมา โปรไฟล์ผลงานฝีมือในการคุมทีมรวมถึงประสบการณ์ของเขาอยู่ในระดับที่เรามองหา แถมทิศทางในการทำทีมก็สอดคล้องกับที่สโมสรฯต้องการ"

" เขาจึงเป็นคนที่เหมาะสมที่เราเลือกมาร่วมงาน และแน่นอนว่าผมเองรู้สึกมั่นใจในตัวโค้ชโจ จะเข้ามาพัฒนาทีม สร้างสปิริต ทำฟุตบอลสนุก มีประสิทธิภาพ และสามารถนำความสุขพร้อมความสำเร็จมาสู่แฟนๆได้ในฤดูกาลนี้"

ด้านกุนซือหนุ่ม ก็ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกถึงงานใหม่สุดท้าทายในครั้งนี้ว่า 

 “อันดับแรกเลยตัวผมเองต้องขอบคุณทางสโมสรพีทีที ระยอง สำหรับโอกาสและความเชื่อใจที่มีให้กับผม ซึ่งแน่นอนว่าการที่ผมมาที่นี่ ผมมีเป้าหมายที่ค่อนข้างชัดเจนไปในทางเดียวกันกับสโมสร คือการพาทีมไปสู่ความสำเร็จในอนาคตอันใกล้ และสร้างความสุขให้กับแฟนบอลพลังเพลิงทุกคน โดยผมมองว่าสโมสร พีทีที ระยอง เองนั้นมีความพร้อมในทุกๆ ด้าน ผมจึงรู้สึกยินดีมากที่ได้ร่วมงาน ซึ่งหลังจากนี้การเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนของผม ผมจะทำให้สุดความสามารถและจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด สุดท้ายผมต้องขอฝากเนื้อฝากตัวแฟนๆ พีทีที ระยอง ด้วยครับ”

เป้าหมายที่บอร์ดบริหารวางไว้ เลกแรกติดท็อปไฟว์ เพื่อที่เลกสองจะเดินหน้าล่าตั๋วไทยลีกอย่างเต็มตัว ผมเชื่อมั่นในศักยภาพของกุนซือรายนี้ ว่ามีโอกาสทำได้ หลังจากนี้มารอดูเรื่องแผนการทำทีมและการเสริมทัพกันนะครับว่าจะฮือฮามากน้อยแค่ไหน ถ้าเริ่มต้นได้ดีปีหน้าได้ลุ้นยาวๆตามที่ต้องการแน่นอน

นี่คือบททดสอบสำคัญ กับทีมที่มีควาดคาดหวังสูงเช่นนี้ จะแจ้งเกิดได้หรือไม่ รอลุ้นกันครับ

ภาพ: PTT Rayong