ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้อ่านคงได้ทราบข่าวตำรวจพัทยาบุกจับกุมชาวต่างชาติร่วม 30 คนในบริดจ์คลับ ที่พัทยามาแล้วจากการกระจายข่าวของจ่าพิชิตแห่ง 'ดราม่าแอดดิคท์' (Drama-Addict) ซึ่งทำให้หลายฝ่ายต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้

จะว่าไปแล้ว เรารู้จักไพ่บริดจ์กันมากน้อยแค่ไหนกัน? วันนี้ 'แมวส้ม' จะมาพูดถึงการละเล่นชนิดนี้กัน

บริดจ์เป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่บรรจุเป็นกีฬาทดลองของโอลิมปิก ซึ่งปัจจุบันมีการแข่งขันทั้งในระดับมหาวิทยาลัยไปจนถึงระดับประเทศ โดยการแข่งขันบริดจ์นั้นจะใช้ไพ่และบิดดิ้งบ๊อกซ์ จะมีผู้เล่นทั้งหมด 4 คน โดยคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามกันจะเป็นคู่ขากัน และคนที่อยู่ด้านซ้ายและขวาจะเป็นปรปักษ์ โดยแบ่งการเล่นเป็น 2 ภาค คือภาคประมูลและภาคการเล่นไพ่

การเล่นไพ่บริดจ์

ภาคประมูล เป็นการสร้างสัญญาในการเล่นเพื่อให้ผู้เล่นที่เป็นคู่ขาสามารถ 'รวบตองกิน' ได้มากกว่าหรือเท่ากับที่สัญญาไว้ โดยใครที่ประมูลได้มากสุดจะได้เป็นผู้ชนะการประมูล ส่วนในภาคการเล่นไพ่นั้นหากผู้ชนะการประมูล 'รวบตองกิน' ได้ตามที่สัญญาไว้จะได้คะแนน แต่หากไม่ได้ตามที่สัญญาไว้ คะแนนจะไปอยู่ที่ปรปักษ์ทั้งสองคน

แล้วการเล่นบริดจ์นั้น ผิดกฎหมายหรือไม่?

ตามกฎกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 17 (พ.ศ. 2503) ออกตามความในพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 ข้อ13 กล่าวไว้ว่า "การพนันตามบัญชี ข. ดังต่อไปนี้จัดขึ้นได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาต " วรรค 1 "ไพ่บริดจ์ ซึ่งเล่นในสมาคมระหว่างสมาชิกหรือบุคคลที่สมาคมอนุญาต หรือเล่นในบ้านระหว่างญาติมิตร  โดยสมาคมผู้จัดให้มีการเล่นหรือเจ้าบ้าน แล้วแต่กรณี มิได้เรียกเก็บ หรือรับผลประโยชน์ในทางตรงหรือทางอ้อมจากการเล่นนั้น"

หมายความว่าการเล่นบริดจ์นั้น สามารถเปิดเล่นที่ไหนก็ได้ไม่ผิด เว้นแต่ว่าจะมีการเรียกเก็บผลประโยชน์จากการเล่นในภายหลังหรือระหว่างการแข่งขัน ซึ่งหากจะมองว่าการจับกุมเพราะการที่เปิดโดยผิดกฎหมายนั้นถือว่าไม่สมเหตุสมผลแน่นอน

คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย

ด้านคุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย ก็ได้ออกมาคัดค้านสุดกำลังว่ากีฬานี้ไม่เข้าข่ายการพนันแน่นอน เพราะไม่มีการเอาทรัพย์สินเงินทอง เพียงแต่มีการจดแต้มเพื่อแข่งขันและประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์

ส่วนความตามพระราชบัญญัติไพ่ มาตรา 8 ที่กล่าวว่า "ห้ามมิให้ผู้ใดมีไพ่ไว้ในครอบครองเกินกว่า 120 ใบ หรือขายไพ่ไม่ว่าจำนวนใด ๆ เว้นแต่ไพ่นั้นเป็นไพ่ซึ่งกรมสรรพสามิตทำขึ้น หรือเป็นไพ่ที่มีตราซึ่งกรมสรรพสามิตได้กำหนดขึ้นประทับอยู่" นั้น หากใช้ไพ่ที่ไม่ได้รับการรับรองจากกรมสรรพสามิตก็คงไม่รอดจากการโดนจับแน่นอน

ทั้งนี้ การที่ตำรวจไทยจับกุมบริดจ์คลับแห่งนี้นั้น ไม่ได้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมไทยเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปในสื่อต่างประเทศอีกด้วย ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยและพัทยานั้นย่ำแย่ลง

ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่านักบริดจ์ต่างชาติผู้โชคร้ายทั้ง 32 คนจะรอดจากการโดนลงโทษหรือไม่ ทางสมาคมบริดจ์จะช่วยเหลืออย่างไร และหน่วยงานด้านยุติธรรมของไทยจะจัดการอย่างไรต่อไป