​ทีมชาติอังกฤษ ชุดลุยศึก ยูโร 2016 มีประเด็นให้พูดถึงมากมายเกี่ยวกับการเลือกนักเตะทั้ง 23 คน

ไม่ว่าจะเป็นการใส่ชื่อ มาร์คัส แรชฟอร์ด หัวหอกดาวรุ่งวัย 18 ปี เข้ามาติดทีมชุดนี้ และตัดชื่อ แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ มิดฟิลด์ฟอร์มดีจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ที่มีส่วนหลายๆอย่างในการพาสโมสรคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลล่าสุด มาครอง หรือประเด็นที่ไปเรียกนักเตะที่ไม่ควรติดทีมชาติเข้ามา ซึ่ง 1 ในนั้นมีชื่อของ แจ็ค วิลเชียร์

ด้วยความเคารพผมไม่ได้ไม่ชอบหน้า วิลเชียร์ ที่จะเขียนยัดเหยียดใส่ร้ายป้ายสี

แต่ วิลเชียร์ บาดเจ็บไปตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น เมื่อปีก่อน กว่าจะกลับมาลงสนามได้ก็ปลายซีซั่นเข้าไปแล้ว หากจะพูดก็คือเดือนเมษายน นั่นแหละ ลงเล่นเป็นตัวจริงไปเพียงแค่ 1 นัด และสำรองอีก 2 นัด รวมเวลาลงเล่นเพียงแค่ 141 นาที

วัดกันแบบตัวต่อตัวกับ ดริงค์วอร์เตอร์ นั้น มิดฟิลด์จากค่าย เลสเตอร์ ลงสนามไปทั้งสิ้น 35 นัด กับต้นสังกัด เป็นตัวจริงทุกนัด ถูกเปลี่ยนตัวเพียงแค่ 6 ครั้ง โดยผลงานส่วนตัวคือยิง 2 ประตู และจัดการแอสซิสต์ให้เพื่อนอีก 7 ครั้ง ด้วยกัน 

มองแบบเป็นกลาง คือ แดนนี่ ดริงค์วอร์เตอร์ สมควรติดทัพ "สิงโตคำราม" ไปลุยศึก ยูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศส ทุกประการ

สถิติก่อนตัดตัวไปยูโร ที่ดูยังไง ดริ้งค์วอร์เตอร์ ก็ดูดีกว่าเยอะ

แต่อย่าลืม แจ็ค วิลเชียร์ มีส่วนช่วย "ทรี ไลอ้อนส์" ในการแข่งขันรอบคัดเลือก โดยเฉพาะนัดที่เจอกับ สโลวาเนีย นั้น อังกฤษ สามารถยิง 2 ประตู ช่วยทีมเฉือนเอาชนะไปได้ 3-2 และสุดท้าย อังกฤษ ก็เป็นทีมเดียว ที่สามารถชนะในรอบคัดเลือกได้ทั้ง 10 นัด แบบไม่แพ้ให้กับใครเลย

ดังนั้นพอเข้าใจได้ว่า "ทำไม รอย ฮ็อดจ์สัน ถึงเลือก แจ็ค วิลเชียร์ มาติดทีมชาติอังกฤษ ชุดนี้"

และยิ่งตอกย้ำมากไปกว่านั้น "ปู่รอย" เคยให้นิยามกับ แจ็ค วิลเชียร์ ว่า "เป็นนักเตะที่สุดวิเศษ, และเป็นนักเตะที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง"

ชัดเจนว่า รอย ฮ็อดจ์สัน ไว้เนื้อเชื่อใจ "หนูแจ็ค" มากแค่ไหน ถึงแม้แทบจะไม่ได้มีส่วนร่วมกับ อาร์เซน่อล ในการคว้าอันดับ 2 พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาครองเลยด้วยซ้ำ

เวลาผ่านมาเรื่อยๆ เรื่องประเด็นตัวผู้เล่นจบลง พร้อมย่างก้าวเข้าสู่รายการ ยูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศส อย่างเต็มตัว โดย อังกฤษ ถูกจัดให้เป็นเต็งแชมป์กลุ่มดังเดิม เหนือกว่าทั้ง สโลวาเกีย, รัสเซีย และ เวลส์ คู่แข่งร่วมสายกลุ่มบี

แต่กระนั้นพอเริ่มทัวร์นาเมนต์จริงๆ อังกฤษ กลายร่างจาก "อวตาร" ที่โค่นได้ทุกทีมในรอบแบ่งกลุ่ม มาเป็นร่าง "หมูสนามจริง สิงห์สนามซ้อม"

อังกฤษ ประเดิมนัดแรกด้วยการเสมอ รัสเซีย 1-1 แบบเสียหายสุดๆ เพราะโดยรวมแล้วรูปเกม "สิงโตคำราม" เหนือกว่าทุกกระบวนท่า โดยแค่ครึ่งแรกโอกาสยิงก็ปาเข้าไป 9 ครั้งแล้ว แต่สุดท้ายก็มาตายเพราะเรื่องลูกกลางอากาศ เก็บได้แค่เพียง 1 แต้ม แบบน่าเจ็บใจสุดๆ

ซึ่งหากใครดูเกมแล้ว อังกฤษ ก็เหนือกว่า จนกระทั่ง รอย ฮ็อดจ์สัน เปลี่ยนเอา เวย์น รูนี่ย์ กัปตันทีม และ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ออกจากสนาม พร้อมส่ง แจ็ค วิลเชียร์ (แทน รูนี่ย์) กับ เจมส์ มิลเนอร์ (แทน สเตอร์ลิ่ง) ลงสนามมา ก่อนจะโดนตีเสมอ 1-1 ในช่วงท้ายเกม ซึ่งเอาจริงๆ ไม่เกี่ยวกับนักเตะ แม้จะลงมาไม่ได้ช่วยเกมสักเท่าไหร่ แต่คนที่โดวิจารณ์คือ "ปู่รอย" มากกว่าที่เปลี่ยนตัวผู้เล่นตำแหน่งกองกลางลงมา เพื่อมาเก็บบอล แทนที่จะส่งศูนย์หน้าลงไปเพิ่้ม เพราะ ณ ตอนนั้น "หมีขาว" รูปเกมสู้ไม่ได้จริงๆ

สื่ออังกฤษวิจารณ์ว่าการถอด รูนี่ย์ แล้วส่ง วิลเชียร์ ลงแทนเป็นการปรับแท็คติกที่ผิดพลาดของ ปู่รอย

ส่วนเกมที่ 2 ที่ อังกฤษ เอาชนะ เวลส์ 2-1 ขอข้ามประเด็นนี้ไปเลย  เพราะเมื่อชัยชนะบังเกิดทุกสิ่งย่อมหอมหวาน ยกย่องคนยิงเป็นธรรมดา

แต่เกมที่ 3 นี่แหละ ซึ่งเจอกับ สโลวาเกีย มีประเด็นให้พูดถึงเพียบ !!

โดยเฉพาะการเปลี่ยนตัวผู้เล่น 11 ตัวจริง ถึง 6 ราย จากเกมที่ชนะ เวลส์ 2-1 โดยตำแหน่งศูนย์หน้า เลือกตามขวัญใจแฟนบอล ให้ลงทั้ง เจมี่ วาร์ดี้ และ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ส่วนกองกลางมี แจ็ค วิลเชียร์ กับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ขณะที่แบ็กขวาใช้ นาธาเนียล ไคลน์ และ ไรอัน เบอร์ทรานด์ ลงตำแหน่งเป็นแบ็กซ้าย

ถ้าหากชนะ เกมนี้ คงไม่มีประเด็นอะไรพูดถึง ! แต่ในเมื่อมันเสมอกับ สโลวาเกีย 0-0 และ เวลส์ ดันไปถล่มชนะ รัสเซีย 3-0 ดังนั้น อังกฤษ กลายเป็นจบอันดับ 2 ของกลุ่มบี และ เวลส์ แซงเป็นอันดับ 1

11 ตัวจริงของสิงโตคำราม ในนักเสมอกับ สโลวาเกีย

พูดถึงเส้นทางแล้ว อังกฤษ แสนสาหัส เพราะต้องไปโคจรเจอกับรองแชมป์กลุ่มเอฟ ซึ่ง ณ ตอนนี้ ก็มีโอกาสเป็นไปได้ที่จะพบกับ โปรตุเกส ถ้าโชคดีหน่อยอาจจะเป็น ฮังการี, ไอซ์แลนด์ หรือ ออสเตรีย และหากผ่านไปได้จริง ก็มีโอกาสสูงมากที่จะไปตัดกับเจ้าภาพ ฝรั่งเศส

ซึ่งเกมนัด 3 เรียกได้ว่าผิดฟอร์มทุกคน โดย "สกาย สปอร์ต" ให้คะแนนเกมเสมอกับ สโลวาเกีย 0-0 เต็ม 10 คะแนน โดยได้เพียงแค่ 6 คะแนน ถึง 5 คน ไล่เรียงมาทั้ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อดัม ลัลลาน่า, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์, เจมี่ วาร์ดี้ และ แจ็ค วิลเชียร์ ทำให้มันมีประเด็นตามว่ามีผู้เล่นบางคน สมควรถูกเลือกลงสนามเป็นตัวจริงแล้วหรือ

ออกตัวก่อนว่าไม่ได้รังเกียจ วิลเชียร์ แต่มันเป็นการตั้งคำถามจากเว็บไซต์ "Squawka Football" เว็บข้อมูลสถิติลูกหนัง

ซึ่งจากสถิติเปิดเผยว่า วิลเชียร์ ไม่ควรถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริง เพราะไม่สามารถสร้างสรรค์ช่วยทีมอะไรได้เลย

จ่ายบอลเสีย 8 ครั้ง, แท็คเกิ้ลชนะคู่แข่ง 1 นัด, ไม่มีการจ่ายสร้างสรรค์เกม, ไม่มีการตัดบอลจากคู่แข่งได้ และไม่มีโอกาสยิงเลย

สถิติสั้นๆออกมาแบบนี้ บ่งบอกอะไรได้หลายๆอย่าง หรือฟอร์มการเล่นของ แจ็ค วิลเชียร์ ยังดีไม่พอ

ดังนั้นแฟนบอล อังกฤษ เมื่อเห็นแบบนี้แล้ว และหากต้องผ่านเข้าไปเจอกับ โปรตุเกส จริงๆ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย พวกคุณคิดว่า แจ็ค วิลเชียร์ หรือนักเตะคนอื่นๆ ควรได้รับโอกาสเป็นตัวจริงหรือไม่

เพราะผู้แพ้ ไม่มีโอกาสได้แก้ตัว

HaiiHowdy-