อีกไม่นานเราก็จะได้รู้กันแล้วนะครับว่า 3 ทีมที่เลื่อนชั้นจากลีกดิวิชั่น 2 ขึ้นมาสู่ลีกดิวิชั่น 1 คือทีมอะไรบ้าง

เรียกได้ว่าลุ้นกันจนเหงื่อตกใจสั่นแน่นอน เพราะปีนี้เก่งอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องเฮงด้วยนะครับ เพราะทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยจะมีการจับสลากหา 3 ทีมผู้โชคดีเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นดิวิชั่น 1เนื่องจากความจำเป็นเรื่องสถานการณ์ปัจจุบัน แข่งมาทั้งปีหวังว่าจะไม่ใช้ดวงไปหมดแล้วนะครับ

วันนี้ผมจะพามารู้จัก 4 ทีมที่ฝ่าฟันอุปสรรคมาตั้งแต่รอบภูมิภาค - รอบแชมเปี้ยนส์ลีก จนได้เข้ามาลุ้นตั๋วดิวิชั่น 1 ซึ่งมีมีทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า ไปเริ่มกันเลยครับ

" พญาไก่ชน" หนองบัวพิชญ เอฟซี

เจ้าบุญทุ่มจากโซนภาคเหนือ ที่มีอดีตนักเตะดังอย่าง ธีระเวคิน สีหะวงศ์ คุมทัพอยู่ ย้ายจากภาคอีสานมาปีแรกและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการคว้าแชมป์ภูมิภาคมาได้ ในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก 16 ทีมสุดท้ายผ่าน อยุธยา เอฟซี และเพื่อนบ้านอย่างอุดรธานี เอฟซี มาได้แบบลุ้นเหนื่อย เมื่อโดนนำห่าง 4-1 แต่กลับมายิงรวดเดียว 2 ประตู รวมผล 2 นัดเสมอ 4-4 เข้ารอบด้วยกฎอเวย์โกลได้สำเร็จ 

เรื่องขุมกำลังของทีมไม่มีปัญหา นักเตะอย่าง วิชิตชัย รักษา, อุทัย ผิวเงิน,วิชา นันทะศรี, ธาตรี สีหา, กัสตัน ราอูล กอนซาเลซ, วิคเตอร์ เมนซาห์ , บรรลือศักดิ์ ยอดยิ่งยงค์ และ ได มิน จู ผ่านเวทีไทยลีกมาแล้ว ดังนั้นไม่น่าเป็นห่วงหากได้เลื่อนชั้นจริง เพราะระดับนี้เอาตัวรอดสบาย ส่วนแฟนคลับก็แน่นเอี๊ยด เต็มสนามเกือบทุกนัด เรื่องงบประมาณก็ร่ำรวยไม่แพ้ใคร แต่สนามแข่งขันนั้นอาจมีปัญหาเล็กน้อย เพราะสนามภายในมหาวิทยาลัยจะสร้างเสร็จในปี 2561 ยังไงก็ต้องปรับปรุงพอสมควรเมื่อให้ผ่านมาตรฐานดิวิชั่น 1 นะครับ


" ช้างขาวจ้าวเกาะ" ตราด เอฟซี

เพิ่งจะตกชั้นไปเมื่อปีก่อน และมีโอกาสสูงที่จะใช้เวลาแค่ปีเดียวกลับสู่ลีกพระรองได้ ก่อนการแข่งขันในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อบอร์ดบริหารตัดสินใจแยกทางกับ ชยพล คชสาร กุนซือใหญ่ด้วยเหตุผลเรื่องแนวทางการทำทีมทั้งๆที่ "โค้ชป๋อง" ก็พาทีมคว้าแชมป์โซนภาคตะวันออกมาได้แบบไร้คู่แข่ง พร้อมกับแต่งตั้ง "โค้ชเป" สมเกียรติ ฟองเพชร อดีตกุนซืออุดรธานี และสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติไทยชุดยู 19 มาคุมทัพแทน

หากไปดูที่ขุมกำลังถือว่ายอดเยี่ยมใช้ได้ ชัยพร อุตตมะรัตน์ ยืดตำแหน่งมือ 1 เฝ้าเสาแน่นหนึบ สุภภรณ์ พรหมพินิจ มิดฟิลด์ผึ้งงานที่ย้ายมาเลกสองเป็นตัวไล่บอล ส่วน โซโลมอน โอคูตู ดาวเตะคนสำคัญชาวกานาเป็นตัวตัดเกม นอกจากนี้ยังมี จิราวุฒิ สารนันต์ กองหน้าตัวทีเด็ดที่ยิงไปแล้ว 9 ประตู 

เอริวัลโด้ โอลิเวียร่า หอกฟอร์มแรงชาวบราซิลที่กดไป 11 ประต และ วุฒิชัย อะสุชีวะ ที่ซัดไป 8 ลูกเป็นคู่หูเกมรุกรวมถึง อันเดร อาราอูโจ้ อดีตหัวหอกชลบุรีเป็นที่เด็ดในม้านั่งสำรองด้วยความที่มีประสบการณ์ในศึกดิวิชั่น 1 มีแล้วก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง มาตรฐานทุกอย่างผ่านหมดเหลือแค่การเตรียมทีมที่ต้องเน้นหนักซักนิดหากต้องการเอาตัวรอดให้ได้

 

"นาคามรกต" เกษตรศาสตร์ เอฟซี 

มีเป้าหมายกลับมาเล่นในศึกดิวิชั่น 1 อีกครั้ง โดยเล่นครั้งสุดท้ายปี 2549 หรือ 10 ปีที่แล้ว ก่อนหน้านี้เคยผ่านเข้ามาเล่นในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก 2 ครั้งในปี 2554 และ 2556 แต่ก็ต้องอกหัก มาปีนี้โอกาสดีที่สุดนับตั้งแต่แข่งขันในรอบแชมเปี้ยนส์ลีกมา

ความพร้อมของทีม ดูดีกว่าที่ผ่านมา โดยมีการรวมนักเตะเก๋าๆประสานงานกับแข้งดาวรุ่งได้ดี มีทั้งนักเตะตัวเก๋าและดาวรุ่งเริ่มจากผู้รักษาประตู ศักดิ์ก้องภพ สุขประเสริฐ เคยเล่นกับ พัทยา ยูไนเต็ด, ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด และเคยมีชื่อติดทีมชาติไทยชุด ยู19, ส่วนแนวรับ ดาเนียล เมโล อดีตแข้งเพื่อนตำรวจ มีประสบการณ์สูงไม่แพ้ใคร ปีก่อนผ่านเวทีชปล.กับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด และช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 มาได้

นอกนั้นก็มีนักเตะที่ชื่อคุ้นหูอย่าง สุขสยาม ชาญมณีเวช, โอฬาร ลิ้มสัมพันธ์สันติ ด้านเกมรุก โคเน่ ซิดิกี้, ประสิทธิ์ พัฒนธนาวิสุทธิ์, ธนาเศรษฐ์ จินตภาภูธนสิริ, พิสิษฐ์ สุพัฒน์ธนกูล และ คู่หูอย่าง โจนาธาน เฟอร์ไรร่า รีส กับ เคสลีย์ ฮวน อัลเวส ก็ช่วยกันถล่มประตูได้เป็นกอกเป็นกำ

ทีมจากโซนเมืองหลวงมักจะมีปัญหาเรื่องจำนวนแฟนบอลที่น้อยนิด นี่คือสิ่งที่จะต้องแก้ไขโดยด่วนหากสามารถเลื่อนชั้นได้สำเร็จ ส่วนสนามไม่มีปัญหา เพราะได้มีการปรับปรุงใหม่รองรับแฟนบอลได้หลายพันคน  

"เดอะรูสเตอร์" สุราษฎร์ธานี เอฟซี

ม้ามืดของจริง หลายๆปีที่ผ่านมามักจมอยู่ท้ายตารางของโซนภาคใต้ จมมาปีนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในส่วนของบอร์ดบริหารอย่างที่หลายๆคนทราบกัน ทำให้ทีมกลับมาคืนชีพอีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้มของแฟนบอลทั้งจังหวัด

ย้อนกลับไปในปี 2550-2552 "เดอะรูสเตอร์" ก็เคยเล่นในเวทีลีกพระรองมาแล้ว ก่อนจะตกชั้นมาเป็นขาประจำดิวิชั่น 2 และก็มักจะทำผลงานได้ไม่ดี รั้งอันดับท้ายตารางอยู่เป็นประจำ แต่ในปีนี้มีการเปลี่ยนขั๋ว ตอนแรกอาจจะมีปัญหาบ้าง แต่หลังจากนั้นฟอร์มทีมก็แล่นฉิว แม้จะไม่ใช่ทีมเงินถุงเงินถัง เน้นเด็กท้องถิ่น แต่มีทีมเวิร์คที่ยอดเยี่ยมจนผงาดคว้าแชมป์โซนภาคใต้ได้อย่างพลิกความคาดหมาย 

 “โค้ชอี๊ด”มณเฑียร มรกต กุนซือใหญ่ สามารถเค้นฟอร์มเก่งของผู้เล่นออกมาได้ ไม่จำเป็นต้องมีซุปเปอร์สตาร์ ที่แฟนบอลคุ้นหูที่สุดคงหนีไม่พ้น ประหยัด บุญญา กองหลังจอมเก๋าอดีตทีมชาติไทย ที่เข้ามาเป็นกำลังหลักในเลกที่ 2 ซึ่งก็ยังคงความแข็งแกร่งดุดันเหมือนเดิม ส่วนอีกคนคือ สุพจน์ จดจำ ดาวซัลโวสูงสุดของทีม และดาวซัลโวรอบชปล. ซึ่งเป็นตัวความหวังสูงสุด ส่วนที่เหลือก็เป็นดาวรุ่งซะส่วนใหญ่

วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม 2559 เวลา 13.30 น. ณ ที่ทำการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ชั้น 3 อาคารพงษ์สุภี จะเป็นวันจับสลากหา 3 ทีมผู้โชคดี น่าจะเป็นวันที่ลุ้นที่สุดวันหนึ่งในประวัติศาสตร์บอลไทย ผมไม่แน่ใจนะครับว่าในอดีตมีการวัดดวงแบบนี้หรือไม่ ถ้าว่างๆจะไปลุ้นถึงที่ซะหน่อย 

แล้วแฟนบอลทุกท่านว่ายังไงครับ เอาใจช่วยทีมไหนดี

ภาพ: Nongbua Pitchaya F.C.  "Fanclub" , ตราด เอฟซี (Trat F.C.),สโมสรสุราษฎร์ธานี เอฟซี, Kasetsart FC